รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

บุญเลิศ ไพรินทร์ พูดว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 3 ที่ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง เนื่องจากประเทศไทยไม่ได้ทำตามแบบฉบับประชาธิปไตยของอังกฤษที่มีสภาสูงและสภาล่าง โดยเฉพาะสภาสูงไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มาจากการแต่งตั้งจากสาขาอาชีพต่าง ๆ และวิธีการเลือกตั้งในประเทศไทยปัจจุบันไม่สมบูรณ์ เนื่องจากมีการซื้อสิทธิขายเสียงและโกงเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังมีการใช้อิทธิพลและทุจริต ซึ่งจะทำให้กระบวนการได้มาซึ่งอำนาจและการใช้อำนาจไม่สมบูรณ์ และอาจนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชันมากขึ้น

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ท่านประธาน ที่เคารพครับ คือผมปฏิเสธการแก้ไข มาตรา ๓ ทั้งมาตรา คือว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ในเรื่องของการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ด้วยเหตุผลว่าระบอบ ประชาธิปไตยของประเทศไทยคือระบอบรัฐสภาที่ลอกเลียนมาจากอังกฤษซึ่งเป็นแม่แบบ เขามี ๒ สภา คือสภาล่างกับสภาสูง สภาล่างคือ เฮ้าส์ ออฟ คอมมอน (House of Common) เลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง แต่ เฮ้าส์ ออฟ ลอร์ด (House of Lord) เขาแต่งตั้งมาจากสาขาอาชีพ วิชาชีพต่าง ๆ เพื่อให้มาเป็นพี่เลี้ยงในการตรวจสอบถ่วงดุล ความคิดเห็นต่าง ๆ ของสภาล่าง เราจะเห็นว่าประเทศอังกฤษนั้นเป็นประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์กว่าประเทศไทยมากมายมหาศาล เรามักจะอ้างการยึดโยงประชาชนเป็นเรื่อง สําคัญอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ดูแม่แบบประชาธิปไตยที่แท้จริงของเขา ผมเห็นด้วยกับการยึดโยง ประชาชน แต่การยึดโยงประชาชนในบรรยากาศของการเลือกตั้งน้ําเน่าที่เป็นอยู่ในระบอบ ประชาธิปไตยจอมปลอมที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ในประเทศนี้ ได้มีการซื้อ สิทธิขายเสียงอย่างมากมายมหาศาล มีการโกงเลือกตั้ง มีการใช้อิทธิพล สารพัด ได้ก่อให้เกิด ปัญหามากมายในเรื่องของกระบวนการได้มาซึ่งอํานาจ การใช้อํานาจ การตรวจสอบการใช้ อํานาจ เพราะฉะนั้นผมยังไม่เห็นมีความจําเป็นตรงไหนเลยที่จะต้องให้มีการเลือกตั้ง ทั้ง ๒๐๐ คน การที่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้กําหนดให้มีการเลือกตั้งและสรรหาสมาชิก วุฒิสภานั้น เป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเท่าที่ผ่านมาที่เคยมี กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้มีการต่อยอดสิ่งที่บกพร่องในกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ ซึ่งเราถือว่าเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ฉบับนี้ดีกว่าฉบับประชาชนอีก เพราะได้มีการลงประชามติตั้ง ๑๔-๑๕ ล้านคน เห็นด้วย กับกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผล ๒ ประการ ประการแรก คือเราเอาตัวแบบการเมืองแบบระบบรัฐสภา หรือพาร์เลียเมนทารี ซิสเท็ม (Parliamentary system) จากอังกฤษมา ซึ่ง ส.ว. เขาไม่มีการเลือกตั้งเลย มีแต่ การสรรหาและแต่งตั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นอีกประการหนึ่งก็คือ กระบวนการได้มาซึ่งอํานาจ การใช้อํานาจ การตรวจสอบการใช้อํานาจตามกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมา ถ้าไปอ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ผ่านมาเราจะเห็นว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับ จะเน้นเรื่องการได้มาซึ่งอํานาจ การใช้อํานาจ การตรวจสอบการใช้อํานาจ แต่ว่าล้มเหลว โดยสิ้นเชิง การได้มาซึ่งอํานาจก็ฉ้อฉล ทุจริต การเลือกตั้งซื้อสิทธิขายเสียง เรายังจะให้ สมาชิกวุฒิสภาซ้ํารอยย่ําอยู่กับเท้าของน้ําเน่าตรงนี้ต่อไปใช่ไหม ประเทศชาติยังไม่บอบช้ํา มากพอใช่ไหม เพราะว่าการที่เราจะเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งไม่มีใครที่จะรับรองได้ว่า สมาชิกวุฒิสภานี้จะต้องยึดโยงกับพรรคการเมือง เมื่อยึดโยงกับพรรคการเมือง ใช้ฐานเสียง เดียวกัน ก็เท่ากับว่าเรามีสภา ๒ สภานี้ คือสภาเดียว และจะนําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชัน มากขึ้นในการใช้อํานาจ การตรวจสอบการใช้อํานาจ เมื่อถึงจุด ๆ นั้นแล้ว ประชาชน ทั้งหลายจะไม่ยอมท่าน ในการที่จะให้ท่านใช้อํานาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดหรือเป็นเผด็จการ รัฐสภา เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่าในประการต่อมานี้ก็คือว่าการมีสมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง จังหวัดละ ๑ คน รวม ๗๗ คน และจากการสรรหา ๗๓ คน จากตัวแทน กลุ่มวิชาชีพที่หลากหลาย ทําหน้าที่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ผมพอใจวุฒิสภาชุดนี้มาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหา ที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ปฏิบัติหน้าที่อย่างสมภาคภูมิ ของความเป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ รักษาผลประโยชน์ของชาติไม่ยิ่งหย่อนหรือมากกว่า ที่มาจากการเลือกตั้งด้วยซ้ําไป ผมอยากจะกราบเรียนด้วยหัวใจ แล้วทําไมเราถึงไม่รักษา ความดีงามของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ เราจะไปแก้ทําไมครับ เราบอกยึดโยง เพื่อให้ ยึดโยงประชาชน ผมถามว่ายึดโยงประชาชน ที่มันมีกําหนดไว้ในมาตรา ๖๘ ให้ประชาชน ยึดโยง ให้ยึดโยงกับประชาชน คือให้สิทธิประชาชนพิทักษ์กฎหมายรัฐธรรมนูญโดยเข้าถึง ศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ท่านกลับไปตัดสิทธิประชาชน นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่เขาทําดีอยู่แล้ว เขามีสิทธิมีเสียง ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็น ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม พาร์ทิซิเพโทรี ดีม็อคเครซี (Participatory democracy) แต่ท่านบอกว่าไม่ดีหรอก เพราะว่า มาตรา ๖๘ นี้ เป็นหอกข้างแคร่ที่จะทิ่มตําไม่ให้นําไปสู่ การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้ ท่านเลยบอกว่าไม่ให้ประชาชนมีอํานาจ ไม่ให้ ประชาชนมีสิทธิ หมายความว่าอย่างไรท่านประธานที่เคารพ เราบอกว่าอยากจะยึดโยง เพื่อจะแก้มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ เพื่อให้เปลี่ยนจากสรรหามาเป็นเลือกตั้งทั้งหมด แล้วเพิ่มจาก ๑๕๐ คน เป็น ๒๐๐ คน ผมเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภารุ่นแรก ปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ อยู่มา ๖ ปี ๖ เดือน ๑๕ วัน ซึมซับกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวุฒิสภาในขณะนั้น ผมเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าอะไรมันเกิดขึ้นในวุฒิสภา เพราะฉะนั้นการที่เราต้องใช้เงินใช้ทองไปเพื่อเลือกตั้ง ส.ว. เข้ามาต้องใช้เงินมหาศาล เพราะต้องเลือกตั้งทั้งจังหวัด อย่าพูดเลยว่าให้เดิน ๆ ไปแล้วก็ให้ประชาชนเลือก ใครเขาจะ รู้จัก ส.ว. คนนั้น คนสมัครคนนั้น ไม่มีหรอกครับ มันต้องขึ้นป้าย มันต้องไปหาหัวคะแนน มัน ต้องทําสารพัดที่จะให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มันต้องใช้เงินครับ เพราะฉะนั้นเมื่อใช้เงินก็เข้า มาตกอยู่ภายใต้อํานาจเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุนสามานย์ที่ทําลายชาติและประชาชน เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ในฐานะที่ท่านเป็นคนจังหวัด ฉะเชิงเทราด้วยกัน ให้ผมได้แสดงความรู้สึกที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินนี้ ผมไม่ได้พูดเพื่อ ตัวผมเอง หรือเพื่อฝ่ายค้านแต่ฝ่ายเดียว แต่ผมพูดเพื่อผลประโยชน์ของแผ่นดินนี้ เพราะว่า ผมอายุมากแล้ว แผ่นดินกําลังจะกลบหน้าผมแล้ว เพราะฉะนั้นผมเป็นนักเรียนนอกครับ เรียนทุนธนาคารโลก เรียนปริญญาเอกด้วยทุนธนาคารโลกที่สหรัฐอเมริกาครับ เพราะฉะนั้น นักเรียนนอกไม่ทุกคนหรอกครับที่มีปัญหา ที่มีปัญหาก็เฉพาะบางคนเท่านั้น อยากจะ กราบเรียนด้วยหัวใจว่าประชาธิปไตยบ้านเรานี้ยังมีปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้ง ส.ว. ทั้งหมด ทั้ง ๒๐๐ คน มันจะต้องยึดโยงกับพรรคการเมือง จะนําไปสู่เผด็จการรัฐสภา ทั้งการ ได้มาซึ่งอํานาจ การใช้อํานาจและการตรวจสอบการใช้อํานาจ จะไม่มีใครมีอํานาจตรวจสอบ และถ่วงดุลการใช้อํานาจอย่างย่ามใจและเลยเถิดนําไปสู่ความไม่พอใจของสังคมในภาพรวม ที่ใดมีเผด็จการที่นั่นมีปัญหาครับ ลอร์ด แอกตัน (Lord Acton) พูดไว้เมื่อร้อยกว่าปีบอกว่า พาวเวอร์ เทนด์ ทู คอร์รัพท์ แอนด์ แอบโซลูท พาวเวอร์ คอร์รัพท์ แอบโซลูทลี (Power tend to corrupt and absolute power corrupt absolutely) ที่ใดมีอํานาจ ที่นั่น มีแนวโน้มที่จะฉ้อฉล ที่ใดมีอํานาจเหลือล้น ที่นั่นจะมีการฉ้อฉลจนสุดประมาณ ผมเตือนสภานี้ ให้ทราบไว้ว่าที่ใดมีเผด็จการจะนําไปสู่หายนะของผู้นั้น และของประเทศชาติด้วย ดังจะเห็น ได้ว่าเมื่อมีเผด็จการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม และ พลตํารวจเอก เผ่า ศรียานนท์ ก็มี จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เข้ามาปราบปราม ไม่มีใครเขาอยู่ค้ําฟ้าหรอกครับเผด็จการ ไม่ว่า เผด็จการทหารหรือเผด็จการรัฐสภา เมื่อมีเผด็จการ จอมพล ถนอม กิตติขจร จอมพล ประภาส จารุเสถียร ก็มีนิสิตนักศึกษาและประชาชนเข้ามาปราบปรามเมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เมื่อมีเผด็จการ พลเอก สุจินดา คราประยูร ที่ต้องการสืบทอดอํานาจเผด็จการ ก็มีประชาชน ผู้ชิงชังการสืบทอดอํานาจเผด็จการนั้นขับไล่ออกไปเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๓๕ เมื่อมีเผด็จการรัฐสภาในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็มีนักปฏิวัติขี้เรื้อนบางคนเข้ามาขับไล่ ออกไป เมื่อมีเผด็จการรัฐสภา