สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เสนอการแก้ไขมาตรา 3 ในรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยเสนอให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละจังหวัดละ 1 คน และมาจากการสรรหาเท่ากัน นอกจากนี้ยังเสนอให้มีสิทธิและโอกาสให้ผู้พิการในการเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีความจําเป็นที่ผมจะต้อง เท้าความในเรื่องนี้ครับ เพราะผมไม่รับนะครับ ผมไม่รับหลักการผมจึงชี้เหตุผลที่ผมไม่รับ ให้ฟังก่อนนะครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพิจารณาในมาตรา ๓ ซึ่งเป็นการแก้ไข ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ นั่นเอง ซึ่งในฉบับนี้ใน ๒ มาตรานี้ผมเองนั้นมีความเห็นที่ต่างกับในเสียงข้างมากที่ได้ลงมติไปในวาระแรกที่บอกว่า ให้สมาชิกวุฒิสภานั้นมาจากการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน จํานวน ๒๐๐ คน ผมเองก็ได้ ไปขอแก้ไขในการแปรญัตติในเรื่องนี้ ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก จํานวน ๑๕๐ คน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งในเขตแต่ละจังหวัด จังหวัดละ ๑ คน และมาจากการสรรหาเท่ากับ จํานวนข้างต้น หักด้วยจํานวนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เท่ากับว่าผมนั้นไปขอแก้ไขที่ให้เป็น ๑๕๐ คน ก็เท่ากับว่าเข้าไปสู่ กระบวนการของกฎหมายรัฐธรรมนูญเดิมนั่นเอง ที่มี ๑๕๐ คน แล้วมา ๒ ทาง คือมาจาก การเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชนทุกจังหวัด ปัจจุบันมี ๗๗ จังหวัด ๆ ละ ๑ คน ส่วนที่เหลือ อีกคือ ๗๓ คนนั้นให้มาจากการสรรหา เหตุผลที่ผมต้องให้มีมาจากการสรรหาด้วยก็เพราะว่า ต้องการที่จะให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นได้มีหลากหลายในเรื่องต่าง ๆ ในหลาย ๆ ด้านด้วยกันนะครับ เพราะว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเก่า ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ปัจจุบันเราใช้อยู่นะครับมันมีความจําเป็นในการที่จะต้องมีสมาชิก วุฒิสภานั้นที่มาจากการสรรหาเพื่อที่จะได้มีองค์กรต่าง ๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญ มีผู้ที่มีความรู้ ความสามารถที่เข้ามาอยู่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชนในภาพรวม ถึงแม้ว่าจะเป็นการ สรรหา ท่านประธานครับ ต้องเข้าใจว่าการสรรหาของวุฒิสมาชิกไม่ใช่มาสรรหาเพียงแต่ว่า องค์กรหรือว่าหน่วยอรหันต์ ๗ คนอย่างที่ว่านะครับ ในการสรรหาที่ผ่านมาเขาก็ต้องมีการ เลือกมาจากในองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในการเลือกของภาควิชาชีพต่าง ๆ ภาคเอกชน หรือภาคอื่น ๆ แม้กระทั่งเรื่องของภาคทนายความ ภาคแพทย์ บรรดาครูบาอาจารย์ หรือสาย อื่น ๆ นั้นเขาก็มีการเลือกของเขามาในการที่คัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่ดีที่สุดของเขามา แล้วมาให้ คณะกรรมการสรรหาซึ่งแต่งตั้งจากหน่วยงานทั้ง ๗ หน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือมาเป็นผู้ สรรหาอีกทีหนึ่ง
ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเป็นห่วงในเรื่องของการที่จะให้มีวุฒิสมาชิกมาจาก การเลือกตั้งทั้งหมด จะทําให้ขาดในองค์กรที่มีความรู้ มีผู้เชี่ยวชาญ หรือว่ามีผู้ที่มี ความสามารถอีกหลายด้านนั้นเข้ามาเป็นผู้ที่กลั่นกรอง มาเป็นผู้ที่ดูแลในสิ่งต่าง ๆ ต้องเข้าใจครับว่า สมาชิกวุฒิสภานั้นทําหน้าที่แตกต่างกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างสิ้นเชิง สมาชิกวุฒิสภาก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นหน่วยงานที่จะต้องมาแต่งตั้ง ถอดถอน ในองค์กรอิสระ แม้กระทั่งคณะรัฐมนตรี วุฒิสภานั้นก็ยังมีสิทธิที่จะได้ไปถอดถอนได้ ฉะนั้น ความเชี่ยวชาญด้านความรู้ ความสามารถตรงนี้ ผมมองว่ามีความจําเป็นอย่างยิ่ง แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านประธานครับ ถ้าหากว่าการเลือกตั้งจากประชาชนมาทั้งหมด ในองค์กรที่เขาจะคัดของเขามาเองในบางส่วนในเรื่องของการสรรหานั้น อย่างเช่น ของสายคนพิการ ผมถามครับว่า เขามีสิทธิที่จะมาง่าย ๆ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ ถ้าหากว่าหันกลับไปใช้ในเรื่องของการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด ส.ว. สายคนพิการ ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น ส.ว. ปัจจุบัน ท่านมณเฑียร บุญตัน ที่เป็น ส.ว. สายคนพิการมาทุกวันนี้ผมต้องยกย่องครับท่านประธานครับ ว่าเป็นสมาชิกวุฒิสภา ที่มีคุณภาพมาก ถึงแม้ว่าในสายตาของท่านจะมองไม่เห็น ต้องขอประทานโทษนะครับที่ ได้เอ่ยนามท่าน ในสิ่งเหล่านี้ก็มีความจําเป็น และไม่เพียงพอครับในสายคนพิการที่มา คนเดียว ผมอยากจะให้มามากกว่านั้นด้วยซ้ํา อย่างเช่น ผู้สื่อข่าวจากช่อง ๓ คุณกฤษณะ ละไล ซึ่งท่านเปลี่ยนนามสกุลใหม่ คนนี้ก็สําคัญในการที่จะมาเป็นตัวแทนของพี่น้องในสาย คนพิการเหมือนกัน แต่ถ้าหากว่าไม่มีการมาจากการสรรหาแล้วถามว่าสมาชิกวุฒิสภาเหล่านี้ จะมาอย่างไร เขามีสิทธิหรือว่าเขามีโอกาสที่จะไปหาเสียงกับพี่น้องประชาชนได้เหมือน คนปกติหรือไม่