อนุรักษ์ นิยมเวช หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างวุฒิสภา และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภา และการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้แก้ไขปัญหาเดิมและเป็นการถอยหลัง และเรียกร้องให้ศาลพิจารณาใช้มาตรา 29 ในการวินิจฉัย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานนะครับ ในส่วนของตัวความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมคิดว่าก็เป็นข้อสังเกตที่สภาแห่งนี้จะต้องรับฟัง โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของตัวการแปรญัตติ นะครับ ในชั้นกรรมาธิการที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาโดยเฉพาะในประเด็นในเรื่องคุณสมบัติของ ตัว ส.ว. โดยเฉพาะในส่วนของการเลือกตั้งที่มีการปรับปรุงขึ้นมา โดยเฉพาะในเรื่องของตัว ในกรณีบุตรนะครับ บุพการี หรือเรียกว่าคนที่เกี่ยวข้องกันสามารถที่จะมาสมัครเป็น ส.ว. หรือในกรณีนักการเมืองเดิมมีการเว้นวรรคไว้ ๕ ปี ในกรณีลาออกวันนี้พรุ่งนี้เข้ามาได้เลย นี่เป็น ๒ ประเด็น หรือรวมกรณีที่ว่าให้มีการเว้นวรรคในเรื่องอํานาจของสมาชิกวุฒิสภา ผมคิดว่านี่เป็นประเด็น ๑ ใน ๓ ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นหลังในเรื่องอํานาจหน้าที่ของ สมาชิกวุฒิสภาในช่วงระหว่างที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งทั่วไป ผมคิดว่าตรงนี้คงมีปัญหา ในเรื่องของความชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญค่อนข้างจะมากนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งผมตั้งเป็นข้อสังเกตนะครับ ผมอ่านเรื่องคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายแล้ว ผมคิดว่าการแก้ไขตรงนี้เป็นการแก้ไขโครงสร้างเลยนะครับขององค์กร วุฒิสภาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอํานาจนิติบัญญัติ ซึ่งปกติแล้วอํานาจนิติบัญญัติประกอบด้วย ๓ ส่วน อํานาจของศาล อํานาจของฝ่ายบริหาร แล้วก็อํานาจของนิติบัญญัติ ซึ่งนิติบัญญัติ ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา ผมคิดว่าคราวนี้เป็น การเปลี่ยนแปลง ผมขอบันทึกไว้นะครับว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงองค์กรสูงสุดทางการเมือง ตามคํานิยามศัพท์ที่ทางศาลรัฐธรรมนูญเคยให้ความหมายไว้นะครับ ในกรณีนี้ผมคิดว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหลัก ๆ อยู่ประมาณ ๕ ประการด้วยกัน ตามที่ผมสรุป ตามคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
ประการที่ ๑ เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสมาชิกวุฒิสภาจากการที่ เป็นตัวแทนแต่ละจังหวัด ซึ่งเราเรียกว่าเป็นตัวแทนจังหวัดนะครับ เป็นการเปลี่ยนแปลง เป็นลักษณะแบบพอพพิวเลชั่น (Population) ตามจํานวนประชาชนนะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือมีการยกเลิก ส.ว. สรรหา นั่นเป็นประการที่ ๒
ประการที่ ๓ ก็คืออาจจะมีการกําหนดคุณสมบัติขึ้นใหม่โดยชั้นกรรมาธิการ ว่าให้บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง บุพการี หรือลูก สามารถที่จะเป็นสมาชิกวุฒิสภาได้
ประการที่ ๔ ก็คือให้นักการเมืองซึ่งเพิ่งลาออกสามารถเข้ามาได้นะครับ
ประการที่ ๕ ก็คือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในช่วงของการประกาศ พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง
อีกประการหนึ่งก็คือเรื่องการขาดดุลยภาพ ในเรื่องของเจตนารมณ์ก็คือ ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภามีความเป็นกลาง ซึ่งถ้าเราย้อนยุคไปดูแล้ว สมัยปี ๒๕๔๐ นะครับ ให้คนที่เป็นนักการเมืองแค่ ๑ ปีสามารถสมัครเป็น ส.ว. ได้ แต่ปัจจุบันในชั้นกรรมาธิการ แก้ถอยหลังนะครับ ก็คือไม่ได้บอกว่า ๑ ปีนะครับ สามารถลาออกวันนี้ พรุ่งนี้ก็สามารถ ที่เข้ามาสมัคร ส.ว. ได้นะครับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าไม่ได้เป็นการพัฒนาการเมือง เป็นการถอยหลัง ในแง่ของการวิกฤติ ซึ่งเท่ากับว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ฉบับแก้ไขไม่ได้มีการแก้ไข ประเด็นดังกล่าวนะครับ กลับไปสู่ปัญหาเดิม ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายก็ได้พูดไว้นะครับ
ประการสุดท้ายในแง่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้มองว่าปัญหา เรื่องดุลยภาพ เรื่องความเป็นอิสระ เรื่องความถ่วงดุลต่าง ๆ เหล่านั้นผมคิดว่าเป็นปัญหา ที่จะต้องได้รับการบันทึกไว้นะครับในการแก้ไขฉบับนี้
อีกประการหนึ่งผมอยากให้ท่านเพื่อนสมาชิกกลับไปดูในเรื่องของคําวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีที่มีการวินิจฉัยประเด็นมาตรา ๒๙๑ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ ประเด็นเรื่องของมาตรา ๒๙๑ นะครับ ในเรื่องคราวที่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มาตรา ๖๘ ผมคิดว่าท่านประธานคณะกรรมาธิการในฐานะผู้เข้าไปเป็นพยานให้การในชั้นนั้น ก็คงรู้ ได้อ่านคําพิพากษาเรียบร้อยแล้วนะครับ ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนะครับ ในกรณีดังกล่าวเขาใช้เกราด์ (Ground) พื้นฐานของมาตรา ๖๘ ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ใช้ มาตรา ๒๙๑ ของท่านนะครับ มาตรา ๖๘ บอกว่าองค์กรที่มีการแก้ไข โดยเฉพาะในเรื่อง ของวุฒิสภาเป็นองค์กรสูงสุดนะครับ เป็นองค์กรที่กําเนิดสถาปนาโดยประชามติ โดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกเราก็มาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเป็นกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับเดียวที่มีการลงประชามติ เพราะฉะนั้นองค์กรสูงสุดทางการเมืองที่ถูก สถาปนาโดยประชาชน ถ้าจะมีการแก้ไขอํานาจองค์กรสูงสุดดังกล่าวต้องผ่านการลง ประชามตินะครับ แต่ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยบอกว่าถ้าจะมีการแก้ไขรายมาตรา จะกระทําได้ ตรงนั้นเขาเรียกว่านิติวิธีนะครับ ไม่ได้หมายความว่าการแก้ไขรายมาตรา จะกระทําได้ทุกเรื่อง เป็นการแก้ไขในเรื่องขององค์กรสูงสุดทางการเมืองนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าทําได้อย่างนี้นะครับ