รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

กุลเดช พัวพัฒนกุล เสนอการเปลี่ยนแปลงการได้รับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา โดยเสนอให้มีการเลือกตั้งโดยประชาชนและองค์กรวิชาชีพ เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภามีอิสระในการออกกฎหมายที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมไม่ใช่คนดื้อหรอกครับ ผมมีเหตุมีผล แต่ถ้าใครไม่มีเหตุไม่มีผลกับผม ผมก็ไม่มีเหตุมีผลด้วยครับท่านประธาน เหตุผลของผมนี่ครับ ในการที่ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน ๑๐๐ คน แล้วก็มาจาก การเลือกตั้งโดยองค์กรวิชาชีพ ๑๐๐ คน ไม่ใช่เพราะผมไม่ศรัทธาประชาชนหรอกครับ เพียงแต่ว่าสมาชิกวุฒิสภาหรือวุฒิสภานั้นเป็นสภาของผู้ทรงคุณวุฒิ มีหน้าที่ในการพิจารณา กลั่นกรองกฎหมายครับท่านครับ ไม่ได้มีหน้าที่พิจารณากฎหมายแบบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นการได้มาของ ส.ว. กับ ส.ส. น่าจะมีฐานที่แตกต่างกัน ผมต้องย้ํา กับท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในเหตุผลของผมที่เสนออย่างนี้ เพราะว่าผมต้องการให้ที่มา ของ ส.ส. กับที่มาของ ส.ว. ต่างกัน เนื่องจากว่าอํานาจหน้าที่ในการทําหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ต่างกัน เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณากฎหมายครับ แต่สมาชิกวุฒิสภา กลั่นกรองจากกฎหมายที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติวาระที่สามแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าการได้มาซึ่ง ส.ว. และ ส.ส. มาจากฐานการเมืองเดียวกัน เชื่อได้เกิน ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ผมว่าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า ส.ว. ที่ได้รับการเลือกตั้งจะเป็น ส.ว. ที่มี ฐานเสียงจากพรรคการเมืองใหญ่ ๆ หรือนักการเมืองผู้มีอํานาจและอิทธิพลในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ หลายคนอาจจะออกมาปฏิเสธครับ แต่ผมบอกว่าท่านอย่าปฏิเสธตัวท่านเองเลยครับ ท่านรู้อยู่แก่ใจพี่น้องประชาชนก็รู้ว่าวันนี้การเมืองการเลือกตั้งมันเป็นอย่างไร ก็กราบเรียน ท่านประธานไว้อย่างนี้ครับ

เหตุผลข้อที่ ๒ วุฒิสภามีอํานาจแต่งตั้งและถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่ง ในองค์กรอิสระ ซึ่งโดยทางกลับกันองค์กรอิสระนั้น ๆ ซึ่งถูกแต่งตั้งจะกลับมาพิจารณา ส.ว. และ ส.ส. ได้ มันเหมือนกับอะไรละครับ ผมใช้คําพูด ผลัดกันไปผลัดกันมาครับ ก็ต้อง กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ มันเป็นวิธีการที่จะคืบคลานเข้าไปยึดประเทศไทย ถามว่าเพ้อฝันอีกหรือไม่ ก็อย่างที่บอกท่านประธานละครับ หลายคนที่ไม่คิดไปข้างหน้า ก็อาจจะว่าเพ้อฝัน คือวันนี้คิดแต่อดีตกับคิดแต่ปัจจุบันย้ําอยู่ตรงนี้ อนาคตข้างหน้าไม่มอง ไม่มีวิชัน (Vision) ไม่มีวิสัยทัศน์ อาจจะเป็นวิสัยทัศน์ที่ไม่ดีนัก แต่เป็นข้อสังเกตที่ต้อง ตั้งข้อสังเกตกันไว้ก่อนที่จะมีการประพฤติปฏิบัติแบบนั้น พวกเราเองในฐานะผู้ที่ ออกกฎหมาย เราก็อยากได้กฎหมายที่ดีที่สุดไปบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนครับ ใครมี เหตุผล ใครมีข้อสังเกต ใครมีมุมมองอย่างไรก็ต้องมาพูดกันครับ บางทีกฎหมายเพียงแค่ ๒ บรรทัด หรือบรรทัดเดียว หรือคําเดียวนี่ครับ ถ้ามันตกลงกันไม่ได้ มันตีความได้หลายช่องทาง ตรงนั้นก็ต้องถกเถียงกันเป็นวันเป็นคืน อย่าปล่อยผ่านเลยไปไม่ได้ครับ มันเป็นปัญหา กฎหมายประเทศนี้มันเป็นปัญหาเมื่อออกไปแล้วต้องตีความ ต้องส่งกฤษฎีกาตีความ ต้องส่ง ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ส่งทุกหน่วยงานตีความ พวกเราเป็นผู้ออกกฎหมายเราต้องคํานึงถึง เรื่องนี้ด้วยครับ วันนี้ถึงได้มาพูดกันให้มันชัดเจนแจ่มแจ้ง แล้ววันนี้ถามว่าทําไมไม่ไปพูดใน วาระอื่น ต้องเรียนท่านประธานตรง ๆ เลยครับ พูดวาระอื่นพี่น้องประชาชนไม่รู้หรอกครับ หลายท่านอาจจะบอกพูดซ้ําคนนั้นซ้ําคนนี้ พี่น้องประชาชนไม่ได้ฟังเราตลอด ๒๔ ชั่วโมง อาจจะมาฟังคนหนึ่งพูดหน่อยหนึ่ง แต่จะมาฟังจากผม คนนี้พูดดีขอฟังตั้งแต่ต้น ถ้าประธานตัด ผมก็ได้พูดครึ่งเดียว พี่น้องประชาชนก็รู้ไม่จบอีก มันก็เป็นที่มาของการสร้างความไม่เข้าใจ ในพี่น้องประชาชน วันนี้ต้องบอกครับ ท่านครับ ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนเป็นหลักครับ ท่านเห็นไหมครับ ม็อบสวนยางพาราที่อําเภอชะอวดมาประท้วงเรื่องความเดือดร้อนแท้ ๆ แต่เป็นเพราะผู้บริหารระดับสูงของประเทศเชื่อคํารายงานของข้าราชการระดับล่างว่า เป็นม็อบหน้ากากขาวกับม็อบมาต่อต้านรัฐบาล มันถึงมีมาตรการที่ไปสลายม็อบอย่างไรครับ วันนี้เป็นอะไรนักหนาครับ ใช้เวลาชั่วโมง ๒ ชั่วโมงพูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ มันจะพูด ไม่ได้เชียวหรือครับ พูดให้พี่น้องประชาชนเข้าใจให้มันแจ่มแจ้งแดงแจ๋ ใครจะตัดสินใจ อย่างไรก็ว่ากันไป ท่านประธานครับ ผมเองก็ไม่อยากให้เวลาในสภานี้มากนักหรอกนะครับ เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกยังจะอภิปรายอีกหลายคน แล้วผมเองก็ยังสงวนคําแปรญัตติไว้ ในอีกหลายมาตรา ก็อยากจะกราบวิงวอนไปยังเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิก วุฒิสภาทุกท่านครับ ผมอยากเรียกร้องให้ท่านจริง ๆ ใช้อิสระจริง ๆ อิสระเหนืออิสระ ให้ใช้ ความเด็ดเดียว ความรู้ความสามารถ พิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายแม่บท ของประเทศให้ออกมาสามารถบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนทุกคนได้ โดยที่พี่น้องประชาชน ทุกคนมีความสบายใจว่าได้รับความยุติธรรมเพียงพอ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ