สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๓ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งวุฒิสภา โดยชี้แจงว่าพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยแต่คัดค้านเหตุผลบางประการ พร้อมระบุผลกระทบต่อความเสียหายของบ้านเมือง สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เสนอแก้ไขระบบสมาชิกวุฒิสภาโดยลดสัดส่วนจากการเลือกตั้งเหลือ 73 คนจากการสรรหา เพื่อรักษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและความเป็นกลาง ป้องกันการแทรกแซงของรัฐบาล และคุ้มครองสิทธิผู้ด้อยโอกาส ก่อนกล่าวถึงเรื่องประธานรัฐสภาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุม
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระผมเองได้แปรญัตติตามรายงานของคณะกรรมาธิการนะครับ ของรัฐสภา หน้าที่ ๑๕ นะครับท่านประธาน ในมาตรา ๓ คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไข และมีสาระที่สําคัญอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า มาตรา ๓ ก็คือ วุฒิสภามาจาก การเลือกตั้ง ๒๐๐ ท่าน หลายท่าน โดยเฉพาะประธานกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ หลายท่านพยายามที่จะมองว่า วันนี้ฝ่ายค้านหรือสมาชิกวุฒิสภาบางท่านไม่เห็นด้วยกับ การเลือกตั้ง เสมือนว่านะครับ ผมเรียนเสมือนว่าวันนี้พอคณะกรรมาธิการกําลังบอกว่าวุฒิสภาจะต้องมา จากการเลือกตั้งให้อํานาจกับพี่น้องประชาชน ทําไมพรรคประชาธิปัตย์ ทําไม ส.ว. บางท่าน ถึงคัดค้าน ท่านประธานครับ ถ้าดูให้ดีในการแปรญัตติผมพยายามศึกษาว่ามีผู้แปรญัตติ ทั้งหมดเท่าไร แล้วดูที่มาตรา ๓ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน พออ่านดูในคําแปรญัตติมีเรื่องการเลือกตั้งทุกท่าน ทุกคน ผมเรียนนะครับพรรคประชาธิปัตย์สมาชิกของเรา เราเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง ให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสเลือกตัวแทนเขาเข้ามา แต่ท่านประธานครับ เนื่องจากกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเริ่มส่อไปในทางที่ทําให้บ้านเมืองเสียหาย เสียหายเรื่องอะไรบ้างครับ ผมจะขออนุญาตท่านประธานพูดทั้งหมด ๓ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นแรกก็คือ ถ้าเกิดใช้การเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ ท่าน จะทําให้สมาชิก วุฒิสภาที่มีความเก่ง มีความรู้ เป็นคนที่มีคุณวุฒิ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิหายไปจากสมาชิกวุฒิสภา ในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ในการแปรญัตติของผมให้มีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ๗๗ จังหวัด จังหวัดละ ๑ ท่าน ส่วนที่เหลือผมให้ใช้มีการสรรหาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้ส่วนที่เหลือของวุฒิสภามาจากการสรรหา เนื่องจากผมตัด มาตรา ๓ ทั้งหมด ก็เลยให้คงตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ที่ผมให้คงไว้ก็คือให้มีวุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชิกจํานวนหนึ่งรวม ๑๕๐ คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน เพราะฉะนั้นตรงนี้จะมีสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ๗๗ คน และมาจากการสรรหา เท่ากับจํานวนรวมข้างต้นหักด้วยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ก็คือมีสมาชิก จากการสรรหาจํานวน ๗๓ คน ผมเรียนท่านประธานว่าวันนี้ถ้าเกิดท่านไปเลือกตั้งทั้งหมด แน่นอนเราให้อํานาจกับพี่น้องประชาชนเพราะเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่เราขาดหายไปก็คือ ส.ว. ที่เก่งที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้รู้จักท่านสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน ผมคิดว่าท่านเป็นคนที่มีความรู้เฉพาะด้าน เฉพาะทางจากการเขาสรรหามา ผมยกตัวอย่าง ทางด้านวิทยาศาสตร์ ท่าน ส.ว. นิลวรรณจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ผมรับทราบว่าท่านเป็นคนเก่งมาก เรื่องการศึกษา ท่าน ส.ว. ตวง เรื่องทางเศรษฐกิจ ท่าน ส.ว. ถาวร อย่างนี้ครับ หรือเรื่อง สิ่งแวดล้อมเป็นสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสมุทรสาคร ท่านครับ หลายเรื่องที่วุฒิสมาชิกที่เขา มีความชํานาญเฉพาะด้านเขาจะเข้าไปช่วยดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชน เรื่องโรงไฟฟ้า เรื่องปัญหาน้ํามันรั่วในแต่ละแห่ง มีท่านสมาชิกเขาเดินทางกันไปดูแล นี่คือกลุ่ม ส.ว. ที่เก่ง ท่านครับ แต่วันนี้ถ้าเกิดท่านเอาตัวแทนของพี่น้องประชาชนจากพื้นที่เข้ามา แน่นอนละครับ เราได้ตัวแทนจริง ๆ จากพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ ส.ว. จะเข้ามาดูแลเรื่องการกลั่นกรอง กฎหมาย ดูแลเรื่องสิ่งสําคัญที่ ส.ส. เสนอกฎหมายเข้าไป แล้ว ส.ว. กลั่นกรอง มันก็จะขาดหายไป ท่านประธานครับ วันนี้เราเสียดายเห็นไหมครับ ส.ว. ที่มีความรู้ทางด้านการเกษตรก็มีหลายท่าน ปัญหาที่รัฐบาลจําเป็นจะต้องพึ่งพาจาก ส.ส. ต้องพึ่งพาจาก ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไข ปัญหายางพารา ท่านประธานเห็นไหมครับ มันเริ่มเป็นปัญหา เนื่องจากเราได้เฉพาะตัวแทน พี่น้องประชาชนมา เราไม่ได้ตัวแทนที่มาจากคนที่มีความรู้ความสามารถ เรื่องสตรี เราบอกแล้วว่า ถ้าเกิดเป็นการเลือกตั้งเราจะได้สตรีเข้ามาน้อยมาก เพราะเชื่อว่าถ้าเกิดสตรีมีโอกาสเข้ามาสู่ การบริหาร ทําให้การทุจริตลดลง ท่านประธานคงทราบนะครับ วันนี้ประเทศไทยเราอยู่ลําดับ ๗ ของเอเชียแปซิฟิกนะครับ การทุจริตรุนแรงมากโดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลดังกล่าว ท่านประธานครับ เรื่องพลังงาน เรื่องกีฬา และโดยเฉพาะที่น่าเสียดายในอนาคตข้างหน้านะครับ ผู้ด้อยโอกาสหลายท่าน ได้พูดแล้ว ส.ว. ที่เป็นผู้ด้อยโอกาส คนพิการ แทบจะไม่มีโอกาสเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านรู้จัก ส.ว. หยุยนะครับ ครูวัลลภ เป็น ส.ว. ที่ดูเรื่องสิทธิของเด็ก แต่วันนี้ไม่มีโอกาส ถ้าให้ ส.ว. หยุยไปเลือกตั้ง เขาก็คงจะสู้นักเลือกตั้งไม่ได้ และโดยเฉพาะเป็นนักเลือกตั้ง ของพรรคการเมืองใหญ่ ๆ ก็ยากขึ้น ผมเลยเรียนว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ท่านออกนะครับ ท่านตัด ส.ว. ที่เก่งไป ส.ว. ที่จะถูกตัดตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ ส.ว. ที่มีความเป็นกลาง ท่านประธานก็คงเชื่อว่าหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่ที่สําคัญเยอะมากครับ แต่ถ้าเกิด พรรคการเมืองหรือทางรัฐบาลที่มีเสียงข้างมากเข้าไปแทรกแซง ท่านประธานก็คงทราบว่า หลายท่านได้อภิปรายแล้ว วันนี้ศาลถูกแทรกแซงนะครับ วันนี้คณะกรรมการองค์กรอิสระต่าง ๆ จะถูกแทรกแซงถ้าเกิดกรณีพรรคการเมืองสามารถที่จะไปครอบงําได้ ท่านประธานครับ หลายคนก็พยายามบอกว่าแล้วทําไมพรรคประชาธิปัตย์ต่อไปก็คงมีโอกาสเป็นรัฐบาล ก็คง จะได้ประโยชน์จากหลักการดังกล่าวในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ผมเชื่อ ในหลักการของพรรคประชาธิปัตย์ครับ เราเชื่อหลักการในกฎหมายว่าวันนี้ใครทําผิดก็ต้อง ติดคุก ใครทําดีก็ต้องได้ดี ใครทําชั่วก็ต้องได้ชั่วครับ ในแนวคิดของพรรคเราไม่เคยแสวงหา หลักการที่ผิด ๆ ครับ เราไม่จําเป็นจะต้องเอาเงินไปแทรกแซง เอาเงินไปยัดเยียดเพื่อเปลี่ยนคดี ท่านครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าเกิดใช้ ส.ว. จากการเลือกตั้งทั้งหมดนะครับ สิ่งที่จะเสียหาย ก็คือในเรื่องของผลประโยชน์ต่างตอบแทน ท่านประธานครับ เดิมกรรมาธิการก็มีความคิดว่า เราจะมี ส.ว. ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปนะครับ จากการเลือกตั้ง ๒๐๐ ท่าน แต่ท่านประธานครับ วันนี้เราพิจารณาถึงมาตรา ๓ ผลปรากฏว่าคณะกรรมาธิการไปแก้ถึงมาตรา ๕ น่ากลัวมากครับ ท่านประธาน เหตุผลที่ผมจะต้องโยงมาตราเพียงแค่เล็กน้อยเพื่อจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่า วันนี้มีการเตรียมการเพื่อที่จะทําการยึดประเทศ เพื่อที่จะทําการยึดสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ เห็นไหมครับ เขายกเลิกเรื่องบุพการี คู่สมรส บุตรที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก วุฒิสภา ยกเลิกคุณสมบัติข้อนี้ออก เป็นผลประโยชน์ต่างตอบแทนนะครับ ต่อไป ส.ส. รัฐมนตรีถ้าเกิดลาออกปั๊บก็สามารถไปสมัคร ส.ว. ได้ทันที ตรงนี้เป็นผลประโยชน์ตอบแทนที่เกิดขึ้น ในการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เดิมตอนช่วงรับหลักการตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ถึงวันที่ ๔ เมษายน ท่านประธานก็อยู่ในสภากับผม ยังไม่มีการแก้ไข แต่กรรมาธิการใช้เสียงข้างมากไปแก้ไข ตรงนี้ครับ เหตุผลผมเชื่อว่าเพื่อจะเอาเข้ามาสู่รัฐสภา เพื่อจะเอาคะแนนจาก ส.ว. บางส่วน เป็นอย่างไรครับ เพื่อเอาให้ได้เกินครึ่ง วิธีที่จะให้เกินครึ่งก็คือต้องมีข้อต่อรอง วันนี้ท่านก็เอา เครื่องต่อรองตรงนี้ครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงถือว่าเป็นกฎหมายที่ทําลายประเทศ ในอนาคต ท่านประธานครับ เหมือนที่ผมกราบเรียนว่าวันนี้ถ้าเกิด ส.ว. ของเราถูกครอบงํา ประเทศไทยต่อไปในอนาคต แน่นอนครับ เรื่องการตรวจสอบทุจริตที่เราเป็นปัญหากันอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะถูกตรวจสอบทุจริตได้ การออกกฎหมาย การแก้รัฐธรรมนูญก็ออกตามใบสั่งได้ ผมกราบเรียนท่านประธานถึงกรรมาธิการครับ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้วทําให้คนชั่ว มีโอกาสได้ครองเมือง ท่านก็จะเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการทําลายประเทศ ประวัติศาสตร์ จะจารึกไว้ว่า ท่านไม่ใช่เพียงแค่คนทําลายประชาธิปไตย แต่ท่านเป็นคนทําลายประเทศไทย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป