กษิต ภิรมย์ หารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 111 และ 112 ของรัฐธรรมนูญ โดยไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่เสนอ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดหลักการประชาธิปไตยและความหลากหลายของสังคมไทย รวมถึงเรียกร้องการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการประชาธิปไตย และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของกลุ่มอาชีพและชนกลุ่มน้อยในการเลือกตั้ง
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม กษิต ภิรมย์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมไม่ใช้เวลามากครับท่าน ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนร่างมาตรา ๓ ไว้ในการที่จะแก้ไข มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ ของรัฐธรรมนูญ เพราะว่าผมไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ ทางคณะกรรมาธิการได้เสนอขึ้นมาครับ เพราะผมมีเหตุผลดังนี้ครับ ประเด็นแรกเลยก็คือ เท่าที่เป็นอยู่ ณ วันนี้ที่เกี่ยวกับวุฒิสภาก็ไม่ได้ยินเสียงประชาชนเรียกร้องให้มี การเปลี่ยนแปลง แล้วผมก็คิดว่าโดยทั่ว ๆ ไปประชาชนก็มีความชื่นชมต่อผลงานของบรรดา วุฒิสมาชิก อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ก็ที่ได้ออกมาเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมก็เป็นที่เคารพนับถือ ในสติปัญญา ความซื่อสัตย์สุจริตต่อหน้าที่การงาน ทีนี้การที่จะเสนอให้มีการแก้ไข มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และอื่น ๆ ในหมวดเดียวกันนั้นมันก็มาจากกลุ่มนักการเมืองอาชีพ ซึ่งกลุ่มนักการเมืองอาชีพเป็นแค่กลุ่มเดียวในกลุ่มอาชีพที่มีมากมายในสังคมไทยและในสังคม ทั่วโลก แล้วเมื่อเสนอได้กลุ่มเดียว และกลุ่มนี้ก็อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว แล้วก็ยังจะคืบ เข้ามาอยู่ในวุฒิสภา แล้วก็โดยปริยายก็จะมีการเอากลุ่มอาชีพอื่น ๆ ออกไป ก็เสมือนว่า กลุ่มอาชีพนักการเมืองนั้นอยากจะผูกขาดงานนิติบัญญัติในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ อยากจะเข้ามาผูกขาดงานในวุฒิสภาซึ่งเกี่ยวกับการถอดถอน ควบคุม แต่งตั้งองค์กรอิสระ ทั้งหลาย ท่ามกลางบรรยากาศอะไรครับ แล้วก็ข้อเท็จจริงของอุดมการณ์ว่าด้วยเสียงข้างมาก เป็นประกาศิต แล้วก็เป็นใหญ่ แล้วมันก็เป็นความเป็นจริง เพราะได้มีการปฏิบัติในการที่จะ ใช้เสียงข้างมากนั้น ใช้อํานาจรัฐ แล้วก็บริหารราชการไปในทิศทางที่มันสวนทางกับความเป็น ประชาธิปไตย แล้วก็เป็นเผด็จการมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นในร่างมาตรา ๓ ที่จะให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ นี้ มันก็เสมือนกับเป็นการเปิดช่องทางให้ชนกลุ่มหนึ่ง เข้ามามีอํานาจ ยึดอํานาจ แล้วก็ใช้ทฤษฎีว่าด้วยเสียงข้างมาก มันก็จะทําให้สังคม ประชาธิปไตยของเรานั้นจืดจางลงไป ในขณะเดียวกันก็เป็นการลดการมีส่วนร่วมของฝ่ายอาชีพ หรือมืออาชีพอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผมหวาดหวั่นในเรื่องของการแพร่ขยายของลัทธิเสียงข้างมาก เป็นเผด็จการในรัฐสภาแล้วก็ในการบริหารราชการบ้านเมือง ในขณะเดียวกันครับ ท่านประธานในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งความเป็นไปในเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อมนั้น มันมีความสลับซับซ้อน และประเทศไทยก็มีพันธกรณีระหว่างประเทศมากมาย และเรา ต้องการผู้ที่มีคุณวุฒิ มีชํานาญการ มีประสบการณ์ที่จะมานั่งอยู่ในวุฒิสภาเพื่อจะช่วย กลั่นกรอง คัดท้ายการดําเนินการของภาครัฐและของสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งมีผู้ชํานาญการเท่าไร มันก็จะสร้างความอุ่นใจว่ากฎหมายก็ดี มติต่าง ๆ เรื่องที่สําคัญต่อประเทศชาติบ้านเมือง แล้วก็กระทบกับประชาชน ๖๕ ล้านคนของเรานั้นได้มีผู้รู้ ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีเกียรติประวัติ อันงดงามในการรับใช้บ้านเมืองมาก่อนนั้นได้สามารถที่จะทําการกลั่นกรอง เป็นเครื่อง เตือนสติ แล้วก็ในการที่จะช่วยในการที่จะคัดเลือกองค์กรอิสระจากการเมืองที่จะใช้กฎหมาย เป็นตัวตั้ง แล้วเสริมสร้างความยุติธรรมและสังคมประชาธิปไตยในประเทศไทยให้มันแพร่ขยาย กว้างขวาง แล้วก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่อยู่ ๆ กลุ่มอาชีพการเมืองก็จะเข้ามายึดหมดทั้งสภาสูง สภาล่าง นั่นเป็นเหตุผลอันสําคัญที่ผมไม่สามารถที่จะเห็นด้วยกับร่างมาตรา ๓ อันนี้ได้นะครับ
นอกจากนั้นแล้วครับท่านประธาน สังคมไทยก็เหมือนกับสังคมอื่น ๆ ทั่วโลก ที่มีความเป็นพหุสังคม คือมันมีความหลากหลายของคนต่างสายเลือด เลือดผสมก็ดี ต่างศาสนา ต่างความเชื่อถือ และในประเทศไทยก็มีชนกลุ่มน้อยที่เป็นชาวเขาก็ ๔๐-๕๐ กลุ่ม มีชนเผ่าไทยแท้ ๆ นี่ละครับที่เป็นชนกลุ่มน้อยของคนไทย เพราะมันมีภาษา ประเพณี วัฒนธรรมที่แตกต่างไปจากภาษาไทยหรือคนไทยส่วนกลาง
-๖๖/๑ ในขณะเดียวกันในแถบทะเลอันดามันก็มีชาวเล ชาวเกาะต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ตรงจังหวัดระนอง ก็มีคนผสมผสานกันระหว่างกึ่งไทยกึ่งพม่าที่ติดค้างมาตั้งแต่ลัทธิอาณานิคม บุคคลต่าง ๆ เหล่านี้ ที่เขาเป็นชนกลุ่มน้อย แม้กระทั่งกลุ่มของความเชื่อถือทางด้านศาสนานั้น เขาก็ควรจะมี มืออาชีพ มีคนของเขาเองนั้น สามารถที่จะมีที่นั่งในวุฒิสภาเพื่อจะสะท้อนเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ผลประโยชน์ของเขา ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเขา แม้กระทั่งเรื่องง่ายของสิทธิ ในการที่จะเป็นพลเมืองไทย มันก็เป็นเรื่องคั่งค้างกันมาเป็นเวลา ๗๐-๘๐ ปีแล้ว มันก็ยัง ไม่เสร็จสิ้นเสียที หรือว่าสิทธิของชุมชนว่าด้วยสิ่งแวดล้อม ป่าไม้ ทรัพยากรที่อยู่ใต้ดินบนดิน ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ถ้าเผื่อจะให้มีกลุ่มอาชีพการเมืองทั้งหมดเข้ามาฮุบอํานาจทางการเมือง ในกรอบของสภานิติบัญญัตินั้น แล้วเขาจะมีซุ่มมีเสียงอย่างไรล่ะครับ ทําไมเราไม่เปิดทางให้ แล้วเขาก็มีอยู่แล้วนะวันนี้ ใน ๑๕๐ คน อย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็เป็นกลุ่มที่สามารถจะสะท้อน ความต้องการของอาชีพ ของชนกลุ่มน้อยได้ แล้วบัดนี้มันก็จะหมดไป ในขณะเดียวกัน แล้วก็มาพูดกันบอกว่า ประชาธิปไตยจะต้องมีส่วนร่วม ต้องขยายการมีส่วนร่วม ประชาชน ต่างอาชีพ ต่างสาขา ต่างรายได้ต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ในกระบวนการประชาธิปไตย ร่วมในการออกกฎหมาย ติชม ตรวจสอบต่าง ๆ เหล่านี้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อยากจะให้มีประชาธิปไตยโดยทางตรง หรือเข้ามานั่งในสภา เพื่อจะได้มีส่วนอย่างเต็มที่ แต่เรากําลังเริ่มที่จะลิดรอนกลุ่มคน กลุ่มอาชีพบางคนออกไป ผมคิดว่าอันนี้เป็นบาปนะครับ แล้วเหมือน ๆ กับว่าเราพูดอย่างทําอย่าง เราบอกว่าเราเป็น นักประชาธิปไตย เป็นผู้แทนอันทรงเกียรติของประชาชนชาวไทย แต่เราสามารถที่จะทําร้าย เพื่อนคนไทย แล้วก็กลุ่มอาชีพสาขา รวมทั้งชนกลุ่มน้อยกันไปได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ ความสลับซับซ้อนของโลกาภิวัตน์ การมีส่วนร่วมการที่จะต้องสะท้อนความหลากหลาย ในสังคมไทยนั้น ผมจึงได้มีข้อเสนอว่าในวุฒิสภามันต้องมีการเลือกตั้งทั้งกลุ่มการเมือง สาขาอาชีพนี้ แล้วก็มีการเลือกตั้ง กลุ่มสาขาอาชีพต่าง ๆ เพื่อจะสะท้อนความหลากหลาย แล้วก็การมีส่วนร่วม ในวิถีชีวิตของสังคมประชาธิปไตยให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ถ้ายังจะมายืนกรานให้กลุ่ม อาชีพการเมืองยึดอํานาจ ก็แน่นอนครับ ก็เหมือน ๆ กับเพื่อน ๆ สมาชิกของผมอีกหลายคน ว่าจะต้องต่อสู้ไปให้ถึงที่สิ้นสุด เพราะว่าผมเข้ามามีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย เพื่อจะได้เห็นความเป็นประชาธิปไตยนั้นงอกงาม ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศโดยจริง เพราะผมก็เกรงว่าอีกไม่นานเราก็จะมาพิจารณา มาตรา ๖๘ และมาตรา ๑๙๐ ก็ยิ่งเป็นการ ทําร้ายประชาธิปไตย แล้วก็เป็นการทําร้ายสิทธิเสรีภาพและสิทธิในการมีส่วนร่วมในวิถีทาง ประชาธิปไตย แล้วก็ในอนาคตของประเทศมากยิ่งขึ้น เรากําลังทําร้ายประเทศไทยครับ เรากําลังทําร้ายประชาธิปไตย ผมขอวิงวอนมาทางท่านประธานผ่านมาที่กรรมาธิการ เพื่อน ๆ ส.ส. หรือว่าสมาชิกรัฐสภาทั้งหลายที่ฝักใฝ่อยู่กับทางฝ่ายรัฐบาลนั้น ให้คิดให้ดีครับ ท่านอาจจะชนะในครั้งนี้ก็เป็นสงครามระยะสั้นเท่านั้นเอง แต่ว่าอํานาจของประชาชน การมีส่วนร่วม สังคมที่เป็นประชาธิปไตยไม่สามารถที่จะขจัดได้ด้วยเสียงมากในรัฐสภาครับ ขอขอบคุณมากครับท่านประธานครับ