สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาขัดแย้งในหมู่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเรียกร้องให้สังคมไทยตั้งสติและดูข้อเท็จจริงและหลักการในการแก้ไขปัญหา และเสนอแนะการปรับเปลี่ยนจำนวนสมาชิกสภาสังคมนิยมให้มากขึ้น โดยให้สมาชิกมาจากการเลือกตั้งประชาชนทั้งหมด และมีจำนวน 250 คน เพื่อป้องกันการล็อบบี้และการแทรกแซง
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกสักเล็กน้อยครับ ที่จริงเรื่องนี้บังเอิญว่าจะเกี่ยวพันกับผมในฐานะที่เป็น ส.ว. ปี ๒๕๔๙ ด้วย ดังนั้นปี ๒๕๔๓ ผมเรียนท่านประธานว่ามันเชื่อมโยงนิดหน่อย ดังนั้นผมจะ ไปให้เร็วที่สุด ท่านประธานที่เคารพ ส.ว. ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๙ ระยะแรก ๆ ท่านประธานก็ไป ดูได้ว่า ผมเชื่อว่าเขาก็อยู่กันตามปกติ แต่ว่าโดยธรรมชาติของนักการเมือง ส.ว. เองเมื่อมี บางกลุ่มตั้งกลุ่มขึ้นมามันจะเกิดฝ่ายตรงกันข้ามขึ้นมาทันที ส.ว. ในปัจจุบันก็เช่นเดียวกันครับ เราเองที่มาจากการเลือกตั้ง ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับ เรานี้คือคุยกันไว้ตั้งแต่ ต้นว่าเราอยากจะร่วมมือกับพี่ ๆ ที่มาจากการสรรหา ถึงแม้เราไม่เห็นด้วยแต่เพื่อให้เดินไปได้ แต่ว่าเมื่อมีการตั้งกลุ่มโดยธรรมชาตินี้มันจะมีกลุ่มที่ไม่ใช่กลุ่ม นี่ครับจึงเป็นที่มาของความ ขัดแย้งหรือไม่ใน ส.ว. ปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ และเมื่อมีความขัดแย้งอํานาจบริหารเข้าไป แทรกหรือไม่ ผมจบเพียงเท่านั้นในส่วนของ ส.ว. ปี ๒๕๔๓ ถึงปี ๒๕๔๙ ที่เขาเรียกว่า สภาทาส เพราะดูเหมือนท่านประธานจะซีเรียส (Serious) กับเวลาของผมค่อนข้างมาก ท่านประธานที่เคารพในส่วน ส.ว. ปี ๒๕๔๙ ตรงนี้ขอพูด ผมถามท่านที่พูดเรื่องสภาผัวสภาเมีย ด้วยความเคารพมีกี่คนครับ มีกี่คู่ครับ เอาข้อเท็จจริงก่อน อย่าเพิ่งไปพิพากษาหรือตัดสินคุณค่า ผมเป็นแกนนําของ ส.ว. ปี ๒๕๔๙ ครับ ผมได้ทําหนังสือเชิญ ส.ว. ปี ๒๕๔๙ เองครับมา ประชุมนอกสภา ท่านประธานทราบไหมครับกี่ครั้ง ไม่เคยได้ใช้งบของวุฒิสภานะครับ เราเข้าสภาไม่ได้ เพราะเรามี ๑๘๐ คน จาก ๒๐๐ คน ตอนนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญบอกว่า ถ้าเข้าสภาได้ต้องครบ ๒๐๐ คน กกต. ก็รับรอง ๑๘๐ คน ผมเลยต้องเชิญประชุมนอกสภา อายุน้อยที่สุดครับ ตอนนั้นอายุ ๔๐ พี่ ๆ เขาให้เกียรติครับว่าสิริวัฒน์ทํางาน ผมเชิญมาก็มา ประชุมกันเยอะแยะ ผมไม่เอ่ยชื่อบุคคลนะครับที่จริง ณ วันนี้ไปอยู่ฝั่งโน้นบ้างฝั่งนี้บ้าง ในทางการเมือง ไม่เป็นไรครับ ก็ยังดีกันอยู่ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเรียนว่า ข้อเท็จจริงเรื่องสภาผัวเมียเป็นวาทกรรมจริง แต่ผมไม่เชื่อว่ามันจะมากพอในการที่จะส่งผล ต่อการทําหน้าที่ และที่สําคัญท่านประธาน ยังไม่ได้ทําหน้าที่ด้วยซ้ําไป ความสัมพันธ์ใน ระหว่างคน ท่านประธานครับ ท่านไปดูทุกอาชีพท่านคิดว่าในส่วนของศาล ของทหาร ของข้าราชการ ของหน่วยงานอื่น ของธุรกิจมีไหมครับ ปัจจุบันธุรกิจก็จะให้มีธรรมาภิบาล มีไหมครับ ในตลาดหลักทรัพย์กรรมการอิสระที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน มีไหมครับ คนใน สังคมไทยนี้ที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน ผมยังคิดว่าเรื่องนี้ถึงแม้ว่าผมไม่ได้เห็นด้วยกับการที่จะต้อง มีคุณสมบัติว่าจะต้องผัวอยู่สภาหนึ่งได้ เมียอยู่สภาหนึ่งได้ ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ แต่ผมคิดว่าขยายความเกินไป เกินเลยถึงขนาดว่าทําลายหลักการประชาธิปไตย เกินถึงขนาดว่า ไม่ยอมรับ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่เห็นด้วยครับ นั่น ส.ว. ปี ๒๕๔๙ ซึ่งไม่เคย ได้ทําหน้าที่แล้วถ้าได้ทําหน้าที่ผมอยากเรียนว่า เรามีความมั่นใจว่าจะทําหน้าที่ได้ดี ท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานอีกสักเล็กน้อยว่าสังคมไทยจะต้อง ตั้งสติดูทั้ง ๒ ส่วน ก็คือดูข้อเท็จจริง ดูข้อมูลรอบด้านและต้องดูหลักการหรือระบบ อาจจะยากหน่อยครับ หลักการหรือระบบเหมือนกับที่เราสอนธรรมะ ธรรมาธิษฐานอาจจะ ยากกว่าบุคคลาธิษฐาน แต่ว่าจําเป็นครับ ไม่อย่างนั้นคนก็ไม่รู้ว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร ท่านพุทธทาสสอนเรื่องอิทัปปัจจตยามานานมาก แต่ถ้าเกิดว่าไม่มีใครสอน ก็จะบอกว่า เอาละ ถ้าอย่างนั้นก็สอนแต่พระสูตร ยกแต่บุคคล เรื่องราวหรือเหตุการณ์ เมื่อยกแต่บุคคล เรื่องราว เหตุการณ์ และตีค่าลงไปด้วย ก็คือฝ่ายข้าถูก ฝ่ายเอ็งไม่ถูก ผมคิดว่าสังคมไทย จะไปไม่รอด
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากจะให้เหตุผลท่านประธานว่าเหตุที่ผมเอง ขอแปรญัตติที่ดูเหมือนว่าจะแตกต่างจากคนอื่นเลย แล้วผมคิดว่าได้เสียงข้างมากยากมาก ผมอยากเห็น ส.ว. นั้นมาจากการเลือกตั้ง ๒๕๐ คน แน่นอนคนในสังคมไทยซึ่งจะมี ความไม่ชอบนักการเมืองเป็นพื้นฐาน และจะคิดเรื่องของเงินซึ่งไม่ผิดครับ บอกว่า นักการเมืองใช้เงินเยอะ ไม่ผิดครับ ผมเป็นคนหนึ่งท่านประธาน เขาขึ้นเงินเดือนผมไม่เอา นะครับ ผมอยากเรียนท่านประธานซึ่งไม่อยากจะพูดเยอะ ผมจึงไม่อยากให้นักการเมืองได้ เงินเยอะหรอกครับ แต่ท่านลองชั่งน้ําหนักครับ ส.ว. ที่ถูกแทรกแซงได้ยากและสอดคล้องกับ ประชาธิปไตยที่เราบอกว่าอํานาจอยู่ที่ประชาชน จํานวนผมคิดว่ามีความหมายครับ เรายอม จ่ายเงินเพิ่มไปคนละ ๔,๐๐,๐๐๐ บาทต่อคน จาก ๒๐๐ คน เป็น ๒๕๐ คน ๕๐ คนที่เพิ่มขึ้น ไปคูณ ๔ ครับ ปีละ ๒๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าท่านบอกว่าวางน้ําหนักไว้ที่ ส.ว. นี่ละที่จะต้อง ตรวจสอบ ควบคุมอะไรก็แล้วแต่ คุ้มไหมครับ กับถ้าหากว่าสามารถตรวจสอบได้ ผมเชื่อว่ามันเป็น เงินที่ไม่เยอะนะครับ งบประมาณแผ่นดินนี้ ๒.๕ ล้านล้านบาทครับท่านประธาน กับ ๒๐๐ ล้านบาท ไม่ถึง ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ เหตุที่ผมอยากให้ปริมาณมากที่จริงถ้าพูดให้เว่อไปหน่อย ท่านประธานครับ ผมอยากได้ ส.ว. เท่าไรครับ พูดให้เว่อร์นะครับ แล้วเป็นจริงไม่ได้ แต่ว่า โดยหลักการมันใช่ ก็คือว่าอยากได้ ส.ว. ๖๕ ล้านคน ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีที่ประชุม เพียงพอ ไม่มีเงินเพียงพอ แต่หลักการมันอยู่ตรงนั้นครับ ว่าถ้าเราเชื่อว่าอํานาจเป็นของ ประชาชนก็ควรจะให้ประชาชนนั้นได้มีอํานาจ แต่ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ มีพัฒนาการจาก กรีก โรมัน ยุโรป สหรัฐอเมริกา และหลายประเทศที่เขาเจริญรุ่งเรือง ใช้ระบอบ ประชาธิปไตยทั้งหมด เราก็ต้องมีตัวแทนครับ แน่นอนการเลือกตั้งหรือตัวแทนไม่ใช่ ประชาธิปไตยทั้งหมด แต่ผมถามท่านประธานว่ามีประเทศอารยะที่ไหนบ้างที่เขามีระบอบ ประชาธิปไตยแล้วเขาไม่มีการเลือกตั้ง สักประเทศสิครับท่านประธาน ไม่มีเลยครับ มีแต่พยายามที่จะให้เป็นของไทย ๆ ซึ่งผมคิดว่ามันไม่ชอบครับ กติกาหรือระบบ หรือหลักการจะต้องมาก่อน ไม่ใช่เอาผลลัพธ์หรือเอาผลประโยชน์ทางการเมืองมาก่อน ดังนั้นผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานว่าผมจึงเห็นว่าถ้าเรายอมให้ ส.ว. มีจํานวนมากขึ้น หน่อยท่านครับ ถ้าเชื่อว่ามีการล็อบบี้ (Lobby) จริง ระหว่างคนหนึ่งคน หรือคน ๗ คน นะครับ จํานวนน้อย ๆ หลักหน่วยแบบนี้ครับท่านประธาน กับคนหลักหลายร้อย หรือคน หลักมาก ๆ อันไหนจะล็อบบี้ยากครับ คนที่ทําหน้าที่ล็อบบี้ทราบดีครับ ยิ่งมากเท่าไรยิ่งยาก กว่าจะโทรศัพท์ กว่าจะนัดหมายกินข้าว นัดห้องอาหารจีน หรืออะไรก็แล้วแต่ ยากครับ แต่ถ้าน้อยเท่าไรง่ายครับ ยิ่งคนเดียวยิ่งง่าย ระบอบเผด็จการ ทุนนิยมหลายประเทศก็โต ในระบอบเผด็จการเพราะล็อบบี้กับผู้มีอํานาจเพียงคนเดียว ทุนก็โตครับ หลายคนบอกว่าทุน จะต้องโตไปกับประชาธิปไตย ไม่ใช่ครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยเหตุนี้ ผมจึงเห็นว่าผมขอแปรญัตติให้จํานวน ส.ว. นั้นมาจากการเลือกตั้งจากประชาชนทั้งหมด แล้วก็มีจํานวน ๒๕๐ คน เพื่อป้องกันการล็อบบี้ การแทรกแซงจากฝ่ายไหนก็แล้วแต่ และให้ เขาได้ทําหน้าที่อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้นภายใต้เงื่อนไขของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งน่า เสียดายว่าไม่ได้แก้ไขโดยประชาชนทั้งระบบ นี่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นผมจึง กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภาไว้เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ขอบพระคุณครับ