จิรายุ ห่วงทรัพย์ พูดเรื่องการเพิ่มจำนวนสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแทนการแต่งตั้ง โดยอ้างว่าสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้งมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และไม่สามารถสัมผัสกับปัญหาในพื้นที่ได้
ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเคารพตามข้อบังคับครับ ท่านประธานครับจํานวน ๒๒๐ คน ด้วยเหตุผลที่ผมบอกว่า ๑ คนต่อ ๓๐๐,๐๐๐ คน ตามระบอบประชาธิปไตย ยังถือว่ามาก คือคนจํานวนประชากรมากเกินไปท่านประธานครับ หลายท่านอ้างฝรั่งมังค่า ผมไม่รู้หรอกครับ ไม่ได้เรียนจบเมืองนอกเมืองนา เรียนจบประเทศไทย แต่รู้ว่าประชาชน เขาต้องการสมาชิกวุฒิสภาที่ไปพบปะประชาชนบ้าง ท่านไม่จําเป็นต้องมาจากพรรค การเมืองครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ บางทีเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ อยู่ในพื้นที่ตัวเองมาแทบตายไม่เคยทําอะไรเลย สมาชิกวุฒิสภาเวลาไปลงหาเสียงหรือไป พบปะพี่น้องประชาชนจะได้ดูบ้างว่า ส.ส. บางคนมันไม่เคยทําอะไรเลย เอากระแสอย่างเดียว นี่คือสาระสําคัญ ท่านประธานครับ ไม่ใช่นั่งอยู่บนภูแล้วก็ดูว่านั่นอ้ายจุก อ้ายแกะ อ้ายเปีย อ้ายโก๊ะมันทําอะไรไม่รู้ ฉันนี่เก่งอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้นสาระสําคัญเหตุผลที่มันต้อง มีการเลือกตั้งมันไม่ได้ถอยหลังเข้าคลองเลยท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขียนชัดเจนครับ บอกว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาจากสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากแต่งตั้ง เพราะมองไม่เห็นหัวประชาชน จะแต่งตั้งจากใครก็แล้วแต่นะครับ แต่ว่าถ้าถามประชาชนบ้างอย่างไรมันก็ดีกว่า ท่านประธานครับ ผมถามว่าสมาชิกวุฒิสภา แบบแต่งตั้งนี่ ท่านไปพบปะประชาชนแบบพวกผมไหมละครับ บางเรื่องมันไม่ได้ หมายความว่าทํางานเหมือนสภาผู้แทนราษฎรแบบ ส.ส. นะครับ แต่บางเรื่องก็ต้องรู้มากกว่า ส.ส. ด้วยการลงไปสัมผัสพื้นที่แบบ ส.ส. เช่นเดียวกันครับ ไม่ใช่ว่าเป็น ส.ว. กลั่นกรอง กฎหมายแต่ไม่เคยรู้อะไรเลย เรียนแต่ตํารา วันดีคืนดีก็ไปอ้างกฎหมายแล้วก็ส่งจดหมายมา เพราะอ้างจากตํารา ไม่เคยสัมผัสของจริง ใช้แต่สแทนด์อิน (Stand in) ตลอด เพราะฉะนั้น การเลือกตั้ง ส.ว. นี่อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ต้องบอกว่าต้องเป็นการเลือกตั้ง สุดท้ายปลายทาง ผมจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่าประเทศนี้มันบอบช้ํากันมานานแล้ว ก็เพราะว่า เราเห็นต่างกัน แต่เมื่อเห็นต่างกันทีไรเราหาทางออกได้ไหม ด้วยการพูดคุยในสภาได้ไหม เราไม่ต้องมีตัวช่วยได้ไหม เราใช้วิธีการที่จะอธิบายด้วยเหตุผลได้ไหม ฟังสมาชิกวุฒิสภา แบบเลือกตั้ง หลายท่านก็เห็นด้วย แม้ท่านบอกว่าจะเหนื่อยลําเค็ญแทบตายก็ตาม แต่สมาชิกสรรหาก็อ้างสารพัดครับ เทวดาฟ้าดินว่ากันไป เรื่องของฉันนี่เก่งอย่างนั้น คนนั้นเขาแต่งตั้งมาอย่างนี้ ฉันมีหน้าที่กลั่นกรองมาอย่างนั้นอย่างนี้ ผมถึงถามท่านประธาน อย่างไรครับ ประชุมรัฐสภาของสมาชิกวุฒิสภาท่านถอดถอนใครได้บ้าง ก็ผมถึงถามอยู่ เสมอ ๆ ว่าแล้วมีไว้ทําไม ถ้ามีแล้วยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ประเทศมันก็ไม่สุดซอยมันไปไม่ได้ มันเหมือนเวลาเรากินข้าวกันในกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานครับ เพื่อนบอกจะไปกินเอ็มเค (MK) อีกคนบอกอยากจะกินส้มตํา อีกคนบอกอยากจะกินแบกะดิน มติที่ประชุมไม่ลงกันมาก็ไม่จบ ฉันจะไปคนละทาง ก็ไปกันคนละทาง ผมถึงบอกท่านประธานครับว่า การแปรญัตติ ที่เพิ่มจํานวนขึ้นเป็น ๒๒๐ คนนี้นะครับ ก็เพราะว่าพวกเราต่อต้านระบอบเผด็จการ ที่ไม่ได้มาจากประชาชน โปรดฟังอีกครั้งหนึ่งครับ พรรคเพื่อไทยต่อต้านระบอบเผด็จการ ที่มิได้มาจากประชาชนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะสภาสูง สภากลาง หรือสภาล่าง ท่านประธานครับ เพราะมันเจ็บปวด ใครลองไปด่า ส.ว. สรรหาสิครับ ไม่กล้าหรอก ขาใหญ่เขาตั้งกันมา ๗ คน แต่ ส.ว. เลือกตั้งนี่นะครับ ต้องไปพบปะพี่น้องประชาชน ไปรับฟังปัญหาอะไรไม่ดีบอก ส.ส. ในพื้นที่ เฮ้ย จิรายุพื้นที่คุณเป็นอย่างนี้ ๆ แก้ไขหน่อยสิ พูดจากันได้ครับ แต่ ส.ว. สรรหา ก็ไม่ได้ลงพื้นที่ อยู่ดี ๆ ก็ส้มหล่น ถามผมว่าผมอยากเป็นไหม ผมอยากเป็นแต่ผมไม่เท่า ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาผมประกาศให้พี่น้องประชาชนเลยครับ จะใช้คําสภาผัวสภาเมียอะไร อย่าไปรังเกียจกันครับ สภาทาส เผด็จการเสียงข้างมากก็เพิ่ง ได้ยินในยุคนี้รัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็เป็นเสียงข้างมาก ทําไมมีใครด่าแกมั่งนี่ แต่พอรัฐบาลใช้เสียงข้างมากที่ประชุมมีความเห็นอย่างนี้ พวกนี้เสียงข้างมากลากไป อ้าว แล้วจะไปมีสภาทําไมครับ เลิกไหมครับท่านประธาน ไม่ต้องมีอะไรก็เอาแบบปฏิวัติ รัฐประหารครับ มาคนเดียวเลย สั่งซ้ายไปซ้าย ขวาไปขวา ยึดบ้านใครยึดเลย อยากจะจับกุม จับ อยากจะจับกุมใครจับ อยากจะตั้งใครตั้ง มันไม่ได้ท่านประธานครับ จะเอาแบบประเทศ อียิปต์หรือท่านประธาน ไม่มีบ้านจะอยู่กันนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้พี่น้อง ประชาชนที่เคารพครับ สภาผัวสภาเมียมันน่ากลัวอะไรกันนักกันหนาก็คนเหมือนกัน เมียอาจจะมีความรู้กว่าผัวด้วยซ้ํา ผัวอาจจะโง่กว่าเมียด้วยซ้ํา แล้วเป็นอย่างไรครับ ฝ่ายค้าน นามสกุลเดียวชื่อเดียวกันไม่มีใครว่าเลย สภาผัวสภาเมีย ก็ไม่เห็นแปลกก็มีความรู้ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็มีญาตินามสกุลเดียวกันอยู่ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ก็มีความรู้ทั้งคู่ ไม่เห็นจะตื่นเต้นเลยท่านประธานครับ ไปตื่นเต้นกันจัง ออกไปด่ากันข้างนอกสภาผัวสภาเมีย สุดท้ายแล้วต้องเลือกตั้งอย่างเดียว ท่านประธานครับ สมัยเด็ก ๆ นะครับท่านประธาน อาจารย์ ผมให้เลือกหัวหน้าห้อง ห้องหนึ่งมี ๕๐ คน ๒๖ คนเลือกเพื่อนผม ๒๔ คนเลือกผม ผมยัง ยกมือจับมือกับมันเลยท่านประธานครับ แต่ประเทศไทยไม่ได้นะครับ นี่เสียงข้างมาก อย่างโน้นอย่างนี้ มันไม่จบ ถึงบอกว่าประเทศ ๗ ปีก็วนอยู่ในอ่างกันอยู่อย่างนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ หารันเวย์ (Runway) ลงแล้วครับ ผมกําลังจะบอกท่านประธานว่าการเลือกตั้ง ทุกระดับชั้นตั้งแต่อนุบาลยันสมาชิกวุฒิสภามันเป็นปัจจัยสําคัญของประเทศประชาธิปไตย แต่ถ้าเรายังใช้ระบบการแต่งตั้งเข้ามาในทุกสารบบของประเทศนี้ ผมว่าบ้านเมืองเดินหน้าไม่ได้ครับ ถ้าวันดีคืนดีท่านกังวลใจบอกว่าเดี๋ยวกระบวนการ การเลือกตั้ง เดี๋ยวจะต้องไปอยู่พรรคการเมืองโน้น พรรคการเมืองนี้ ท่านยังไม่ทันนอนเลย ท่านฝันร้ายเสียแล้ว อาจจะฝันดีก็ได้นะท่านประธาน อาจจะออก ๕๕ หวยออกก็ได้ แต่ท่านกลัวแล้ว กลัวอะไรกับประชาชนนักหนา พรรคเพื่อไทยอนาคต ท่านประธานครับ อีก ๑๐ ปี ๒๐ ปี แพ้การเลือกตั้ง พรรคอื่นขึ้นมาเป็นรัฐบาล ผมเอาบ้างไหมแปรญัตติ มาตรา ๕๗ แบบขัดหลักการ แล้วท่านประธานให้พูดด้วยนะ จะเอาแบบ ๗ วัน ๗ คืน มันก็ไม่จบ กติกาไม่มี เอาละ แต่ผมไม่พูดถึงท่านประธานครับ แค่เตือนให้ท่านประธานได้รู้ว่าบางที อย่าไปอะลุ้มอล่วยมาก ฝ่ายค้านบางทีเขาก็ตามสไตล์ (Style) เขา ท่านประธานครับ