รัฐสภา · ครั้งที่ ๓ · ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๖

ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร หารือเรื่องปัญหาพืชผลเกษตรตกต่ำ และเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งชี้แจงแนวทางแก้ไข นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ และเสนอให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนและองค์กรวิชาชีพ โดยมีหน้าที่ในการกลั่นกรองและตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เมื่อสักครู่ผมได้เห็นท่านเข้ามาร่วม ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็อยากจะฝากเรียนกับท่านนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรค ร่วมฝ่ายค้าน พร้อมด้วย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อีก ๗๓ คน ได้ยื่นญัตติขอให้สภาพิจารณา ปัญหาพืชผลเกษตรตกต่ํา ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ปาล์มน้ํามัน รวมถึงค่าครองชีพต่อ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง เพื่อขอให้บรรจุเป็นญัตติ เร่งด่วน ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในวันพฤหัสบดีนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะให้ ความสําคัญ ให้ความกรุณาได้เสียสละเวลาเข้ามาร่วมรับฟังเพื่อฟังปัญหา และชี้แจง แนวทางแก้ไขปัญหาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วย ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

ท่านประธานครับ ผมเข้าประเด็นนะครับ ผมได้ใช้สิทธิในการอภิปราย การแก้ไขร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพื่อจะบอกกล่าวต่อประธานและที่ประชุม ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่เคารพรักทั้งหลายที่กําลังชมการถ่ายทอดสดอยู่ในขณะนี้ เราได้ ถกเถียง ได้ชี้แจง ได้เสนอแนะ ประเด็นวิธีการซึ่งได้มาสมาชิกวุฒิสภากันหลายมุม หลายด้าน แต่ประเด็นหลักซึ่งผมจะต้องเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาว่า หัวใจที่สําคัญที่เราจะต้อง ประเด็นว่าเราจะมีวิธีการได้มาอย่างไรนั้น เราคงต้องมาดูบทบาทและหน้าที่เป็นเรื่องหลัก ก่อนครับ ผมเห็นหลายท่านได้อภิปรายบอกว่าหัวใจที่สําคัญที่สุดเราต้องให้สมาชิกวุฒิสภา นั้นมาจากการเลือกตั้ง ผมก็เห็นด้วยครับว่า คนที่ทําหน้าที่ในรัฐสภาต้องมีความยึดโยงกับ ประชาชน ไม่ขัดข้องครับ แต่ประเด็นหลักในเมื่อเรากําหนดอํานาจหน้าที่ให้สมาชิกวุฒิสภา นั้นมีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมบริหารราชการแผ่นดิน มีอํานาจในการเลือก แต่งตั้ง ให้คําแนะนําหรือให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดํารงตําแหน่ง และที่สําคัญคือมีอํานาจ ในการถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง นี่ละครับหน้าที่ที่ผมต้องอ้างอิงหน้าที่ให้ พี่น้องประชาชนทางบ้านได้รับฟัง เพราะจะชี้แจงให้เห็นว่าหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีความแตกต่างกัน ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ผมก็ทําหน้าที่ในการออกกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของประเทศ และที่สําคัญผมก็เป็นผู้เลือก ส.ส. ที่จะดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี และมีหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณแผ่นดิน ควบคุมบริหารงานของรัฐ รวมทั้งนําปัญหา ความเดือดร้อนของประชาชนมาเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้ นี่ละครับคือความแตกต่างระหว่าง ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ผมขอเรียนกับพ่อแม่พี่น้องประชาชนว่า แม้ว่าผมจะไม่เห็นด้วยในเวลาขณะนี้ที่เราจะมีการเร่งรัดรีบแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แต่ด้วยความเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย โดยที่ผมไม่ได้อยู่ในอาณัติใด ๆ หรือมอบหมายมี ความครอบงําจากหน่วยงานใด แต่ผมก็จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ ส่วนร่วมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ผมจึงได้ขอแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑๑ เป็นดังนี้ มาตรา ๑๑๑ วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก จํานวนสองร้อยคน ดังต่อไปนี้ ๑. สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน จํานวน หนึ่งร้อยคน และ ๒. สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยสมาชิกองค์กรวิชาชีพ องค์กร อาชีพที่ได้รับการจดทะเบียนจํานวนหนึ่งร้อยคน โดยแบ่งเป็นประเภทละสิบคน ดังนี้ ผมจะยกเพียงตัวอย่างเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับฟัง ไม่มีโอกาสมาถือเอกสารจะได้รู้ว่า องค์กรวิชาชีพรัฐนั้นองค์กรใดบ้าง เช่น สภาทนายความ องค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุข เช่น แพทยสภา สภาการพยาบาล ทันตแพทยสภา สภากายบําบัด สภาเทคนิคการแพทย์ สภาเภสัชกรรม เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีองค์กรคุรุสภา สภาวิชาชีพบัญชี และสมาคม ธนาคารไทย สภาวิชาชีพวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และที่สําคัญก็มีสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นต้น ท่านประธานครับ ท่านเห็นหรือไม่ครับว่าที่ผมต้องเสนอให้ที่มาของวุฒิสภามาจาก องค์กรวิชาชีพโดยการเลือกตั้งทางอ้อมนั้น เพราะผมเห็นว่าเราต้องคํานึงถึงอํานาจหน้าที่ของ วุฒิสภาก่อนดังที่ผมได้กราบเรียนถึงบทบาทหน้าที่ในเบื้องต้น อํานาจหน้าที่วุฒิสภาที่ผม ได้กล่าวว่าหน้าที่ที่สําคัญทําไมท่านถึงจะรีบรัดเร่งรีบแก้ไขกฎหมาย ผมมองประเด็น ตรงหน้าที่ในการถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง และหน้าที่ในการพิจารณาให้บุคคล ดํารงตําแหน่ง โดยเฉพาะการถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงออกจาก ตําแหน่ง อันได้แก่ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น ซึ่งปรากฏว่าหากผู้นั้นมีพฤติการณ์ร่ํารวยผิดปกติ ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่า กระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่ากระทําผิดต่อหน้าที่ในการยุติธรรม หรือส่อว่า จงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย พี่น้อง ประชาชนเห็นหรือยังครับว่าทําไมรัฐสภาเราถึงเร่งรีบ ทําไมรัฐบาล ทําไมคณะกรรมาธิการถึง มีความกระตือรือร้น มีความกระเหี้ยนกระหือที่จะรีบแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญวิธีการได้มา ซึ่งวุฒิสภายิ่งนัก เมื่อวันก่อนพี่น้องประชาชนคงเห็นภาพบรรยากาศที่ประธานรัฐสภาเร่งรีบ รวบรัด อาศัยตํารวจมาล้อมหน้าล้อมหลัง ใช้เสียงข้างมากหักดิบ เพื่อใช้กลไกการบริหารใน สภาแห่งนี้มากดดันการทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน พยายามผลักดันการปรับ เปลี่ยน รื้อ สร้างกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะวุฒิสภาเป็นสภาที่ทําหน้าที่ในการกลั่นกรอง ถอดถอน ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐโดยอิสระ ผมจึงไม่เห็นด้วยครับที่จะให้ได้มาซึ่งสมาชิก วุฒิสภาจํานวน ๒๐๐ คน โดยมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนทั้งหมด ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็น ความสําคัญของประชาชนนะครับ ผมเคารพในสิทธิ เคารพในการตัดสินใจของพี่น้อง ประชาชน แต่ท่านประธานครับ เพราะว่าสมาชิกวุฒิสภานั้นมีตําแหน่งหน้าที่ในการ กลั่นกรอง ดังนั้นเมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อย่างไรครับ เพราะมีหน้าที่พิจารณาใน การกลั่นกรอง ตรวจสอบ เขาถึงต้องกําหนดคุณลักษณะบางอย่างไม่ให้ผู้ที่จะมาเป็นสมาชิก วุฒิสภาต้องไม่เป็นบุพการี ต้องไม่เป็นคู่สมรส หรือไม่สามารถดํารงตําแหน่งทางการเมือง เหมือนที่ท่านคณะกรรมาธิการจะแก้ในมาตรา ๑๑๕ เขาต้องทําอย่างนี้เพื่ออะไรครับ เพราะ เขาต้องการให้วุฒิสภาเป็นองค์กรที่ตรวจสอบ ต้องมีความเป็นกลางอย่างสูงยิ่ง และต้อง ปลอดจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง นี่อย่างไรครับที่ผมจะอธิบาย ผมจึงไม่เห็นด้วย อย่างยิ่งที่กรรมาธิการเปิดช่องให้เสียงข้างมากจากการเลือกตั้งมาเป็นจักรกลหมุนเคลื่อนสิ่ง เหล่านี้จนเกินความพอดี จึงเป็นก้าวย่างที่สุ่มเสี่ยงต่อความโอนเอนไหลเลื่อนของบรรทัดฐาน ของความถูกต้องและเป็นธรรม ต่อไปครับ ความดีงามในสังคม เพราะถ้าเราใช้หลักการ เลือกตั้งและหลักเสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว เพื่อใช้เสียงข้างมากมาบั่นทอนทําลาย หลักนิติรัฐ ประเทศเราอยู่ไม่ได้หรอกครับ ที่ผมต้องเรียนอย่างนี้ที่ติอย่างนี้ผมติเพื่อก่อครับ ผมจึงได้เสนอให้มีวิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทางอ้อมอีก ๑๐๐ คน คือ ให้เป็นตัวแทนของคนทุกกลุ่มทุกสาขาอาชีพ ซึ่งจะมีความหลากหลายและสะท้อน องค์ประกอบของสังคมได้เป็นอย่างดี ที่สําคัญเราต้องคนที่มีความสามารถมีความเชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน ให้สายวิชาชีพต่าง ๆ เหล่านี้เขาเลือกกันเอง เพื่อจะได้เข้ามาทําหน้าที่ในการ กลั่นกรองกฎหมายให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และให้มีหลักประกันว่าจะได้มีสมาชิกวุฒิสภาส่วนหนึ่งที่ ปลอดจากการถูกแทรกแซงจากฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้มีความเป็นอิสระที่จะสามารถทําหน้าที่ สภาตรวจสอบได้อย่างเต็มภาคภูมิและได้อย่างแท้จริง ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่รัก ทุกท่านครับ การพยายามแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ วิธีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาให้มาจาก การเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คนนั้น ผมฟันธงครับ แท้ที่จริงแล้วนี่คือระบอบเผด็จการที่อ้างความ เป็นระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนซึ่งใช้หลักเสียง ข้างมากมาใช้มีผลทําให้เกิดการรวมศูนย์อํานาจ ต่อไปรัฐบาลจะมีอํานาจเหลือล้นโดยเฉพาะ เมื่อรัฐบาลมีมิจฉาทิฐิ หลงอํานาจและเห็นแก่ผลประโยชน์ จะมีผลทําให้สังคมถูกปกครอง โดยเผด็จการ แต่เป็นในคราบของประชาธิปไตยครับ