ถาวร เสนเนียม หารือเรื่องการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการ และเสนอกลยุทธ์แก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการแก้ไขมาตรา 111 เพื่อเปลี่ยนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
ท่านประธานครับ กระผม นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต่อข้อหารือของเพื่อนสมาชิกและการตอบข้อหารือ ของท่านประธานทั้งสองที่อยู่ข้างหน้าผมนี้ ผมขอกราบเรียนว่าขอให้พวกเราสมาชิก รัฐสภาได้โปรดใช้ความรอบคอบของการเตือน ของการชี้ข้อคิดเห็นทางกฎหมายของ ท่านดอกเตอร์คณิต ณ นคร สิ่งแรกสิ่งที่เรายืนยันกันมาโดยตลอดว่าเมื่อเสียงข้างมาก ได้ลงมติแล้ว สิ่งนั้นน่าจะถูกต้อง แต่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นทุกประเทศ จะต้องมีการถ่วงดุล ไม่ว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายตุลาการจะต้องถ่วงดุล ซึ่งกันและกัน หลายประเทศที่ใช้ศาลรัฐธรรมนูญในการถ่วงดุลเสียงข้างมาก แม้แต่ ในประเทศอังกฤษ ซึ่งก็มีอยู่บ่อย ดังนั้นถ้าหลังจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะได้ชี้ว่าการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้เป็นโมฆะ ขออย่าได้คิดว่านั่นองค์กรถ่วงดุลที่เรียกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เข้ามาแทรกแซงการทําหน้าที่ของรัฐสภา ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ผมจึงขอกราบเรียนไว้ในเบื้องต้น
ท่านประธานครับ ในการแก้มาตรา ๑๑๑ ซึ่งแก้จาก ส.ว. ที่มีทั้งหมด ๑๕๐ คน มาเป็น ๒๐๐ คน และให้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดนั้น เหตุผลที่ชี้แจงกับพวกเราและชี้แจง กับพี่น้องประชาชนว่าการเป็นระบอบประชาธิปไตยนั้นจะต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยอ้างเอาว่ามีการโยงยึดกับพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริง หลายท่านได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ตัวชี้วัดไม่ใช่มีมาจากการเลือกตั้งแต่เพียงประการเดียวเท่านั้นที่จะเป็นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย แต่ตัวชี้วัดอย่างอื่น อย่างเช่น ความมีสิทธิมนุษยชนในประเทศนี้ สิทธิธรรมชาติ หลักนิติธรรม หลักสมเหตุสมผล และรวมถึงหลักของการถ่วงดุล ที่ผมพูดถึง ๕ ประการนี้ ก็เป็นตัวชี้วัดอีกประการหนึ่งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ที่สามารถโยงยึดกับผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ การขอแปรญัตติ ของผมจากการที่ร่างของคณะกรรมาธิการหรือร่างของผู้เสนอให้มาจากการเลือกตั้งทั้ง ๒๐๐ คนนั้น ผมขอกราบเรียนว่าผมขอแก้แปรญัตติเป็นการได้มาซึ่งวุฒิสมาชิกมาจาก การเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนโดยตรง ๑๐๐ คน และอีก ๑๐๐ คน ให้มาจากการเลือกตั้ง ขององค์กรวิชาชีพหรือองค์กรอื่น ๆ รายละเอียดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งออกกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ถามว่าทําไมผมถึงแก้อย่างนี้ ท่านประธานครับ การแก้ กฎหมายรัฐธรรมนูญหรือการแก้กฎหมาย นั่นหมายถึงการแก้เครื่องมือในการบริหารประเทศ ที่เห็นว่าเครื่องมือนั้นล้าสมัย หรือเครื่องมือนั้นไม่สามารถใช้ได้อีกแล้ว หรือเครื่องมือนั้น เป็นเครื่องมือที่ไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ คําถามของผม ฝ่ายที่ขอแก้ตอบ เพียงอย่างเดียวว่าไม่เป็นประชาธิปไตย และที่สําคัญผมติดตามการทํางานของสมาชิก วุฒิสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ นี้ ยังไม่มีอะไรเป็นข้อบกพร่อง ยังไม่มีอะไรเป็น ข้อบ่งชี้ว่าเกิดปัญหา และยังไม่มีอะไรเป็นข้อบ่งชี้ว่าก่อให้เกิดความเสียหายกับพี่น้อง ประชาชนคนไทย และไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นการสร้างความแตกแยก หรือไม่มีข้อบ่งชี้ว่าสนับสนุนให้รัฐบาลทําการทุจริตหรือฝ่ายบริหารทําการทุจริต ดังนั้น ผมถือว่ายังไม่ถือว่าเป็นเหตุอันสมควร เวลาอันสมควรที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า การแก้กลับไปเหมือนรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ นั้น เราได้รับบทเรียนมาแล้ว บทเรียนในอดีต ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด นั่นคือเป็น ผู้แทนของปวงชนชาวไทยที่มาจากพื้นที่ทับซ้อนหรือพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เช่นเดียวกับพวกเรา คือพวกผมที่มาจากการเลือกตั้งจากเขตพื้นที่ เมื่อทําหน้าที่ทับซ้อน สิ่งสําคัญที่สุดการ สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนก็สามารถสะท้อนปัญหาผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ อยู่แล้ว ทําไมจะต้องเอา ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดไปทําหน้าที่ทับซ้อนในพื้นที่ทับ ซ้อนกับพวกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่ผมถือว่าเหตุผลยังไม่เพียงพอที่จะย้อนกลับไปยัง ส.ว. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่ที่สําคัญยิ่งกว่านั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีอํานาจ แต่ไม่สามารถถ่วงดุลกับการทําหน้าที่ของรัฐบาลเนื่องจากฐานเสียงของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้นมาจากฐานเสียงทางการเมือง มาจากฐานเสียงของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากเขตเลือกตั้งเดียวกัน เมื่อมาจากฐานเสียงเดียวกัน แนวทาง ในการทํางานจึงไปทางเดียวกัน จะเห็นได้จากว่า ส.ว. ในยุคนั้นมีอํานาจในการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง และเป็นอย่างไรครับ ผลผลิตของ ส.ว. ในยุคนั้นคัดเลือก คณะกรรมการการเลือกตั้งมาแล้วมาจัดการเลือกตั้งไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรม ผลปรากฏว่า ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาให้ติดคุกคนละ ๔ ปี ท่านประธานอาจจะเถียงผมว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งขณะนี้ศาลฎีกาได้พิพากษายกฟ้องไปแล้ว แต่ศาลฎีกาไม่ได้ พิพากษายกฟ้องในข้อเท็จจริงอันเป็นการกระทําของคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดนั้น เป็นการพิพากษาให้ยกฟ้องว่าผมไม่มีอํานาจฟ้อง ดังนั้นข้อเท็จจริงยังคงฟังได้เป็นที่ยุติว่า การจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เป็นผลิตของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น ส่อทุจริต ส่อผิดกฎหมาย ก็ต้องยินดีกับท่าน กกต. ที่ยังมีชีวิตอยู่อีก ๒ คนที่หลุดพ้นจากการ จําคุก แต่ก็ขอฝากเอาไว้ว่าถ้าการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้สําเร็จ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน อย่าทําหน้าที่ให้เหมือน ส.ว. ปี ๒๕๔๐ ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด หรือเราจะดู บางกรณี องค์กรอิสระที่มาจากการเลือกตั้งของ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น เช่น ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการอื่น ๆ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้ามาจากผลผลิตของ ส.ว. เลือกตั้ง ปรากฏว่ามาขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง ศาลพิพากษาต้องหลุดพ้นจากตําแหน่ง นี่ก็คือผลผลิต จากการทําหน้าที่ของ ส.ว. เลือกตั้งที่มีมติเห็นชอบหรือเลือกองค์กรอิสระเข้ามาทําหน้าที่ ผมจึงขอตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่าประวัติศาสตร์อาจจะซ้ํารอยอีกครั้งหนึ่ง การวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นสภาผัวสภาเมีย สภาเครือญาติ จริง ๆ แล้วการมีอิทธิพลต่อ ส.ว. และ ส.ส. อาจจะเกิด ได้ตลอด อย่างเช่นปัจจุบันนี้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าสามีภรรยาครอบครัวหนึ่ง สามีมีอิทธิพลเหนือ ส.ว. ภรรยามีอิทธิพลเหนือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง ดังนั้นข้อพึงสังวร ข้อสังเกตของผมก็ขอให้คอยติดตามว่าถ้ากฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ แก้ได้ก็อาจจะเป็นปัญหาในวันข้างหน้า ท่านประธานครับ แล้วการทําหน้าที่ของ ส.ว. นั้น มีอํานาจเด็ดขาดมาก อํานาจเด็ดขาดและอํานาจที่น่าสะพรึงกลัวเป็นอํานาจที่รัฐธรรมนูญ ทุกฉบับให้อํานาจเอาไว้ โดยเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้อํานาจเอาไว้ ส.ว. เหล่านั้นมาจากพรรคการเมือง มาจากสมาชิกที่เกี่ยวพันกับ พรรคการเมือง หรือถึงขนาดว่าอาจจะมีการตั้งพรรคขึ้นมาสนับสนุนผู้ลงสมัคร ส.ว. ในทางลับ เป็นข้อที่เราจะต้องคอยติดตาม แต่ ส.ว. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เมื่อเลือกตั้งเข้ามาแล้ว อํานาจมีอะไรบ้างท่านประธานครับที่เราจะต้องตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ให้ความเห็นชอบผู้ที่จะเข้าทําหน้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ถ้า ส.ว. ไม่เห็นชอบ ส.ว. มีสิทธิ ที่จะตีกลับให้ผู้ทําหน้าที่สรรหา สรรหาเข้ามาใหม่ เห็นไหมครับ มีอํานาจต่อการกําหนด ตัวบุคคลให้มาทําหน้าที่คณะกรรมการองค์กรอิสระ อย่างเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้งก็เหมือนกัน ส.ว. มีอํานาจให้ความเห็นชอบ