ชาดา ไทยเศรษฐ์ หารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง จังหวัดละ 2 คน เพื่อให้ประชาชนได้เลือกตัวแทนจังหวัด และไม่ให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นตัวแทนของพรรคการเมือง
เรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของชาวจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา เรียนท่านประธานว่า ผมได้ขอแปรญัตติในมาตรานี้ ก็จะขอท่านประธานพูดทั้งมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ควบกันไป กราบเรียนว่าวันนี้ผมเองเห็นด้วยกับสมาชิกวุฒิสภาที่จะมาจากการเลือกตั้ง เพราะว่าผมเชื่อว่าหลายท่านก็เห็นด้วย เพราะว่าอะไรครับ วันนี้เราคงเบื่อคนที่มาจาก ส่วนกลางแล้วมาคิดแทน อะไรที่ส่งมาจากส่วนกลางไปคิดแทนชาวบ้านหมด มันทําให้ปัญหา ประเทศไทยไม่ค่อยจบ แล้วที่สําคัญเขาบอกว่าระหว่างหลักของประชาธิปไตยกับเผด็จการ มันดีอย่างไร มันดีกว่ากันอย่างไร ประชาธิปไตยเขาบอกว่าเลวน้อยกว่า เผด็จการเลวมากกว่า แต่ผมว่ามันดีกว่ากันตรงที่ว่าในระบบของการปกครองระบอบประชาธิปไตยมีการเลือกตั้ง เมื่อใดที่มีการเลือกตั้ง นักการเมืองหรือผู้ที่จะต้องเลือกตั้งจะต้องลงไปพบพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ไม่ว่าจะการหาเสียงในรูปแบบใด หาเสียงได้หรือไม่ได้ จะไปแนะนําตัว อะไรก็ตาม นั่นคือสิ่งที่เขาจะต้องไปเห็นปัญหา ไปเห็นสภาพต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชน เขาจึงจะสามารถรู้สภาพ รู้ปัญหา แล้วก็แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ตรงประเด็น แล้วก็ตรงกับ ความเป็นจริงมากที่สุด แต่วันนี้เราหลายท่านมองอยู่เรื่องที่ว่า มาจากการเลือกตั้งหรือไม่มา หรือมาจากการสรรหา ผมว่าประเด็นนี้ละครับที่จะทําให้ปัญหามันเกิดขึ้น เพราะเรา ลืมมองไปว่าเรื่องของจํานวนลืมมองในข้อด้อยของความต้องการของหลายคนว่า ข้อด้อย อะไรเป็นอะไร ข้อด้อยของการเลือก ให้ประชาชนเลือกกับข้อด้อยของการสรรหามีอะไรบ้าง ทําให้เรามองข้ามประเด็นนั้น แล้วแม้แต่จํานวนผมเองได้ขอแปรญัตติไว้ว่าให้สมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง จํานวน ๑๕๔ ท่าน คือใช้จังหวัดละ ๒ คนเป็นตัวตั้ง เหตุผลก็คือว่า การที่ใช้ในระบบประชาชนเป็นฐาน ๓๐๐,๐๐๐ เสียงต่อสมาชิกวุฒิสภา๑ ท่าน ผมว่า วันข้างหน้า ผมอยากจะพูดตรงนี้และจําไว้ได้เลยครับ แล้วบันทึกไว้ได้เลยว่า วันข้างหน้า จะเกิดปัญหากับประเทศนี้บ้านเมืองนี้ และหลาย ๆ จังหวัด ก็คืออํานาจมันจะเป็น ๒ ชั้น สมาชิกวุฒิสภา ๓๐๐,๐๐๐ คน กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๕๐,๐๐๐ คน ถามว่ามาจาก ระบบการเลือกตั้งเหมือนกัน ถ้ายิ่งไปอยู่คนละพรรคหรือคนละพวก กลไกของวุฒิสมาชิก ก็มีคณะกรรมาธิการต่าง ๆ อย่าบอกว่าท่านไปเป็นสภาพี่เลี้ยง ท่านไม่ลงมายุ่งข้างล่าง แต่ในหลักความเป็นจริงมันไม่ใช่ การที่จะเป็นสภาพี่เลี้ยงหรือสภาระดับสูง ต้องมาจาก ตัวแทนจังหวัด จังหวัดละ ๒ คน ไม่มีจังหวัดใหญ่ไม่มีจังหวัดเล็ก แต่ใช้จังหวัดเป็น เขตเลือกตั้ง หรือถ้าท่านจะเอา ๒๐๐ คน ก็ให้หารเป็นจังหวัด เพราะว่านี่คือตัวแทน ผมบอกว่า อย่าไปชี้นําประชาชน อย่าไปบอกว่าประชาชนเลือกไม่เป็น เดี๋ยวอย่างโน้นนะ ต้องมีการสรรหา ให้ตรงกับสายอาชีพ อย่าดูถูกประชาชน ประชาชนเลือกเป็นครับ แต่เราต้องวางระบบ การเลือกให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ท่านเลือกถูกและรู้วิธีการเลือก การใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งนั้นจะมีผลต่อการเลือกตัวแทนของกลุ่มชนได้ชัดเจนมากที่สุด อันนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะฝากไว้ แล้ววันข้างหน้าจะเกิดปัญหาอีกหลายประการกับ บ้านเมืองนี้ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการได้มองประเด็นนี้ให้มาก ๆ เรามัวแต่พูดกันว่าเลือก หรือว่าแต่งตั้ง ระบบการแต่งตั้งควรจะหมดไปจากประเทศนี้ได้แล้ว เพราะคนที่ได้รับ การแต่งตั้งไม่รู้หรอกครับ วันนี้บ้านเมืองนี้ยุ่งเพราะนักวิชาการครับ ยุ่งเพราะนักวิชาการครับ ไม่ได้ยุ่งเพราะใคร ยุ่งเพราะพวกที่ไปเรียนต่างประเทศ มีความรู้สูงส่งแต่ไม่เอาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่เอาปัญหาความเป็นไทย ๆ ของไทยมาแก้ เราพยายามที่จะ มีกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับอเมริโกย สหรัฐอเมริกาและยุโรปสแกนดิเนเวียผสมกันไปทั่วหมด แต่เราลืมความเป็นไทย เราลืมพฤติกรรมของคนไทย เราลืมนิสัยคนไทย และเราลืมความ เป็นอยู่อย่างไทย ๆ เดี๋ยวนี้ท่านสังเกตได้ครับ ชนชั้นสูงจะพูดกันไม่ค่อยรู้เรื่อง อังกฤษคํา ไทยคํา เดี๋ยวนี้ไปไหนยังดีนะครับ มีแอพพลิเคชั่น (Application) ที่แปลภาษาได้ ไม่อย่างนั้นปวดหัว ผมเรียนด้วยความเคารพว่า แต่ปัญหาบ้านนี้เมืองนี้จะไม่ได้รับการแก้ไข แต่เชื่อว่าในอนาคต ฐานจากประชาชน ๓๐๐,๐๐๐ คน จัด ๑๕๐,๐๐๐ คน จะมีปัญหาไขว่กัน แล้วถ้าใช้ระบบ จังหวัดจะไม่มีอํานาจแทรกซ้อนมาจากพรรคการเมือง จะไม่มีอํานาจแทรกซ้อนจาก ส.ส. ที่จะไปสนับสนุน ส.ว. ได้ เพราะว่าการเลือกทั้งจังหวัด ถ้าวันนี้ ส.ว. ยังมีจํานวนฐาน ประชาชนน้อยกว่านายก อบจ. มันก็ยิ่งน่าเศร้า วันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก ๑๕๐,๐๐๐ คน ก็ถือว่าบางที่น้อยกว่านายกเทศมนตรีก็ว่าได้ หรือว่าน้อยกว่านายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดแน่นอน เรียนด้วยความเคารพ แต่ ส.ว. นั้นต้องดูในภาพรวมทั้งจังหวัด และเป็นตัวแทนของจังหวัดนั้น ๆ เพื่อจังหวัดอุทัยธานีก็จะเลือกตัวแทนในฐานะที่จะมา อยู่ในสภาสูงอีกแบบหนึ่ง จังหวัดเชียงใหม่ก็จะเลือกอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าแยกเป็นพื้นที่เขต ๓๐๐,๐๐๐ คน ไม่ใช่การบ่งชี้ เป็นตัวแทนของกลุ่มชนนั้นโดยตรง หรือว่าจังหวัดนั้นโดยตรง แต่ถ้าใช้พื้นที่เขตจังหวัดไปเลือกตั้ง จะจํานวนเท่าไรผมไม่เกี่ยง ผมบอกได้เลย และปัญหา อํานาจทับซ้อนการทํางาน คิดหรือครับว่าประชาชนจะไม่ไปร้องเรียนสมาชิกวุฒิสภา ในเรื่องของความเดือดร้อน เพราะประชาชนถือว่าผู้ที่เขาเลือกตั้งคือผู้ที่เขาต้องได้รับ การแก้ปัญหาให้เขา มันจะเกิดการไขว่ วันนี้อํานาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้หนีห่างไปจากหน้าที่ของนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย วันนี้ถนนไปไม่ได้ ถนนไม่ดีก็ร้องผู้แทนราษฎร ถ้าพูดกันจริง ๆ หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นในเรื่องของการออกกฎหมาย ปัญหาคือมันก็ไม่ไป ทับซ้อนกันอยู่ทุกวันนี้ ทําให้พี่น้องประชาชนไม่เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้อย่างชัดเจน ตรงนี้ผมอยากจะให้มอง วันนี้มันทับซ้อนกันอยู่แล้ว แต่วันข้างหน้ามันจะเป็นการทับซ้อนอีกฝ่ายหนึ่ง อํานาจจะเป็น ๒ ชั้น การทํางานจะเป็น การทับซ้อนที่ไม่รู้ว่าหน้าที่ใครเป็นหน้าที่ใคร ไม่ใช่ประชาชนผิดครับ พวกเรานี่แหละผิด เพราะเราวางกลไกไว้ไม่ได้ พี่น้องประชาชนนั้นอย่าไปดูถูกว่าพี่น้องประชาชนจะเลือกคน ไม่เป็น ท่านเลือกเป็นครับ มันอยู่ที่พวกเราวางกลไกในการเลือกตั้ง วางกลไกในการบริหาร บ้านเมืองอย่างไร ภายใต้การตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าวันข้างหน้าจะมีปัญหาแน่นอนกับประเทศของเรา เพราะว่าเรามองข้ามประเด็นที่สําคัญไปครับ นี่คือความเห็นที่ผมคิดว่าอยากจะให้ฟังไว้ ถ้าวันหนึ่งเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะกลายเป็นว่าขอให้รับผิดชอบกันไว้ด้วยว่าเป็นความคิดจาก พวกเรานะครับ แล้วผมเชื่อว่าปัญหาทับซ้อนแน่นอน กราบเรียนด้วยความเคารพครับ