สุธรรม พันธุศักดิ์ วิจารณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ ส.ว. ที่ใช้โมเดลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งขาดฝ่ายค้านและเสี่ยงต่อการทุจริต โดยเสนอให้เปลี่ยนจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจังหวัดเป็นการเลือกตั้งแบบเขตประเทศจำนวน 50 คน เพื่อลดอิทธิพลพรรคการเมืองและรักษาสมดุลอำนาจตามหลักประชาธิปไตย
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุธรรม พันธุศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมใคร่ขอใช้โอกาสนี้แปรญัตติ ซึ่งขอใช้สิทธิอภิปรายในฐานะที่มาตรา ๓ ที่แก้ไข มาตรา ๑๑๒ ได้แก้ไขโดยคณะกรรมาธิการครับ โดยที่คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขการ เลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งและมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นได้ ๑ คน และใช้วิธี ออกเสียงลงคะแนนได้โดยตรงและลับ กระผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าในการอภิปราย ของผมนั้นผมจะขอใช้เวลาสั้นที่สุด แต่อย่างไรก็ตามมันก็ต้องมีเหตุผลที่เกี่ยวเนื่องที่จะต้อง อธิบายให้ท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับทราบว่าเหตุผลของผมมีประการใดบ้างนะครับ
กระผมคิดว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. เป็นการ แก้ไขที่ได้ตั้งธงไว้ล่วงหน้า แล้วก็เรากําลังจะใช้ประชาธิปไตยในรูปแบบใช้โมเดลขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกระผมขอกราบเรียนอย่างนี้นะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน ขณะนี้ก็มีสภาเดียว แต่ว่าไม่ได้มีฝ่ายค้านในสภาเลยนะครับ อยากจะกราบเรียนว่าเป็นฝ่าย เดียวกันทั้งหมด แล้วก็ยกเว้นการดํารงตําแหน่งของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ยกเว้น การดํารงตําแหน่งของนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ยกเว้นการดํารงตําแหน่งของ นายกเทศมนตรีนคร เทศมนตรีเมือง และเทศมนตรีตําบล จะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า พูดง่าย ๆ เป็นได้จนตาย กระผมกราบเรียนอย่างนี้ เรื่องอย่างนี้ในขณะนี้มีปัญหามาก การที่จะปล่อยให้โมเดลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปอย่างนี้ก็เท่ากับว่าเรากําลัง จะเข้าไปสู่การทําลายระบอบประชาธิปไตยเสียด้วยซ้ําไป นอกจากนั้นแล้วองค์การบริหาร ส่วนท้องถิ่นในขณะนี้ซึ่งผมอยากจะกราบเรียนว่ามันก็มีข่าวคราวในเรื่องของ การคอร์รัปชันมากขึ้นนะครับ จนอาจจะกล่าวว่าทุกคนคิดว่าเงิน ๑๐๐ บาทในขณะนี้ที่ใช้ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็รวมทั้งเทศบาลทั่วประเทศ ๑๐๐ บาท ก็ใช้ได้เพียง ๖๐ บาท อีก ๔๐ บาทจะไปไหนผมคิดว่าทุกท่านคงจะทราบ ผมคิดว่าอย่างนี้มันขัดกับ หลักการและการที่จะใช้เงินของประเทศชาติอย่างนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย อย่างยิ่งนะครับ กระผมอยากจะกราบเรียนว่าอย่างนี้นะครับที่ผมยกโมเดลของ อปท. ขึ้นมา เป็นการเปรียบเทียบ ขณะนี้เรากําลังจะแก้ไขไปสู่จุดนั้น เราจะเอาสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีอยู่ ๒ ประเภท ก็คือเลือกตั้งกับสรรหา จะให้มีการเลือกตั้งอย่างเดียว ถ้ามีการเลือกตั้งอย่างเดียว ผมก็ไม่อยากจะพูดซ้ําประเด็นที่ท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่านที่ได้เอ่ยไปแล้วนะครับว่า มันก็จะทําให้สมาชิกวุฒิสภาต้องไปสังกัดพรรคการเมืองโดยพฤตินัย ผมไม่ได้หมายความว่า โดยนิตินัย เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งแต่ละครั้งจะต้องอาศัยเสียงจากพรรคการเมืองที่สังกัด อยู่นะครับ ผมจะยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าหลายจังหวัดจะเลือกตั้งก็ต้องดูว่าฐานเสียงมาจากไหน ไม่มีสมาชิกวุฒิสภาที่จะเลือกตั้งโดยไม่มีฐานเสียงของ ส.ส. มันเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมกล้าพูดได้ว่าอันนี้จะเป็นการขัดหลักการนะครับ เพราะว่าทุกอย่าง ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ ในอาทิตย์ที่ผ่านมาจะมีการตั้งสมาชิก สภาปฏิรูปการเมือง ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดเสริมในเรื่องของ สมาชิกสภาปฏิรูปการเมืองว่าต้องการที่จะแยกดุลอํานาจ ทั้งอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอํานาจตุลาการนี้ให้มีความมั่นคง มีเสาหลักมีดุลอํานาจคานซึ่งกันและกัน แต่ว่าในขณะนี้เรากําลังที่จะทําในสิ่งที่ตรงกันข้ามนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่าน อย่างนี้นะครับว่า ทุกอย่างมันมีทั้งโปร (Pro) และคอน (Con) นะครับ แล้วก็สมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการสรรหาและมาจากการเลือกตั้ง ต่างมีเหตุผลว่าการที่จะเลือกตั้งทั้งหมดนั้น ดี แล้วพวกสรรหาทั้งหมดก็อยากจะว่าสรรหาทั้งหมดนี้มันจะปราศจากการผูกมัดจากอํานาจ และผลประโยชน์ของอื่น ๆ นะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าอย่างนี้ว่า ในทุกอย่างก็ตาม เรากําลังทํานี่ ซึ่งคิดว่ามันไม่น่าจะให้ทางสภานี้มาพิจารณาในเรื่องอย่างนี้นะครับ เพราะว่า ถ้าพูดกันไปนี้อย่างไรก็ตามนะครับ ฝ่ายที่มีเสียงข้างมากก็จะยกมือ ก็จะเป็นฝ่ายผู้ชนะ แล้วก็ ฝ่ายที่มีเสียงข้างน้อยก็จะเป็นแพ้ไปในที่สุดนะครับ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในเรื่องการยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าในเรื่องของการกีฬา ไม่ใช่นักกีฬานี้จะต้องมาแต่งตั้ง กติกาเองนะครับ ก็ต้องให้กรรมการเขามาตั้งกฎ กติกา มารยาท ก็เรื่องนี้นะครับ ผมคิดว่า ส่วนทั้งสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็มาจากการสรรหา ต่างคน ต่างมีผลประโยชน์ ถ้าให้ดี ผมก็คิดว่าให้ประชาชนนี้ทําประชาพิจารณ์สิครับ ประชามติว่า ฝ่ายไหนจะดีกว่า จะมีการผสมหรือจะมีการเลือกตั้งอย่างเดียวหรือจะมีการสรรหาอย่างเดียว ผมกราบเรียนอย่างนี้เพื่อจะให้สั้นเข้านะครับ อยากจะกราบเรียนว่าผมเห็นด้วยว่าสมาชิก วุฒิสภา ถ้าจะมาจากการเลือกตั้งนะครับ ผมอยากจะแปรญัตติให้แทนที่มาตรา ๑๑๒ การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้ใช้เขตจังหวัด ผมอยากให้ใช้เขตประเทศไปเลยนะครับ ถ้าเขต ประเทศเป็นเขตเลือกตั้งนะครับ แล้วก็สมาชิกวุฒสภานี้ลดจากจํานวน ๒๐๐ คน ที่ท่านตั้งขึ้นนี้นะครับ ให้เหลือ ๕๐ คน เพราะอะไร เพราะว่า ๕๐ คนนี้ ท่านจะใช้พรรค การเมืองต่าง ๆ มันคงจะลําบาก ในเรื่องของการใช้เสียงวุฒิสภานี้ไปเสริมในเรื่องของรัฐบาล หรือฝ่ายค้านก็ตามนะครับ เพราะว่ามันจะมาจากหลากหลาย ก็เหมือนกับสมาชิกวุฒิสภา ของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีเพียง ๒๕ คน ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง เขตประเทศเป็น เขตเลือกตั้ง สมาชิกประเทศฟิลิปปินส์ วุฒิสภาประเทศฟิลิปปินส์มีอํานาจมากนะครับ ถอดถอน ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถอดถอนประธานศาลฎีกา ถอดถอนได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องผ่าน องค์กรใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่า ถ้าท่านจะต้องการให้สมาชิกวุฒิสภานี้มา จากการเลือกตั้งอย่างเดียวผมจะขอแปรญัตติมาตรา ๑๑๒ อย่างนี้นะครับ การเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาให้ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิ ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตประเทศและให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้ คะแนนรับเลือกตั้งลําดับที่ ๑ ถึงลําดับที่ ๕๐ เป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งนะครับ อันนี้ก็จะเป็น ประโยชน์นะครับ ผมไม่ได้รังเกียจนะครับว่า ในเรื่องระบอบประชาธิปไตยนี้จะต้องมี การยึดโยงจากประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าสมมุติว่าเราได้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งจํานวน ๕๐ คน มาจากเขตประเทศนะครับ คิดว่าการใช้เงินซื้อเสียงซื้ออะไร คงจะลําบาก แล้วก็ ๕๐ คนจะเข้ามาเป็นผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนแล้วก็ยึดโยงจาก ประชาชนโดยตรงก็จะเป็นประชาธิปไตยที่ท่านต้องการ ผมก็มีเรื่องที่ต้องขอใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ของรัฐสภาเพียงแค่นี้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ