ยุทธนา ยุพฤทธิ์ เสนอการเพิ่มจำนวนสมาชิกวุฒิสภาจาก 150 คน เป็น 200 คน เพื่อให้สอดคล้องกับผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน และให้สิทธิสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาในการถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดยโสธร กระผมเห็นด้วยนะครับ และเป็นผู้แปรญัตติในการที่จะเพิ่มจํานวนของ สมาชิกวุฒิสภาจาก ๑๕๐ คน เป็นจํานวน ๒๐๐ คน ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรม เพื่อให้เกิด ความเป็นธรรมและความเหมาะสมตามสัดส่วนของประชากรของแต่ละจังหวัดน้อยใหญ่ โดยสัดส่วนของประชากร ๓๐๐,๐๐๐ คนต่อสมาชิกวุฒิสภา ๑ คน รวมทั้งมีความเห็น สอดคล้องกันกับทางคําชี้แจงของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพครับ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในประเด็นที่มาและจํานวนสมาชิกวุฒิสภาตาม บทบัญญัติมาตรา ๑๑๑ ที่ประกาศใช้ ปัจจุบันนี้เป็นประเด็นสําคัญที่ผมและเพื่อนสมาชิก วุฒิสภาได้ยื่นญัตติขอเสนอให้มีการแต่งตั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาและแก้ไข บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ไม่เป็นธรรมและขัดต่อหลักประชาธิปไตย ในทันทีที่ รับตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ทั้งนี้บทบัญญัติดังกล่าวในเมื่อปี ๒๕๕๑ เพิ่งประกาศใช้มาได้ไม่ถึง ๑ ปี แต่ปัจจุบันนี้เราได้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งเป็นฉบับ ที่ ๑๘ มาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ๖ ปีเต็มนะครับ ตลอดระยะเวลาการใช้บทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นก็ได้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ มากมาย ผมไม่ปฏิเสธที่จุดเด่น หรือข้อดีของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ไม่ว่าในการที่จะเพิ่มอํานาจให้ประชาชน ในการที่จะให้เพิ่มความโปร่งใสให้ทางการเมือง เพิ่มอํานาจให้องค์กรอิสระ ลดการผูกขาด อํานาจรัฐ แต่อย่างไรก็ตามบทบัญญัติหลายบทบัญญัติด้วยกันที่ขัดต่อหลักนิติธรรม และหลักนิติรัฐ แล้วก็เป็นประเด็นสําคัญที่กระผมเองซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนร่วมในการ ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากขณะนั้นผมก็เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ รับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจําจังหวัดยโสธร จังหวัดยโสธร ไม่เห็นด้วยนะครับ ผลของการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วย เห็นด้วยที่จะให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง แล้วก็สอดคล้องกับสิ่งสําคัญ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญสําหรับการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญในเรื่องที่มาของสมาชิกวุฒิสภาในวันนี้ ทั้งนี้ผลจากการรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนทั้ง ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ ส่งผลโดยคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชน ประจําจังหวัดต่าง ๆ ทั้ง ๗๖ จังหวัด ได้ส่งผลมายังสภา สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและ กรรมาธิการยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญในขณะนั้น ๓ ครั้งทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑ เห็นด้วยให้มี สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง ๖๙.๒๘ เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่ ๒ เห็นด้วยให้มีสมาชิก วุฒิสภาจากการเลือกตั้ง ๖๗.๗๕ เปอร์เซ็นต์ ครั้งที่ ๓ ครับท่านประธาน ให้มีสมาชิกวุฒิสภา มาจากการเลือกตั้ง ๖๘.๕ เปอร์เซ็นต์ครับ เฉลี่ยผลจากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั่วประเทศครับท่านประธาน โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ครับ ๖๘.๕ เปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธาน ที่ให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ซึ่งสอดคล้องกับผลสํารวจของ กรุงเทพโพลล์ (Poll) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ๕๙.๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ผลการสํารวจของประชาชน ในประเทศ ปัจจุบันนี้นะครับ ๕๙.๒ เปอร์เซ็นต์ ของกรุงเทพโพลล์ครับ ในเรื่องที่มาของ สมาชิกวุฒิสภานะครับ ประเด็นสําคัญคือการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ซึ่งผลของการสํารวจของหน่วยงาน ของกรรมาธิการ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้เองนะครับ ซึ่งท่านประธานสามารถตรวจสอบได้นะครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญในคณะนั้นนะครับ ซึ่งส่วนตัวนั้นไม่เห็นด้วยในบทบัญญัติหลายมาตรานะครับ แต่ด้วยบทบาทภารกิจหน้าที่ที่สวมหัวโขน สวมบทเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญในจังหวัด ก็จะต้องรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนรับร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้วยเม็ดเงิน งบประมาณจํานวนหลายพันล้านบาทที่ลงไปในขณะนั้น ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงว่าปัญหาและอุปสรรคของการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นะครับ อย่างไรก็ตามนะครับ ผมก็คงจะไม่พูดมากไปกว่านี้แล้ว เพราะว่าก็เป็นที่ทราบดี นะครับว่าเราได้มีการแก้ไข แม้แต่ในขณะที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้เป็น นายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๕๓-๒๕๕๔ นั้นนะครับ ก็ได้มีการแก้ไขมาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วก็รวมทั้ง ในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ที่เราจะมีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้ก็ค้างในการลงมติในวาระที่สาม ก็คงจะขออภิปรายสนับสนุนนะครับ ผมคิดว่าถึงเวลา แล้วก็สมควรเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่เราควรจะมีที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่เหมาะสม เพื่อที่จะ ตอบปัญหาของพี่น้องประชาชน รวมทั้งผลตอบสนองต่อความต้องการของการสํารวจ ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศนะครับ สุดท้ายนะครับ ในประเด็นนี้ แม้ผมเองจะเห็นด้วยที่จะมีสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับ ที่ผมได้แปรญัตติในส่วนนี้นั้น ก็เพื่อให้สอดคล้องกับ ความเห็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่รัฐภาได้แต่งตั้งขึ้น โดยมีท่าน ส.ว.ดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธานนะครับ ก็ได้มีความเห็นสอดคล้องกันในส่วนของประเด็นนี้ ก็คงจะฝากผลแสดง ความคิดเห็นอีกเสียงหนึ่งในฐานะสมาชิกรัฐสภาที่จะสะท้อนของที่มาของ ส.ว. นะครับ
อีกประเด็นหนึ่งนะครับท่านประธาน เพิ่งนึกขึ้นได้ เรื่องที่ผมยังตอบคําถาม ของพี่น้องประชาชนไม่ได้นะครับว่า ที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่เราจะต้องมีหน้าที่หนึ่ง ใน ๔ บทบาทหลักนี้ จะต้องไปถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ก็มีชาวบ้านถามขึ้นมา ว่าท่านเป็นสมาชิกที่มาจากการสรรหาทําไมมีสิทธิที่จะไปถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้ง อันนี้ก็เป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ผมก็ตั้งคําถามไว้ในใจ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ