สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ เสนอแก้ไขอํานาจหน้าที่ของ ส.ว. โดยต้องการให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และไม่ให้ ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งตรวจสอบหรือถ่วงดุลองค์กรอิสระ
ผมพยายามจะ กระชับครับ แต่ว่าผมอภิปรายรอบเดียวท่านประธาน แล้วที่ผ่านมาผมแน่ใจว่าไม่มีใครหยิบ ยกหลักการอันนี้ขึ้นมาพูด ท่านประธานที่เคารพ ผมจะพยายามกระชับให้มากที่สุด ผมจึง อยากเรียนท่านประธานว่าอํานาจหน้าที่ของ ส.ว. จึงมีอํานาจที่ถูกคาดหวังได้จากเรื่องของ การต้องไปแต่งตั้งหรือถอดถอนคนในองค์กรอิสระครับ สภาผู้แทนราษฎรทําไม่ได้ องค์กรไหนก็ทําไม่ได้ครับ เขาคาดหวังที่ ส.ว. นี่ครับ แต่ท่านประธานครับ ท่านไปไล่ดูอํานาจ หน้าที่ซึ่งเราไม่ได้เสนอแก้กันนะครับ เพราะถ้าเสนอแก้กันผมคิดว่ายิ่งไปกันใหญ่ คําว่า ยิ่งไปกันใหญ่ก็คือแก้ยากมากขึ้น มาตรามันไปพัลวันพัลเกเชื่อมโยงร้อยรัดกันไปหมด ท่านประธานที่เคารพ เมื่ออํานาจหน้าที่เป็นเช่นนั้นแล้วไม่ถูกแก้ ส.ว. ที่ควรจะตรวจสอบ หรือถ่วงดุลก็ควรจะถ่วงดุลใครครับ ก็คือถ่วงดุลองค์กรอิสระนั่นเอง เพราะไม่มีใครถ่วงดุลได้ ไม่มีใครตรวจสอบได้ เสียดายที่คนในสังคมไทยพยายามที่จะบอกว่าถ้าคนดีนั้นจะไม่ทําชั่ว คนชั่วจะไม่ทําดี วาทกรรมนี้ไม่ตรงกับหลักพุทธะ หลักพุทธะต้องใช้คําว่า ดีชั่วอยู่ที่ตัวทํา สูงต่ําอยู่ที่ทําตัว นั่นคือหลักกรรมนั่นเอง แต่คนดีจะไม่ทําชั่ว คนชั่วจะไม่ทําดี เป็นวาทกรรม ที่ยกฝ่ายเราหรือฝ่ายตัวเองขึ้นมาบอกว่าเป็นคนดี แล้วใครเป็นคนชั่วครับ ฝ่ายตรงกันข้าม ผมคิดว่าทุกขั้วทางการเมืองคิดอย่างนี้ตรงกัน แล้วไม่ยุติครับ ถ้าบอกว่าฉันเป็นคนดี มึง ขอโทษนะครับ หรือฝ่ายตรงข้ามเป็นคนชั่วไม่มีทางยุติได้เพราะว่าไม่มีเครื่องชี้วัด ไม่มี เครื่องชั่งใด ๆ ได้ ดังนั้นท่านประธานครับ จะบอกว่าให้ ส.ว. สรรหาซึ่งถูกแต่งตั้งมาจากคนดี ก็คือใครครับ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้พิพากษาครับ ก็คิดว่าน่าจะได้คนดีมาตรวจสอบนักการเมือง ซึ่งเป็นคนชั่ว ผมคิดว่าหลักคิดเช่นนี้ประเทศไปไม่ได้ครับ ขัดแย้งกันมโหฬารมาก แล้วกําลัง มันพอฟัดพอเหวี่ยงกัน หรือแนวโน้มจะเป็นเช่นไร ผมไม่วิเคราะห์ครับ แต่ผมเสียดายนะครับ ถ้าเกิดว่าใครใช้แนวนอกระบอบประชาธิปไตยเท่ากับช่วยฝ่ายตรงกันข้ามในทัศนะผม ผมอาจจะผิดก็ได้ครับท่านประธาน ดังนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในเมื่อไม่แก้อํานาจหน้าที่ ส.ว. ที่จะต้องเข้ามาตรวจสอบ ถ่วงดุลองค์กรที่เป็นองค์กรอิสระ หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็จะต้องเป็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนครับ ไม่ใช่ให้องค์กรอิสระเหล่านั้นแต่งตั้งคนมาแล้วให้ไปตรวจสอบตัวเอง ผมถามท่านประธานว่า บนหลักการที่มันยังอ่อนด้อยในสังคมนี้ในเชิงวัฒนธรรมนะครับ ผมคิดว่าสังคมไทย ใช้ความสัมพันธ์ ทุกฝ่ายมีความสัมพันธ์กันหมดครับ ผมจะไม่หยิบยกข้อเท็จจริงเลยว่า ส.ว. สรรหานั้นท่านมีความสัมพันธ์กับใคร พรรคการเมืองใด หรือขั้วการเมืองใด เพราะ มันจะเป็นการขยายความแตกแยกมากเกินเหตุ ผมจะพยายามพูดหลักการซึ่งอาจจะเข้าใจ ยากหน่อย แต่ว่าหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครับ ที่จริงผมก็มีข้อมูลครับ แต่ผมจะไม่พูด ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากกราบเรียนว่าเมื่อวางอํานาจหน้าที่อย่างนี้จะต้องให้ ส.ว. ที่มาจาก ส.ว. สรรหาไปตรวจสอบ ป.ป.ช. หรือ ก็ประธาน ป.ป.ช. เลือกท่านมา ไปตรวจสอบได้หรือ ถอดถอนได้หรือ แล้วโดยเฉพาะ ป.ป.ช. ท่านประธานทราบไหมครับ ผมแน่ใจว่าคนในสภาแห่งนี้ไม่ได้โง่ แต่ว่าอาจจะลืมอ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑ ป.ป.ช. เป็นองค์กรเดียวที่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เขียนให้ถูกถอดถอนได้เลย ไม่มีสิทธิ ถอดถอน ป.ป.ช. แม้แต่คนเดียว ทําได้แค่ให้พ้นจากตําแหน่ง ในขณะที่ คตง. คณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ หรือ กกต. ถูกถอดถอนได้ แค่ประเด็นนี้ท่านประธาน ผมถามใครต่อใครว่าทําไม ไม่มีใครตอบได้ครับ ทําไมถอดถอน ป.ป.ช. ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ ป.ป.ช. นั้นอยู่บนอํานาจสูงสุดในห่วงโซ่ทางอํานาจหรือห่วงโซ่ ทางรัฐศาสตร์ ทําไม นี่ก็เป็นประเด็นที่เราไม่ได้แก้ไข มีสิทธิมากกว่าศาลรัฐธรรมนูญอีกครับ คือมีสิทธิที่จะไม่ถูกถอดถอน ศาลรัฐธรรมนูญมีสิทธิที่จะถูกถอดถอน นี่ครับ เราจะให้ ประธาน กกต. ถูกถอดถอนจาก ส.ว. สรรหาหรือครับ ก็ท่านสรรหา ส.ว. มาเองนี่ครับ ถูกถอดถอนได้ไหมครับ มันเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ท่านประธานครับ ไม่ได้แปลว่า ส.ว. สรรหา ท่านจะชั่วช้า ไม่ใช่ครับ ผมย้ําแล้วว่าผมนี่กราบท่านได้ เคารพท่านได้ ไหว้ท่านได้ และทําจริง และจากข้างใน ไม่ได้แสดง แต่มันคนละเรื่องกับระบบหรือหลักการ ดังนั้นท่านประธาน จะเห็นได้ว่านี่คือเหตุผลที่ผมเห็นว่าในเมื่อถ้าจะแก้ในส่วนของที่มาหรือคุณสมบัตินั้น จะต้อง แก้ให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดเท่านั้น ไม่ได้รังเกียจบุคคล ท่านประธานที่เคารพ แต่ผมเรียนนะครับ ในเรื่องคุณสมบัติที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะชนะสิ่งที่ผม เสนอให้เขาแก้ เขาไม่เห็นด้วยกับการแก้ ผมก็เป็นเสียงข้างน้อย ผมบอกว่าคุณสมบัติ ท่านอยากจะให้ ส.ส. หรือนักการเมืองอื่น ที่ลาออกวันนี้ พรุ่งนี้สมัคร ส.ว. ได้ ผมไม่เห็นด้วย ผมไม่เห็นด้วยครับ ผมไม่มีส่วนได้เสียแล้วเพราะประกาศว่าไม่ลงเลือกตั้ง ส.ว. ในสมัยถัดไปแล้ว แต่ว่าถ้าแก้คุณสมบัติให้มีที่มาจากพรรคการเมืองด้วย ผมไม่เห็นด้วยครับ ข้อนี้ที่จริงผมเรียนว่า มันอาจจะดูเหมือนว่าจะขัดกับหลักการ เสรีภาพ หรือสิทธิหรือเปล่า มันไม่หนักหน่วงครับ ไม่เหมือนกับที่มาที่บอกว่าจะต้องสรรหา ไม่มาจากประชาชนนั้นขัดหลักการแน่นอน เพราะประชาธิปไตยมันแปลว่า ประชา บวก อธิปไตย คือประชาชนบวกความเป็นใหญ่ หรือประชาชนบวกอํานาจสูงสุด แต่ในข้อที่ว่าคุณสมบัติ ผมคิดว่าในเมื่อเราวางน้ําหนักไว้ว่า ให้ ส.ว. นั้นทําหน้าที่ ๓ ประการ