อานิก อัมระนันทน์ เสนอแนะการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยเสนอให้เลือกตั้งตามกลุ่มอาชีพและสถานภาพ เพื่อให้มีการถ่วงดุลระหว่างกลุ่มต่างๆ และเพิ่มโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอานิก อัมระนันทน์ สภาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่า วุฒิสภาที่เป็นอยู่ตอนนี้ที่มีสมาชิกจากทั้งที่มาจากการเลือกตั้งและจากการสรรหาก็ทําหน้าที่ ได้ดีอยู่แล้ว ถ้าเราจะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งทีเราก็ควรจะทําให้ได้ระบบที่ดีมากขึ้นไปอีก เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เราต้องพยายามที่จะเชื่อม อุดมคติกับความเป็นจริงให้มากที่สุด การเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี ดีมากค่ะที่ให้ประชาชน มีส่วนร่วม การให้ ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ฟังดูก็น่าจะเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ทว่าท่านประธานคะ การที่กรรมาธิการเสียงข้างมากให้ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง ดิฉันเกรงว่าจะทําให้เราได้ระบบที่แย่ลง ประชาธิปไตยอาจจะถดถอย เพราะว่าที่มาของ วุฒิสมาชิกไม่เหมาะสมกับบทบาทหน้าที่ตามที่เป็นอยู่ คือหน้าที่การตรวจสอบกฎหมาย ตรวจสอบการทํางานของฝ่ายบริหาร ตรวจสอบคน ทั้งแต่งตั้ง ถอดถอนตําแหน่งสําคัญ ๆ ในการเมือง ไม่ว่าจะเป็นตุลาการ ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ กกต. ป.ป.ช. แล้วก็ถอดถอนแม้กระทั่งท่านนายกรัฐมนตรี หรือประธานศาลฎีกาก็ตาม เพราะฉะนั้นวุฒิสมาชิกจําเป็นจะต้องมีความเป็นอิสระสูง ต้องเป็นกลางทางการเมือง ใครดี ก็ต้องว่าดี ปกป้อง ส่งเสริมเขา ใครผิดก็ต้องว่าผิด ไม่ส่งเสริม แล้วก็ต้องช่วยให้เขา ได้รับโทษตามกติกา ตามกฎหมาย ถ้าหากว่าเราใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งเรามีแนวโน้ม ที่จะได้คนที่จะต้องพึ่งพา ยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์ซึ่งเป็นฐานเสียงในทางการเมือง ในการเลือกตั้งตามจังหวัดในสภาผู้แทนราษฎร หรือระบบพรรคการเมืองนั่นเอง ยากนะคะ ที่สมาชิกวุฒิสภาจากระบบนี้จะทําตัวให้เป็นอิสระและเป็นกลางได้ เพราะว่าแนวโน้มของเขา คือจะต้องพึ่งพาผู้มีอิทธิพลในระบบเลือกตั้ง โดยเฉพาะท่านกําลังแก้ให้เขาไม่ต้องเว้นวรรค เหมือนกับ ส.ว. ในชุดปัจจุบันที่มาจากการเลือกตั้ง และถ้าเผื่อเป็นแล้วอยากจะเป็นต่อ การตัดสินใจ ความคิดในการปฏิบัติหน้าที่ก็อาจจะต้องมีการคํานึงถึงฐานเสียง คํานึงถึง ความต้องการของพรรคการเมือง เราก็จะได้วุฒิสภาที่ไม่เป็นอิสระ ไม่สามารถทําหน้าที่ ตรวจสอบถ่วงดุลได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะท่านกําลังเพิ่มจํานวนของ ส.ว. จากการเลือกตั้ง ตามจังหวัด จากที่มีอยู่ ๗๗ เปอร์เซ็นต์เพิ่มเป็นถึง ๒๐๐ คน จะทําให้ฝ่ายบริหารซึ่งก็เป็น เสียงข้างมากอยู่แล้วในสภาโดยธรรมชาติไม่ว่าเป็นพรรคไหนนะคะ แนวโน้มก็คือเขาจะมี น้ําหนักมากขึ้นไปอีกหากวุฒิสภานั้นไม่เป็นอิสระ ประชาธิปไตยของเราจะถดถอย การใช้ อํานาจรัฐยากที่จะตรวจสอบถ่วงดุล รัฐสภาจะอ่อนแอ และอาจจะล่มสลายกลายเป็น เผด็จการรัฐสภา ประชาธิปไตยจะถูกเสียงข้างมากลากไปยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ การแก้ไข รัฐธรรมนูญในครั้งนี้แทนที่จะเชื่อมอุดมคติกับความเป็นจริง กลับจะกลายเป็นการเชื่อม ผลประโยชน์กับความเป็นจริง ธุรกิจการเมืองจะแพร่ระบาดมากว่าเดิม ผลประโยชน์ส่วนตัว ผลประโยชน์พวกพ้องจะเป็นใหญ่ โอกาสการทุจริตคอร์รัปชั่นจะสูงมากขึ้นไปอีก คอร์รัปชัน เชิงนโยบายก็จะมากขึ้น โอกาสของการมีนโยบายที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็จะน้อยเต็มที ฉะนั้นจะเห็นว่าวิธีการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกจะมีผลต่อเศรษฐกิจ ต่อชีวิต ความเป็นอยู่ของประชาชน หากประชาธิปไตยถดถอย ประเทศชาติก็จะถดถอยไปด้วย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ดิฉันจึงได้สงวนความเห็นให้เปลี่ยนลักษณะของ เขตเลือกตั้งจากจังหวัดเป็นการเลือกตั้งตามสายอาชีพและสถานภาพของบุคคล ดิฉันอยากจะเห็นระบบการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ท่านประธานคะ คนเรา แต่ละคนใส่หมวกหลายใบ ขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) นะคะ ได้ขออนุญาตตั้งแต่วันก่อนแล้ว
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
แต่ละคนก็มีอาชีพ มีสถานภาพมากกว่า ๑ อย่าง ตัวอย่างเช่น คุณ ก มีอาชีพรับราชการ เขาอาจจะมีหุ้นกับเพื่อนทําธุรกิจเล็ก ๆ เลิกงานแล้วก็ไปเปิดร้านกาแฟ และในชีวิตส่วนตัว คุณ ก ก็อาจจะมีรสนิยมไม่เหมือนบางคนอาจจะชอบคนเพศเดียวกัน เป็นเกย์หรือเป็นทอม เป็นดี้เขาเรียกว่ามีความหลากหลายทางเพศนะคะ นี่ก็คือหมวก ๓ ใบของคุณ ก เขามีหมวก ๓ ใบ แต่เขาจะมีสิทธิเลือกตั้ง ส.ว. ได้ ๑ คนค่ะ เขาจะเลือก ส.ว. ในแบบที่มีความหมาย มากที่สุดกับตัวเขา เราจะให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนไปขึ้นทะเบียนเลือกอาชีพหรือสถานภาพ ได้คนละ ๑ อย่าง ผลของการขึ้นทะเบียนก็จะนําไปกําหนดตําแหน่ง ส.ว. สําหรับกลุ่มต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องการ และเขาไม่จําเป็นจะต้องเป็นสมาชิกของสมาคมหรือชมรมอะไร จะสังเกตว่าข้อเสนอนี้แตกต่างจากข้อเสนออื่น ๆ เพราะว่าอยากจะให้สิทธิการเลือกกับ ประชาชนมากที่สุด ตัวอย่างเช่น คุณ ก อาจจะเลือกขึ้นทะเบียนเป็นข้าราชการ เพราะเขา อาจจะรู้สึกว่าข้าราชการเงินเดือนน้อย ไม่พอยังชีพ ไม่สมศักดิ์ศรี หรือไม่สมกับ ความรับผิดชอบ หรือเขาอาจจะเลือกขึ้นทะเบียนเป็นเอสเอ็มอี (SME) หรือผู้ประกอบการ รายย่อย เพราะเขาอาจจะเดือดร้อนจากการที่ถูกบังคับให้ต้องขึ้นค่าแรง รู้สึกว่าการกู้เงิน ในระบบนี้ทํายาก กู้นอกระบบก็ดอกเบี้ยแพง ถูกเอาเปรียบ หรือท่านประธานคะ เขาอาจจะ เลือกขึ้นทะเบียนเป็นคนอยู่ในกลุ่มหลากหลายทางเพศก็ได้ ถ้าเขารู้สึกว่าการที่เขาเป็นเกย์ ทอม ดี้ หรือมีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างไปนี้ ทําให้เขา ถูกกีดกันและได้รับความไม่เป็นธรรม เขาจะเลือกอาชีพหรือสถานะที่ตัวเขาเองเห็นว่า ยังด้อยสิทธินะคะ ยังเสียเปรียบ แล้วก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐ เท่าที่ควร การขึ้นทะเบียนนี้จะทําให้เรารู้ว่าประชาชนต้องการอะไร แต่ก็จะไม่ผูกมัดเขา สามารถทําให้เขาเปลี่ยนใจได้ ในการเลือกตั้งจริง เขาอาจจะเลือกผู้สมัครที่สวมหมวกใบอื่น ก็ได้ อย่างเช่น คุณ ก ขึ้นทะเบียนเป็นข้าราชการ แต่พอเลือกตั้งเขาเห็นตัวผู้สมัครของกลุ่ม สมมุติกลุ่มหลากหลายทางเพศที่โดดเด่น แล้วเขาก็รู้สึกว่าจะดูแลผลประโยชน์ของเขา ได้ดีกว่าผู้สมัครในกลุ่มข้าราชการ เวลาเข้าคูหา เขาก็อาจจะใช้สิทธิกาเลือก ส.ว. จาก อีกกลุ่มหนึ่งก็ได้นะคะ แล้วคนที่ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนละคะ ก็จะไม่เสียสิทธิค่ะ เพราะว่า ได้เรียนแล้วว่า เราควรจะต้องออกแบบระบบให้ใกล้เคียงอุดมคติ นําอุดมคติมาสู่ ความเป็นจริงให้ได้มากที่สุด ถ้าเขาไม่ได้ขึ้นทะเบียนเขาอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการกําหนด ว่าจะมี ส.ว. สําหรับอาชีพอะไร หรือสถานภาพอะไรบ้าง แต่ว่าเขาจะสามารถเข้าคูหา กาเลือกคนที่เขาคิดว่าจะดูแลผลประโยชน์ที่ตั้งอยู่ในใจของเขาได้ดีที่สุด เราจะได้ ส.ว. ที่มีความหลากหลาย ปกป้องสิทธิ แล้วก็ดูแลประโยชน์ของคนทุก ๆ กลุ่มในสังคมอย่างทั่วถึง ที่สําคัญค่ะ เราจะได้ ส.ว. ที่มีโอกาสเป็นอิสระทางการเมืองมากกว่าการเลือกตั้งตามจังหวัด เพราะว่าจะมีการถ่วงดุลระหว่างพวกเรากับพรรคพวกของระบบอุปถัมภ์ การเลือกตั้งจะเป็น ระดับประเทศ โดย กกต. จะจัดการสนับสนุนให้มีการประชาสัมพันธ์ผู้สมัคร แล้วก็แน่นอน ต้องกําหนดเพดานการใช้เงินในการทําประชาสัมพันธ์หาเสียงได้ เพื่อให้โอกาสผู้สมัครที่ อาจจะสามารถทําหน้าที่ได้ดี แต่ว่าไม่เป็นที่รู้จัก หรือให้โอกาสกับกลุ่มอาชีพ กลุ่มสถานภาพ ที่อาจจะยังไม่มีการจัดตั้งเป็นสมาคมชมรมที่เป็นล่ําเป็นสันเพียงพอ อย่างเช่น ชาวนา ส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมชาวนา ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ เขาก็ยังมี สิทธิที่จะเลือกตัวแทนในกลุ่มชาวนาในวุฒิสภาได้เป็นต้น นอกจากนี้การเลือกตั้งตาม กลุ่มอาชีพ หรือสถานภาพจะทําให้ประชาชนตื่นตัวมากขึ้น เพราะเป็นการเลือกตั้งคนที่ ใกล้ตัวเขามากจริง ๆ เป็นคนอาชีพเดียวกับเขา คนที่มีความคิดคํานึงแบบเดียวกับเขามาดูแล ผลประโยชน์ของเขา ประชาธิปไตยของเราจะเข้มแข็งและแท้จริงมากขึ้นเมื่อคนจํานวนมาก เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัว จะมีความตื่นตัวในหมู่ของประชากร ที่ตอนนี้เราเรียกกันว่า ไทยเฉย และที่สําคัญการตัดสินใจการเลือกตั้งของประชาชนทั่วไปจะมีการถ่วงดุลระหว่าง พวกเรากับพรรคพวกในระบบอุปถัมภ์ ระบบนี้จะทําให้เราได้รัฐสภาที่มีการถ่วงดุล ได้ระบบ เลือกตั้งที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและจะได้ประชาธิปไตยที่เข้มแข็งขึ้น เพราะจะมีคนมาใช้สิทธิ เลือกตั้งมากขึ้น เราจะมี ส.ว. ที่หลากหลายดูแลผลประโยชน์ของทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง ซึ่งก็จะ แปลว่าผลประโยชน์ที่ว่านี้จะเป็นผลประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ผลประโยชน์ของพวกพ้องใด พวกพ้องหนึ่ง ในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ประเทศไทยก็จะไม่ถอยหลัง ไม่ถลําสู่ หายนะของเผด็จการรัฐสภา เราจะได้ระบบที่ดีขึ้น ระบบที่เชื่อมอุดมคติกับความเป็นจริง ได้มากที่สุด หากการเลือกตั้งตามกลุ่มอาชีพสถานภาพนี้เป็นแนวทางที่จะเกิดขึ้นได้ ก็จะต้อง มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพื่อหาหลักเกณฑ์ วิธีการ แล้วก็เงื่อนไขที่เหมาะสม รวมทั้งหาความพอดีระหว่างสัดส่วนของคนกลุ่มใหญ่ ๆ กับความหลากหลายและความ ครอบคลุมของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งจะนําไปสู่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาต่อไป ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่กับความเป็นจริง ข้อเสนอที่เสนอวันนี้อาจจะเป็นของใหม่ แต่ดิฉันอยากให้ประชาชนได้รู้ว่าในการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญครั้งนี้ การที่จะให้ ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น มันมี ทางเลือกที่ดีกว่าการเลือกตั้งตามจังหวัด อยากจะให้ประชาชนเห็นว่าเขากําลังจะสูญเสีย อะไร
ขอสไลด์อันสุดท้ายค่ะ ที่มาของ ส.ว. นะคะ หากจะต้องมาจากการเลือกตั้งนี่ ก็ควรที่จะให้เป็นคนที่อาชีพเดียวกับเรา คิดเหมือนเรา มาตรวจสอบกฎหมายแทนเรา ตรวจสอบรัฐบาลแทนเรา แล้วก็ดูแลผลประโยชน์ของเรา เลือกตั้งตามกลุ่มอาชีพหรือตาม สถานภาพ แล้วแต่คุณ ท่านประธานคะ ดิฉันยืนยันด้วยความรักชาติ รักประชาธิปไตย อยากจะเห็นบ้านเมืองเจริญและสงบสุข ถ้าวุฒิสภาไม่สามารถทําหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลได้ ประชาธิปไตยจะถดถอยสู่เผด็จการรัฐสภา ธุรกิจการเมืองจะแพร่ระบาด การทุจริต คอร์รัปชันจะมากมาย นโยบายที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็จะเกิดได้ยาก ประชาชนจะเดือดร้อน ประเทศชาติจะเสียหายไม่รู้จบ ดิฉันจึงขอสงวนความเห็นให้เปลี่ยน การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกตามจังหวัด เป็นการเลือกตั้งตามสายอาชีพและสถานภาพ ขอบพระคุณค่ะ