สามารถ แก้วมีชัย ชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้มาตรา ๙๔ ในการคำนวณเกณฑ์ราษฎรเพื่อเลือก ส.ว. โดยยืนยันหลักการให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันระบบสรรหาที่อาจถูกครอบงำจากกลุ่มน้อย พร้อมชี้แจงกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระว่า วุฒิสภาทำหน้าที่เพียงให้ความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอมาเท่านั้น ไม่ใช่อำนาจในการแต่งตั้งเอง
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการครับ ก่อนอื่นก็ขอ ทําความเข้าใจที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ท่านได้อภิปรายเป็นห่วงการใช้มาตรา ๙๔ โดยอนุโลม จริง ๆ แล้วนี่ก็มันชัดเจนอยู่แล้วในการเขียนกฎหมาย ท่านก็คงเห็นว่า ในมาตรา ๑๑๒ ที่เราบัญญัติไว้ เราพูดถึงการมีสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน ให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งนะครับ ทีนี้แต่ละจังหวัดจะมีจํานวนวุฒิสมาชิกกี่ท่าน มันก็ต้องคํานวณเกณฑ์ราษฎร ก็เอาจํานวนราษฎรทั้งหมดทั้งประเทศตั้ง หารด้วย ๒๐๐ คน แล้วก็เฉลี่ยไปตามจํานวนประชากรในแต่ละจังหวัด ทีนี้การคํานวณเกณฑ์ประชากร เราก็ขอ นําเอามาตรา ๙๔ มาใช้โดยอนุโลม ก็แปลว่าตรงไหนที่จําเป็นจะเอามาใช้ก็หยิบมาใช้ไม่ได้เอามาทั้งมาตรานะครับ ที่เราจะเอามา ใช้ก็คือวรรคสอง ของมาตรา ๙๔ ที่พูดถึงการคํานวณเกณฑ์ จํานวนราษฎรต่อสมาชิกที่พึ่งจะ มีก็เท่านั้นเองไม่ได้ไปมีอะไรขัดแย้งกับรัฐธรรม มาตรา ๙๔ แต่ประการใด คําว่า อนุโลม ท่านก็คงเข้าใจนะครับ นักกฎหมายทั่วไปเขาเข้าใจครับ ก็กราบเรียนชี้แจง อันนี้ผมถือโอกาส กราบเรียนชี้แจงเพื่อนสมาชิกท่านประธานครับ เพราะว่าเราอภิปรายกับมาตั้งแต่ ๑๐ โมง เช้า จนถึงขณะนี้ก็หลายชั่วโมง ผมกราบเรียนว่ากรรมาธิการนี่เรารับหลักการจากรัฐสภาไป ดําเนินการดูในรายละเอียด หลักการสําคัญก็คือให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง อันนี้หลัก สําคัญเลย ทีนี้ท่านเป็นห่วง หลายท่านพูดว่าถ้าวุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดแล้ว ก็เกรงงาสปัญหา ๑. จะถูกครอบงําโดยพรรคการเมืองก็ดี โดยใครก็ตาม ก็อยากจะกราบ เรียนท่านสมาชิกว่าวันนี้ถ้าท่านเป็นห่วงวุฒิจากการเลือกตั้งของราษฎรจะถูกครอบงํา วุฒิ ที่มาจากการสรรหาวันนี้ท่านลองดูสิว่ามาอย่างไร ทําความเข้าใจหน่อยนะครับ เพราะว่าพี่ น้องประชาชนที่เขาฟังอยู่บางทีเขาก็ไม่ทราบว่าปัจจุบันนี้วุฒิมาอย่างไร ก็อยากกราบเรียนว่า วุฒิปัจจุบันมาจากการสรรหา โดยตัวแทนของ ๗ องค์กร ก็มีประธานศาลรัฐธรรมนูญ มีประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีประธานผู้ตรวจเงิน แผ่นดิน มีประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แล้วก็ผู้พิพากษาศาล ฎีกา เขาก็เลือกกันมาอีก ๑ คน ตุลาการในศาลปกครองก็เลือกมาอีก ๑ คน เป็น ๗ คน ๗ คนนี้เป็นคนเลือก ส.ว. สรรหาจากรายชื่อที่ กกต. เขาเสนอให้ ผมถามหน่อยนะครับ ท่านบอกว่าถ้า ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ส.ว. มีอํานาจถอดถอน แล้วจะมาถอดถอนบรรดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร ถ้าตกอยู่ภายใต้การครอบงําของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรหรือพรรคการเมือง ผมก็ถามย้อนกลับว่า ส.ว. ก็มีหน้าที่ถอดถอนองค์กรทั้งหลาย ๗ องค์กรที่ผมเล่ามานี้แล้วถามว่าจะต่างกันถ้าสมมุติท่านจินตนาการเป็นห่วงแบบนั้น แต่ถ้า ประชาชนเขาเลือกของเขามา ประชาชนเขาจะต้องมองเขาจะดูว่า ส.ว. แต่ละคนของเขามี พฤติกรรมอย่างไร ถึงวาระที่จะเลือกใหม่ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน วันนี้มันกลายเป็นว่าเรา ให้ตัวแทนองค์กรกลุ่มน้อยเป็นคนสรรหา แล้ว ส.ว. เองก็เป็นผู้มีอํานาจที่จะต้องไปแต่งตั้งไป ถอดถอนตัวแทนองค์กรเหล่านั้นด้วย ก็ชัดเจน ถ้าท่านจะหวาดระแวงนะครับ ผมก็มีสิทธิที่ จะหวาดระแวงเหมือนกันว่า ส.ว. สรรหาจะกล้าถอดถอนคนที่สรรหาท่านเข้ามาไหม แต่ถ้าเลือกมาจากประชาชนนะครับ ท่านไม่ต้องห่วง ส.ว. เขาจะมีความภาคภูมิใจว่าเขาเป็น ตัวแทนของปวงชนชาวไทย เขาจะทํางานด้วยความคํานึงถึงเกียรติและศักดิ์ศรี แล้วเขารู้ มีประชาชนอยู่ข้างหลังคอยเป็นกําลังใจเป็นคนที่สนับสนุนเขาอยู่ ฉะนั้นอะไรมันจะดีกว่ากัน ก็ฝากท่านทั้งหลายก็ลองพิจารณาดูนะครับ คือคณะกรรมาธิการเราพยายามทําทุกอย่าง โดยยึดโยงกับระบอบประชาธิปไตย ผมย้ําแล้วย้ําอีกนะครับว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้และทุก ฉบับที่ผ่านมา เราบัญญัติว่า อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย รัฐสภาประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ฉะนั้นทําอย่างไรที่เราจะยึดโยงทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภากับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอํานาจอธิปไตย ท่านทั้งหลายก็คงผ่าน ประสบการณ์การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาแล้วนะครับ อยู่กันมา ๙ ปี จนกระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถูกการปฏิวัติรัฐประหารล้มเลิก ไปแล้วมาเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ ส.ว. มาจาก ๒ ทาง วันนี้เรากําลังจะคืนอํานาจ ที่ประชาชนเขาเคยมีให้เขาได้ใช้อํานาจของเขาเลือกสมาชิกวุฒิสภาโดยตรง เราไม่ได้ไปเขียน อะไรใหม่ และท่านก็ไม่จําเป็นจะต้องไประแวงอะไร แล้วผมย้ําอีกอย่างหนึ่งนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านห่วงว่า ถ้า ส.ว. ต้องเป็นผู้ให้ความเห็นชอบใน การแต่งตั้งผู้ดํารงตําแหน่งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระทั้งหลาย ผมก็เคยเรียนชี้แจง แล้วว่า ส.ส. เป็นเพียงผู้เห็นชอบตามที่มีการสรรหา เอาใส่ถาดมาให้ ส.ว. คุณก็ต้องเลือกตาม นี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. หรือแม้กระทั่ง กกต. ผมยกตัวอย่างให้ชัดเลยนะครับ กกต. ๕ คน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ส.ว. ไปเที่ยวหยิบใครก็ได้นะครับ กกต. ๕ คน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๑ เขาก็บอกว่าให้มีคณะกรรมการสรรหา มีอยู่ ๒ ส่วนนะครับ ส่วนแรก ๗ คน มาจากประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และบุคคลที่ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเลือกมา ๑ คน บุคคลที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาล ปกครองสูงสุดเลือกมา ๑ คน ๗ คนนี้ก็ไปสรรหาคนมา ๓ คน กกต. มี ๕ คนนะครับ ๗ คนนี้ สรรหามา๓ คน แล้วที่เหลืออีก ๒ คนก็ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสรรหามาอีก ๒ คน ได้มา ๕ คนก็เอามาให้วุฒิสภา วุฒิสภาก็ต้องเอาจาก ๕ คนลงคะแนนผ่าน ไม่ผ่าน ไม่ใช่วุฒิสภาจะ ไปตั้งเองได้นะครับ เช่นเดียวกันกับผู้มาดํารงตําแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. ก็ต้องผ่านกระบวนการที่ผ่านคณะกรรมการสรรหาจากองค์กรต่าง ๆ อย่างเช่น ศาลรัฐธรรมนูญ มี ๙ คน ป.ป.ช. มี ๙ คน ก็มาจากไหนครับ มาจากผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดํารงตําแหน่ง ไม่ต่ํากว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งเลือกกันเอง ก็เสนอมา ๓ คน มาจากตุลาการศาลปกครองสูงสุด ซึ่งก็เลือกกันมา ๒ คน มาจากผู้ทรงคุณวุฒิในสาขานิติศาสตร์ ๒ คน ผู้ทรงคุณวุฒิสาขา รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ และสาขาสังคมศาสตร์อีก ๒ คน ซึ่งที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ สาขานิติศาสตร์ สาขารัฐศาสตร์อะไรเหล่านี้ก็สรรหามาโดยประธานศาลฎีกา ประธาน ศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ ประธานองค์กรอิสระที่เขาเลือกกันเองมาอีก ๑ คน ทั้งหลายทั้งปวงมันผ่านกระบวนการสรรหา แล้วนะครับ แล้วถึงเอามาให้วุฒิสภาเลือก ไม่ได้เลือกหรอกครับเห็นชอบ ถ้าวุฒิสภา ไม่เห็นชอบวุฒิสภาตีกลับไป ถ้าคณะกรรมการสรรหาเขาไปประชุมกันและมีมติยืนยันด้วย เสียงเป็นเอกฉันท์เขาสามารถที่จะนํากราบบังคมทูลได้เลยไม่จําเป็นต้องมาถามวุฒิสภาอีก ยกเว้นถ้าไปประชุมรอบสอง เสียงไม่เอกฉันท์ก็ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ฉะนั้นท่าน ไม่ต้องห่วงนะครับว่าวุฒิสมาชิกจะไปมีบทบาทอํานาจถึงขนาดไปครอบงําองค์กรอิสระต่าง ๆ เพราะวุฒิเพียงแต่ให้ความเห็นชอบตามรายชื่อที่คณะกรรมาธิการสรรหาซึ่งผมได้กราบเรียน เขาเสนอมา อันนี้ก็เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้สบายใจ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ทราบความจริง ว่าที่มาที่ไปขององค์กรตามรัฐธรรมนูญก็ดี องค์กรอิสระก็ดี ผ่านกระบวนการกลั่นกรอง มาอย่างดี วุฒิเพียงแต่เป็นผู้ให้ความเห็นชอบเท่านั้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ