รัฐสภา · ครั้งที่ ๔ · ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๖

สามารถ แก้วมีชัย เสนอความเห็นว่าประชาชควรได้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่ให้บุคคลที่มีอำนาจอื่นๆ มีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับว่าผมเองในฐานะเป็นประธานกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการเราก็คงจะตอบชี้แจงได้เฉพาะเรื่องที่อยู่ในภาระหน้าที่ ผมคงไม่ไป ตอบโต้หรือหักล้างประเด็นที่อยู่นอกเหนือเรื่องที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในวาระที่สอง ก็คือ การพิจารณาตามลําดับมาตรา คงไม่ไปตอบโต้เรื่องที่ท่านก็พยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า การปฏิวัติรัฐประหารที่เกิดเมื่อกันยายน ๒๕๔๙ หลายท่านให้น้ําหนักไปบอกว่า เพราะสาเหตุมาจากที่เรามีวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง มีการครอบงําวุฒิสมาชิก ซึ่งนั่นคง จะต้องไปพูดกันอีกวงหนึ่ง มันคงมีเรื่องลึกลับซับซ้อนที่จะต้องลงลึกกันมากกว่าเรื่องนี้นะครับ แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้คณะกรรมาธิการเราได้ไปดําเนินการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญการแก้ไขเพิ่มเติมตามหลักการที่เราได้รับไปจากรัฐสภาด้วยเสียงเกินกว่า กึ่งหนึ่งของรัฐสภาที่ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญและให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ของประชาชน ขณะนี้เรากําลังพิจารณากันอยู่ที่มาตรา ๓ นะครับ มาตรา ๓ เป็นแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อยู่ ๒ มาตราครับ ก็คือมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ในมาตรา ๑๑๑ ก็เป็นการวางหลักว่าให้มีสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งของราษฎร จํานวน ๒๐๐ คน แล้วก็พูดถึงอีก ๒ วรรค ว่าเวลาสมาชิกวุฒิสภามันไม่ครบ ๒๐๐ คน มีการลาออก มีการเสียชีวิตก็ให้คงสมาชิกวุฒิสภาเหลือเท่าที่เหลืออยู่แล้วก็ไปเลือกซ่อมมาเสีย หรือในกรณีเริ่มต้นวุฒิสมาชิกจะทํางานได้ไม่จําเป็นเลือกตั้งเสร็จ อาจจะรอ กกต. รับรอง อาจจะไม่ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เอาสัก ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าครบองค์ที่จะดําเนิน การประชุมได้ อันนั้นอยู่ในมาตรา ๑๑๑ เป็นหลัก ส่วนมาตรา ๑๑๒ ก็จะมาพูดถึงที่มาว่า ๒๐๐ คนนี้จะมาอย่างไร ก็บอกว่าให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง จังหวัดใดจะมีสมาชิก วุฒิสภาได้กี่ท่านก็ไปใช้วิธีเฉลี่ยจํานวนประชากรโดยให้ไปยกเอารัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เข้าใจง่าย ๆ ก็คือว่าวุฒิสภาเรามี ๒๐๐ คนทั่วประเทศ จังหวัดไหน จะมีวุฒิสมาชิกได้กี่ท่านก็เอาจํานวนประชากรทั้งประเทศตั้ง เอา ๒๐๐ หาร วุฒิสมาชิก ๑ คน จะเฉลี่ยต่อประชาชนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าท่าน แล้วก็พูดถึงว่าการลงคะแนน เลือกวุฒิสมาชิกถ้าสมมุติจังหวัดใดมีวุฒิสมาชิกเกิน ๑ ท่าน ก็ให้ใช้วิธีให้ผู้มีสิทธิลงคะแนน ๑ ท่าน กาได้เพียง ๑ เบอร์ ไม่ได้เอาเป็นพวงนะครับ ไม่ได้เอาทั้งหมดผมยกตัวอย่างจังหวัดผม ผมอยู่เชียงรายเฉลี่ยแล้วจะมีวุฒิสมาชิกได้ ๔ คน ไม่ใช่ผู้มีสิทธิ ๑ คน จะกาได้ ๔ เบอร์นะครับ กาได้เบอร์เดียว แล้วก็เอาคะแนนมาเรียงลําดับดู ใครได้อันดับคะแนนมากที่สุดก็เป็นคนที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ทีนี้อยากกราบเรียนนะครับว่าที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบด้วยเสียงเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง หลักง่ายนิดเดียวครับ เราถือหลักว่าในเมื่ออํานาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทยในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญเราก็บัญญัติชัดเจนในมาตรา ๓ ท่านไปอ่านนะครับ อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และสภาเรา รัฐสภา ประกอบด้วย ๒ สภา คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ๒ สภารวมกันเรียกว่ารัฐสภา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๘ ก็เขียนชัดเจนครับว่า รัฐสภาประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ฉะนั้นเพื่อยืนยันว่ารัฐสภาจะประกอบด้วยสมาชิกที่ยึดโยงอยู่กับประชาชน ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ ที่บอกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย เราก็คิดว่าเราน่าจะคืนอํานาจการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่ง เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของรัฐสภาให้กับเจ้าของอํานาจอธิปไตยก็คือพี่น้องประชาชน และ เราก็เคยทํามาแล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ใช้กันมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนถึงปี ๒๕๔๙ แล้วเกิดการปฏิวัติรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนั้น และมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๐ ที่เขียนอยู่นี้นะครับ ก็ให้มีสมาชิกวุฒิสภาเหมือนกันครับ แต่แทนที่จะให้ ประชาชนเลือกตั้งทั้งหมด ก็บอกว่าให้มีสมาชิกวุฒิสภาอยู่ ๑๕๐ ท่าน ให้ประชาชนเลือก จังหวัดละคน วันนี้ก็ได้มาจังหวัดละคน ๆ ที่เหลือให้มาจากการสรรหา ที่สรรหานี่ครับก็ให้คน ๗ คน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้คน ๗ คนเป็นคนไปสรรหามาแทนประชาชนทั้งประเทศ ก็มีจํานวน ๗๓ คนวันนี้นะครับ ใครบ้างครับที่เป็นคนสรรหาแทนประชาชน ๗ คนก็มี ๑. ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ๒. ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๓. ประธานผู้ตรวจการ แผ่นดิน ๔. ประธานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน ๕. ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ๖. ตัวแทนที่ให้ศาลฎีกาเขาไปเลือกกันมา ๑ คน และ ๗. ตัวแทนที่ให้ ศาลปกครองสูงสุดไปเลือกกันมาอีกคนหนึ่ง ๗ คนนี่ละครับไปเลือกแทนพี่น้องประชาชนมา รวมกับที่เลือกจากประชาชนมาจังหวัดละคนเป็น ๑๕๐ คน วันนี้เลือกไม่ถึง ๑๕๐ ครับ ๑๔๙ เพราะมี ๑ จังหวัดที่ตั้งใหม่เลยยังไม่ได้เลือกจากประชาชน ฉะนั้นวันนี้เราคิดว่าเราจะ ไว้ใจคน ๗ คน หรือจะไว้ใจประชาชนแต่ละจังหวัดที่เขาจะเลือกของเขาตามกระบวนการ ที่เราเขียนไว้ และท่านไม่ต้องไปห่วงว่าพรรคการเมืองหรือใครจะไปครอบงําจนกระทั่ง สมาชิกวุฒิสภาทั้ง ๒๐๐ คน จะเป็นของพรรคนั้นพรรคนี้ก็โดยวิธีการเลือกตั้งที่ผมเรียนให้ท่าน ทราบนี่นะครับ ไม่ใช่ว่าประชาชน ๑ คนกาได้ทั้งพวง ประชาชน ๑ คนกาได้ ๑ เบอร์ สมมุติพรรค ก มีอิทธิพลมากในจังหวัดนั้น และจังหวัดนั้นมีผู้แทนราษฎร ๔ คน พรรค ก ไม่มีทางหรอกครับที่จะไปบอกประชาชน บอกว่าให้คุณเลือกเบอร์ ๑ คนนี้เลือกเบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ มันเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นคนที่ได้คะแนนสูงสุดอาจจะเป็นคนของพรรคนั้นมา ๑ คน ได้คะแนนเยอะกว่าเพื่อน แต่ขณะเดียวกันคะแนนจะกระจายไปยังพรรคอื่น กระจาย ไปยังคนที่เป็นกลาง ๆ คนที่มีความดีเป็นที่ประจักษ์ ดังนั้นท่านไม่ต้องห่วงครับ หลาย ๆ คน บอกว่าเข้ามาอยู่ในสภานี้แล้ว ๒๐๐ คนจะถูกครอบงํา เกิดมีการแต่งตั้ง ถอดถอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถอดถอน เดี๋ยวจะไปขู่องค์กรอิสระว่าท่านไม่เอาใจผมนี่ผมจะถอดถอนนะ ถอดถอนใช้เสียง ๓ ใน ๕ นะครับ ๓ ใน ๕ ของ ๒๐๐ คน คือ ๑๒๐ คน ท่านคิดว่าคน ๑๒๐ คนที่มาจาก พี่น้องประชาชนที่มาทําหน้าที่แล้วพี่น้องประชาชนเขานั่งมองอยู่นี้นะครับจะมีพฤติกรรม แบบนั้น จะถูกครอบงําแบบนั้น จะทําให้พี่น้องประชาชนเขาผิดหวังขนาดนั้น ผมไม่เชื่อ

-๓๓/๑ แล้ววันนี้ท่านทั้งหลายคงตระหนักดีว่าการเมืองภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง เรารณรงค์ ให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง จนกระทั่งการเข้าใจการใช้ดุลยพินิจทางการเมืองของประชาชนมันก้าวหน้าไปกว่าที่พวกเรา คิดมาก ฉะนั้นขอให้ท่านทั้งหลายได้โปรดศรัทธาในประชาชน เห็นความสําคัญของประชาชน เพราะหัวใจของประชาธิปไตยก็คือประชาชน ถ้าท่านไม่ไว้ใจประชาชนท่านยังไว้ใจคน ๗ คน ท่านไม่ไว้ใจประชาชนท่านยังไปไว้ใจกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ผมก็ไม่ทราบครับว่าความหมาย ของประชาธิปไตยมันคืออะไร เราเป็นประชาธิปไตยมาปีนี้ย่างเข้าปีที่ ๘๑ นะครับ และการ เป็นประชาธิปไตยของเราล้มลุกคลุกคลานมาตลอด ไม่ได้ต่อเนื่อง ปฏิวัติรัฐประหาร ยึดอํานาจ พี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสที่จะเรียนรู้ประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง เราอย่าไป คาดหวังว่าเราจะเหมือนอเมริกาซึ่งเขาเป็นมาเป็น ๒๐๐ ปีแล้ว เรากําลังจะให้โอกาส ประชาชนได้เรียนรู้ เรากําลังจะให้ความสําคัญประชาชน เรากําลังจะยกภาระบ้านเมือง ให้เจ้าของอํานาจเขาเป็นคนไปดูไปตรวจสอบ ผมเลือก ส.ว. จังหวัดผมเข้ามาทําหน้าที่ ผมต้องติดตามดูพฤติกรรม และความงดงามของประชาธิปไตยก็คือมันมีวาระดํารงตําแหน่ง เมื่อครบวาระถ้าคุณทําไม่ดีผมก็ไม่เลือกคุณ อันนี้คือสิ่งที่คณะกรรมาธิการเราได้พิจารณา ใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วน แล้วผมตบท้ายนิดเดียวครับว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ทั้งหลายที่ท่านห่วงว่า ส.ว. จะไปหยิบใครมาแล้วคนนั้นก็จะเป็นพวกของรัฐบาล คนนั้น ก็จะเป็นคนที่จะถูกครอบงําได้ ผมย้ําอีกทีนะครับ ส.ว. มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบตามที่มี กรรมการสรรหาเขาสรรหาใส่ถาดมาให้เลือกแล้ว ยกตัวอย่างให้ดูอีกทีครับ หลายคนเป็นห่วง ว่ากรรมการการเลือกตั้งซึ่งมีหน้าที่กํากับดูแลการเลือกตั้งถ้าเกิดไม่เป็นกลางแล้วจะเป็น อย่างไร เป็นของพรรคพวกของนั้นคนนี้ของรัฐบาล ท่านดูสิครับ กรรมการเลือกตั้งมี ๕ คน ส.ว. ต้องเลือกจากอะไรครับ เลือกจากที่มีกรรมการสรรหามา ๓ คนแรกที่เสนอมาให้ ส.ว. ให้ความเห็นชอบมาจากไหนครับ สรรหามาจากประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด