นฤมล ศิริวัฒน์ อภิปรายเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 113 และ 114 โดยชี้ว่ากระบวนการสรรหาเดิมที่กำหนดบุคคลมีชื่อเสียง 7 คน เป็นปัญหาและเสนอให้แก้ไขโดยเพิ่มจำนวนผู้สรรหาเป็นกลุ่มประเภทอาชีพเพื่อให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนโดยตรง พร้อมยกตัวอย่างกรณีการคัดเลือกครั้งที่ 2 ที่ซ้ำกับผู้มีสิทธิ์ 34 คนว่าเป็นความผิดพลาดที่ปิดโอกาสคนเก่งอื่น ๆ และยืนยันว่าการเลือกตั้งควรสะท้อนความต้องการของประชาชนมากกว่าการแต่งตั้งแบบเดิม
ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉัน นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาค่ะ ต้องเรียนว่าด้วยความมั่นใจและด้วยความสุจริตของดิฉันได้ทําให้ มีการลุกขึ้นอภิปรายในวันนี้ในกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา ๓ ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๑๑ ประเด็นของดิฉันก็คือว่าดิฉันอยากเห็น ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง แต่เป็น การเลือกตั้ง ๒ แบบ แบบที่ ๑ ก็คือแบบที่มาโดยพื้นที่จังหวัด ซึ่งถ้าเปรียบเทียบก็คือ ถ้าเป็นหมอก็คือเป็นหมอทั่วไปรักษาได้ทุกโรคนะคะ และอีกแบบหนึ่งก็คือแบบซึ่งกําหนดมา โดยสาขาอาชีพ ท่านประธานที่เคารพคะ ตลอดเวลา ๓ วันที่ได้นั่งฟังอยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ ดิฉันรู้สึกเหมือนกับว่ามีการอภิปราย คนที่แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งจะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเองทั้งหมด ดิฉันเรียน ท่านเลยค่ะว่าการที่มีเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะมาจากการสรรหาหรือมาจากการเลือกตั้งอภิปราย เช่นนี้ก็ไม่เป็นธรรมต่อ ส.ว. ซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยเฉพาะ ส.ว. ที่มาจาก การเลือกตั้งก็อาจจะทําให้มิตรขาดหายไปบ้างในการที่จะทํางานกัน ก็ขอเรียนค่ะว่าในมาตรา ๓ ที่ว่านี้ดิฉันเห็นว่าจํานวนของ ส.ว. ๑๕๐ คนนั้นเพียงพอแล้วค่ะ เพียงพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในการที่จะทําหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ทําหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ทําหน้าที่แต่งตั้ง ถอดถอน และหน้าที่อื่น ๆ เท่าที่อยู่ในสภามา ๕ ปีเศษ ดิฉันเห็นแล้วค่ะว่า ถ้าตั้งใจทํางานกันจริง ๆ นั้นเพียงพอ แต่เรื่องปัญหาจํานวนจึงไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ
ในส่วนของที่มาอีกที่มาหนึ่ง ดิฉันเรียนเลยค่ะว่าเหมือนกับคณะกรรมาธิการ คือต้องมาจากการเลือกตั้ง และต้องมาจากการเลือกตั้งโดยที่ให้มีความหลากหลาย ให้มีความเท่าเทียม ให้มีความชัดเจนในหลักการ ในกระบวนการเลือกตั้ง อันนี้ดิฉัน ก็คงจะต้องอภิปรายเลยเถิดไปถึงเรื่องของที่มาในมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ ด้วยนะคะ ท่านประธาน และเมื่อถึงในส่วนนั้นดิฉันก็คงจะไม่พูดถึงซ้ําค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ที่มาที่ว่าโดยมีบุคคลซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือได้ในสังคม ๗ คน เซย์ (Say) เสียว่า ๗ คนนะคะ ที่เราพูดกันในมาตรา ๑๑๓ นี้ ดิฉันคิดว่าเป็นปัญหาค่ะ ในเบื้องแรกก่อนจะเข้ามาเป็นสมาชิก วุฒิสภา ดิฉันได้ศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญแล้วดิฉันคิดว่าดูแล้วยังน่าจะเป็นปัญหา แต่ตอนนั้น ก็ไม่ได้เชื่อ และมั่นใจอย่างเต็มหัวใจว่าจะเป็นปัญหา คิดว่าถ้ากระบวนการสรรหาเป็นไปตาม มาตรา ๑๑๔ วรรคสอง อย่างเคร่งครัดก็คงจะไปกันได้ ดิฉันพูดเสมอค่ะ ในทุกที่ว่ามาจากที่ไหน โดยวิธีไหนไม่สําคัญ สําคัญที่ว่าเราจะไปด้วยกันเพื่อทํางานให้กับบ้านเมืองของเราในสภาแห่ง นี้ แต่การณ์มันไม่เป็นอย่างนั้นค่ะท่านประธาน เท่าที่ดิฉันสังเกตในช่วงที่ผ่านมานั้นมันมีความ แตกต่างมาก มันมีความคิดที่เป็นอคติฝังอยู่ในกลุ่มคนบางกลุ่มว่า ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น มันแย่ มันไม่ได้เรื่อง มันถูกครอบงํา ไม่มีคุณภาพ ไม่มีความเป็นตัวเอง ไม่มีความเป็นอิสระ ต่าง ๆ นานาที่มันเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวงที่จะลงมาสู่ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ดิฉันเรียนท่านว่า มันไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกค่ะ ถ้าแย่ขนาดนั้นประชาชนก็คงจะแย่เหมือนกันละค่ะที่เลือก ส.ว. แบบนั้นมา วันนี้ดิฉันอยากจะบอกท่านว่าเข้ามาทํางานด้วยกันแล้ว มันชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ เมื่อความชัดเจนนั้นปรากฏ ดิฉันก็คิดว่าก็ไม่เป็นไร ก็มาโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่ว่ากัน แต่วันนี้เรามีสิทธิ สิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ อย่างชัดเจนว่าเราสามารถที่จะ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมได้ แล้วก็แก้กันมาอย่างนี้ค่ะ ในปี ๒๕๔๙ แก้กันยกร่าง ทั้งหมด ทั้งฉบับด้วยซ้ําไปเพื่อจะเป็นแนวทางในการปกครองประเทศ แล้ววันนี้แม้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการวินิจฉัยไว้ในระดับหนึ่งว่าถ้ารัฐสภาจะใช้อํานาจตามบทบัญญัติ มาตรา ๒๙๑ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ทําได้ ก็จะต้องว่ากันเป็นเรื่องเป็นราว เป็นรายมาตราไป ดิฉันก็ยังถือว่าตรงนี้เป็นอํานาจและเป็นสิทธิโดยชอบของสมาชิกที่จะเสนอ ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมนะคะ ว่าการกลับเข้ามาสมัยที่ ๒ ท่านประธานคะ ที่เราจบ ๓ ปีไปแล้วเรามีการคัดเลือก ส.ว. สรรหาเข้ามาใหม่ ตรงนี้ค่ะที่ทําให้ดิฉันเกิดความมั่นใจ เกินร้อยเลยค่ะว่าจําเป็นจะต้องมีการแก้ไขในมาตรา ๑๑๓ มาตรา ๑๑๔ คือบุคคล ซึ่งจะตั้งเป็นกรรมการขึ้นมาสรรหานี้ ใช้ ๗ คนไม่ได้ ท่านต้องให้คนมากคนค่ะ ให้คนเยอะ คนเข้ามาเลือกคนที่จะเป็นตัวแทน ถามว่าแล้วจะเลือกอย่างไรคนเยอะคน ไม่ได้ เพราะไม่มี ที่ไหนจะไปทําการเลือกตั้งอย่างนั้นได้ จึงต้องกําหนดเป็นกลุ่มประเภท อาชีพ ถามว่า กลุ่มประเภทอาชีพต่าง ๆ นั้นท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่ามันยาก มันลําบากมากเลยที่จะทําการกําหนดกลุ่มประเภท ดิฉันขออนุญาตเรียนค่ะว่ามันไม่ยาก จนเกินไปหรอกค่ะ มันสามารถทําได้ถ้าเราตั้งใจที่จะทําให้มันเกิดขึ้นมา แล้วถ้าเราทํา อย่างนั้นได้นะคะ กลุ่มคนหลาย ๆ กลุ่มก็จะถูกคัดเลือกโดยตัวประชาชนเองนั่นละเข้ามา ในสภาของเรา เขาจะเลือกตัวแทนของเขาซึ่งมันจะสะท้อนให้เห็น ท่านประธานคะ ครั้งที่ ๒ ที่มีการคัดเลือกเข้ามา ๓๔ ท่านที่มาจากการสรรหาเป็นจํานวนที่ซ้ําจาก ๗๓ คน ที่มีโอกาส จะเข้ามาได้ในระบบสรรหา ดิฉันไม่ได้ตําหนิเพื่อนสมาชิก ดิฉันยกย่องเชิดชูบางคนถือว่าเป็นคนที่มีความรู้มีความสามารถมาก และเป็นมิตรที่ดีมากสําหรับการทํางานในสภานี้ แต่ก็ยังอีกละค่ะ ก็มีอีกจํานวนหนึ่ง ซึ่งดิฉัน คิดว่าไม่เหมาะสมที่เข้ามาทําหน้าที่ตรงนี้ ในส่วนของการเลือกตั้งครั้งที่ ๒ คําถามจึงมีคําถาม อยู่ว่า ประเทศไทยไม่มีคนดีกว่า ๓๔ ท่านที่ได้เข้ามาเป็นรอบที่สองแล้วหรือ ดิฉันไปที่ไหนก็ แล้วแต่มีคนถามว่า ส.ว. บ้านท่านมาอย่างไร เราบอกเลือกตั้งส่วนหนึ่งแต่ตั้งส่วนหนึ่ง คําถาม ที่ว่าแต่งตั้งมานั้นแตกต่างจากเลือกตั้งอย่างไร ดิฉันตอบเต็มปากเลยค่ะว่า ประสบการณ์และ ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางนั้นจะเป็นสิ่งที่จะเติมเต็มในส่วนของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่มันก็ไม่ได้อย่างนั้นเสียทั้งหมดนะคะ ดิฉันคิดว่าความผิดพลาดในการสรรหาในคราวที่ผ่านนั้น เยอะเกินไปค่ะ ๓๔ คนที่ซ้ํานั้น ปิดโอกาสเพื่อน ๆ ของดิฉันที่ยังอยู่นอกสภา เรียนท่านค่ะยังมีคนอีก เยอะคนเลยที่มีความสามารถที่หลากหลาย ยกตัวอย่างปราชญ์ชาวบ้านทั้งหลายที่เราบอกว่า เป็นผู้ที่มีความรู้มีความสามารถสมควรยกย่องนะคะ ดิฉันได้คุยกับเพื่อนสมาชิกที่มาจาก ภาคใต้ ยกตัวอย่าง ปราชญ์ชาวบ้านแห่งเทือกเขาบูโด ท่านวาลาดิแมร์ วาลาดิแมร์ นี้นะคะ ถามว่าท่านไม่เคยมีโอกาสได้มาตรงนี้ เพราะอะไรคะ เพราะกรรมการสรรหา ๗ ท่านจะเลือก ไปถึงไหม คนที่ดีแล้วไม่ดัง ไม่มีโอกาสหรอกค่ะในการที่จะมีโอกาสได้เข้ามา แต่ส่วนมากที่ ได้มานั้น เพราะมีสตางค์ มีสี มียศ มีตําแหน่ง มีเครือข่าย มีเน็ตเวิร์ค (Network) ต่าง ๆ และนั่นละค่ะคือความไม่เป็นธรรม และเมื่อความไม่เป็นธรรมมันอยู่ในระบบของเรา มันจึงเป็นระบบที่ต้องควรมีการแก้ไขปรับปรุง ดิฉันเห็นว่าความเท่าเทียมตรงนี้เป็นเรื่อง สําคัญ กระบวนการความโปร่งใสในการคัดเลือกเข้ามา พวกเราไม่มีข้อมูลว่าทําไมบุคคล เหล่านี้ถึงได้เข้ามาเหนือกว่าบุคคลเหล่านั้น ดิฉันเข้าใจว่ามีผู้คนสมัครมากมายหลายพันคน แต่ทําไมถึงได้มีการเลือกที่ซ้ํา ๆ อยู่อย่างนั้น ต้องเรียนอีกครั้งนะคะ ไม่ได้รังเกียจเพื่อน สมาชิกที่ทําหน้าที่ด้วยความสุจริต ด้วยความเชี่ยวชาญ ด้วยประสบการณ์อย่างแท้จริง แต่ก็ มีสมาชิกอีกหลายคนที่มาจากการสรรหา ไม่เคยแม้กระทั่งอภิปรายในสภานะคะ ไม่ได้ทํา หน้าที่จะเป็นตัวแทนเป็นปากเสียงของประชาชน จะดีจะชั่วท่านประธานที่เคารพคะ เพื่อนสมาชิกคะ พวกเราก็พยายามที่จะเป็นปากเป็นเสียงในยามที่เกิดปัญหาบ้านเมือง ในยามที่ประชาชนเดือดร้อน ยกตัวอย่างค่ะ ปีที่แล้วที่ผ่านมาท่านประธาน เวลาที่เกิดความขัดแย้ง ทางการเมืองกัน ดิฉันก็เห็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งจํานวนมากที่ยอมเสี่ยงความตาย เข้าไปสู่พื้นที่ที่มีความขัดแย้งนะคะ อันนี้คือสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเราอยู่กับประชาชน แม้ว่า จะอยู่ในความขัดแย้งและมีอันตรายอาจถึงตายได้ ซึ่งก็เรียนท่านว่าดิฉันเห็นจริง ๆ ค่ะ ด้วยความสุจริตว่าต้องแก้ไขตรงนี้ ให้ประชาชนได้เลือกเอาเองเถอะคะ ให้ประชาชน ได้ตัดสิน กระบวนการในเรื่องของความโปร่งใส เรื่องความเหมาะสมที่สําคัญและไม่สามารถ ทําให้หน้าที่ของวุฒิสมาชิกทําได้อย่างเต็มที่ที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับ อํานาจหน้าที่ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญนะคะ การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย ที่ผ่านมาเห็นชัด ๆ ค่ะ มีกฎหมายหลายฉบับที่เสนอโดยองค์กรหรือหน่วยงานที่เป็น องค์กรของทั้ง ๗ สถาบันที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สตง. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์กรอัยการต่าง ๆ นานา มากมาย มันอีหลักอีเหลื่อ มันทําแล้ว รู้สึกว่ามันอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่เจตนาอย่างเดียวของการร่างกฎหมาย กลั่นกรองกฎหมายที่ดี ท่านสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในที่นี้คงเข้าใจและยังจําได้อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินนะคะ ดิฉันคิดว่านั่นคือ ประจักษ์พยานที่ให้เห็นแล้วว่าคนที่ให้กําเนิดท่านเข้ามา อย่างไรก็ยังมีความรู้สึก ที่เป็นบุญคุณติดพันติดหนี้ ท่านบอกไม่ต้องติดหนี้หัวคะแนน แต่ดิฉันคิดว่าติดหนี้ ผู้ที่จะให้โอกาสท่านเข้ามานั่นแหละค่ะ มันล้างไม่ออกเลยนะคะ เพราะฉะนั้นไม่ควร ที่จะให้คนเหล่านี้เป็นผู้ที่จะกําหนดและเปิดประตูให้ท่านเข้ามาสู่การทํางานของวุฒิสภา มันจึงเป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขกัน
ในส่วนที่เกี่ยวกับการถอดถอน ท่านประธานคะ ถอดถอนได้ไหมคะ ท่านเป็นคนให้กําเนิดมา ท่านพาเข้ามาสู่สภาแห่งนี้จะถอดถอนนี้มาตรา ๒๗๔ ต้องใช้ เท่าไรคะ ๓ ใน ๕ มันไม่มีวันที่จะฟังก์ชั่น (Function) ได้เลย โดยหน้าที่ที่บัญญัติไว้ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญของเราให้ ส.ว. ทําหน้าที่ดังกล่าว ที่ผ่านมาจึงไม่ปรากฏว่าอํานาจนี้ สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นจึงเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกที่เคารพว่า เลือกตั้งจะเป็นเลือกโดยตรงจากพื้นที่จังหวัดคงไว้ และเพิ่มให้ประชาชนคืนอํานาจ คืนสิทธิ ให้ประชาชนในการที่จะให้เลือกตามแบบอาชีพที่มีความชํานาญเข้ามา เราจะเติมเต็มกันได้ นะคะ ก็คงโดยประมาณเพียงเท่านี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันเรียนแล้วว่าพวกเราส่วนใหญ่แล้ว อภิปรายตรงไปตรงมาค่ะ ไม่มีการที่จะไปคอยกระแนะกระแหนเพื่อนสมาชิก หรือสร้าง ภาพลักษณ์ต่าง ๆ ที่ไม่ดีต่อสภาของเรานะคะ แล้วเรียนท่านค่ะ จะครอบงํา ส.ว. ที่มาจาก การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเลือกตั้งจากจังหวัดหรือเลือกตั้งโดยแบบอาชีพ ท่านครอบงําไม่ง่าย ดิฉันเรียนท่านเลยค่ะ ประสบการณ์ที่ผ่านมาท่านจะเห็นเลยว่า ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง มีความคิดที่หลากหลาย มีความเป็นตัวเองสูง แม้จะมีบางส่วนบ้างที่เกี่ยวพันกับทางการเมือง ดิฉันยอมรับ แต่ความเป็นตัวเอง ความหลากหลายตรงนั้น นั่นละค่ะคือจุดแข็งที่มาจาก การเลือกตั้ง ดิฉันอยากให้ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้กรุณาพิจารณาเถอะค่ะว่า ถ้าให้มีการเลือกตั้งแบบที่มุ่งเน้นลงไปที่กลุ่มสาขาอาชีพท่านยังแก้ไขได้ และท่านจะสร้าง ความสมบูรณ์ เติมความหลากหลายและลดการผูกขาดอํานาจที่มาจากการสรรหาแบบสรรหา เท่าที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้ได้ เพื่อนสมาชิกของดิฉันก็กรุณาให้การวิเคราะห์ ให้การพินิจ อย่างลึกซึ้งด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ