ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ตรึงใจ บูรณสมภพ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ตรึงใจ บูรณสมภพ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้คงจำนวนสมาชิกวุฒิสภาไว้ที่ 150 คน แทนที่จะลดเหลือ 200 คน เนื่องจากเห็นว่าจำนวนดังกล่าวมากเกินไปและไม่เหมาะสมเมื่อเทียบกับประเทศที่เจริญแล้ว การลดจำนวนลงจะช่วยประหยัดงบประมาณและรักษาความหลากหลายของอาชีพผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจำเป็นต่อการตรวจสอบกฎหมายอย่างถูกต้องและเป็นกลาง

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิก วุฒิสภาสรรหา ภาควิชาการ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขออภิปรายในมาตรา ๓ การแก้ไข รัฐธรรมนูญเพิ่มเติมในมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ โดยดิฉันจะขอแยกพูดเป็น ๒ ประเด็น

ประเด็นแรกคือการเพิ่มจํานวน ส.ว. จาก ๑๕๐ คน เป็น ๒๐๐ คน ซึ่งดิฉัน ได้แปรญัตติให้มีจํานวน ๑๕๐ คนเท่าเดิม

ประเด็นที่ ๒ คือที่มาของ ส.ว. ดิฉันได้แปรญัตติให้มี ส.ว. สรรหาเหมือนเดิม

ดิฉันจะขอพูดถึงการเพิ่มจํานวนของ ส.ว. ก่อนว่าจํานวน ๒๐๐ คนนั้นมัน มากเกินไป โดยจะขอเปรียบเทียบจํานวน ส.ส. และ ส.ว. ของประเทศที่เจริญแล้ว ในบางประเทศซึ่งมีดังนี้นะคะ ตอนนี้มีตัวเลขเยอะหน่อย ตั้งใจฟังหน่อยนะคะ ประเทศญี่ปุ่น มีประชากร ๑๒๗,๗๐๐,๐๐๐ คน ๒ เท่าของประเทศไทย แต่มี ส.ส. เพียง ๔๘๐ คน น้อยกว่าเมืองไทยนะคะ ส.ว. มี ๒๔๒ คน มากกว่าที่ท่านเสนอเพียง ๔๒ คน แต่อย่าลืมว่า ประชากรของเขามากกว่าเรา ๑ เท่าตัวค่ะ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีประชากร ๓๑๘,๗๐๐,๐๐๐ คน เกือบ ๕ เท่าของประเทศไทย มี ส.ส.เพียง ๔๓๕ คน และ ส.ว. มีเพียง ๑๐๐ คน น้อยกว่าประเทศไทยทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ประเทศออสเตรเลีย มีประชากร ๒๓,๔๐๐,๐๐๐ คน น้อยกว่าประเทศไทยเกือบครึ่งหนึ่ง แต่มีจํานวน ส.ส. เพียง ๑๕๐ คน และ ส.ว. มีเพียง ๗๖ คน ขอยกตัวอย่างแค่นี้นะคะ ท่านจะได้ทราบว่าจากข้อมูล เพียง ๒-๓ ประเทศนี้ แสดงให้เห็นว่าประเทศที่เจริญแล้ว ไม่จําเป็นที่จะต้องมีจํานวน ส.ว. และ ส.ส. มากเกินความจําเป็น เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอยืนยันว่าจํานวน ส.ว. ๑๕๐ คน ก็เหมาะสม แล้วก็มากเกินพอแล้วค่ะ ดิฉันก็อยากจะทราบเหตุผลจากผู้เสนอ และกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เสนอให้มี ส.ว. เลือกตั้งถึง ๒๐๐ คน เพราะไม่แน่ใจว่า ท่านต้องการเสียงสนับสนุน ซึ่งมาจากฐานเสียงของท่านให้มีเสียงข้างมากในสภาหรือเปล่า จํานวน ส.ว. ถึง ๒๐๐ คนนี้ ต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นอีกมาก อย่าลืมว่าวุฒิสภา ๑ คน จะต้องมีทั้งผู้ชํานาญการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้ช่วยอีก ๗-๘ คน เพราะฉะนั้น จํานวนวุฒิสภา ๑๕๐ คนนี้ ก็มากพอแล้ว เหมาะสมแล้ว ถ้าท่านคํานึงถึงงบประมาณของ ประเทศชาติไม่ถลุงภาษีอากรของประชาชน ท่านไม่ควรแม้แต่จะคิดเพิ่มจํานวนของ สมาชิกวุฒิสภา หากท่านเสนอเพิ่มจํานวน ส.ว. ท่านก็ควรจะไปลดจํานวน ส.ส. ลง ท่านเห็นด้วยไหมคะ ดิฉันขอกราบเรียนว่า ส.ส. ก็มีทั้ง ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง และ ส.ส. แบบสัดส่วน ส่วนที่เรียกว่าปาร์ตี้ ลีสต์ ซึ่ง ส.ส. แบบสัดส่วนก็ได้รับการแต่งตั้งมาจากพรรค และให้ประชาชนรับรองอีกที ถ้าท่านต้องการให้มี ส.ว. เลือกตั้ง เราก็ถอยหลังกลับไปเหมือน เมื่อหลายปีที่แล้ว เหมือนสมัยสภาผัวเมีย สภาทาส ต่างกันเพียงแต่ว่าสมัยปัจจุบันอาจจะได้ สมญานามใหม่ ซึ่งเราคงจะได้ยินมาแล้ว เดี๋ยวนี้เขาก็เริ่มจะเรียกว่าสภาอะไร ซึ่งถ้ามีแต่ ส.ว. เลือกตั้งก็จะหนีไม่พ้นสมญานามนั้นอย่างแน่นอนค่ะ ดิฉันอยากจะขอเตือนไว้นะคะ ส.ว. มีหน้าที่ตรวจสอบและกลั่นกรองกฎหมาย ถ้า ส.ว. ไม่มีคนหลากหลายอาชีพที่มี ความเชี่ยวชาญในอาชีพนั้น ๆ แล้ว จะไปพิจารณากฎหมายว่าถูกต้องได้อย่างไร ยกตัวอย่าง กฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ ถ้าไม่มี ส.ว. เช่น ท่านมณเฑียร บุญตัน ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน กฎหมายนั้นก็จะไม่ถูกต้องสมบูรณ์ ซึ่งแม้แต่ในรัฐสภาเองก็เห็นความสําคัญ ของคนพิการถ้าท่านมองไปที่จอก็จะเห็นว่าได้มีล่ามภาษามือด้วย ขณะนี้ก็มีการพิจารณา พ.ร.บ. ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ถ้าไม่มีผู้ทรงคุณวุฒิเฉพาะทางเข้ามาเป็น ส.ว. จะพิจารณา กฎหมายมหาวิทยาลัยเหล่านั้นได้อย่างไร การแก้ไขที่มาของ ส.ว. ไม่ใช่แค่ฟื้นฟูสภาทาส สภาผัวเมียให้คืนชีพ ซึ่งจะส่งผลกระทบทางการเมือง เพราะการให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง อย่างเดียว ส่วนใหญ่คนที่ได้รับการเลือกตั้งก็มักจะมาจากฐานเสียงของพรรคการเมือง อาจจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองด้วยซ้ํา ซึ่ง ส.ว. เหล่านี้ก็จะตอบแทน พรรคการเมืองที่สนับสนุนตนเอง หรือสนับสนุนคนที่แนะนําสั่งการนะคะ เมื่อวานนี้ ท่านประธานกรรมาธิการชี้แจงว่าประชาชนเดี๋ยวนี้ตื่นตัวไม่ถูกชี้นํา ดิฉันขอเถียงว่าไม่จริง หรอกค่ะ เพราะตอนนี้ก็มีประชาชนถูกชี้นําโดยโรงเรียน นปช. อยู่ตลอดเวลา ชี้นําในเรื่อง ประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยในระบอบของท่าน แถมยังมีการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อเพิ่มความแตกแยกเข้าไปอีก ดิฉันก็คิดว่าการที่ให้มี ส.ว. หลากหลายนี้จะดีกว่านะคะ ประชาชนควรจะต้องได้รับความรู้ในเรื่องประชาธิปไตยอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ประชาธิปไตยของ พรรคใดพรรคหนึ่ง เพราะฉะนั้นประเทศไทยประเทศของเราจะเป็นประชาธิปไตยได้ดิฉัน คิดว่าเรายังต้องรอเวลา เราต้องมีประชาชนที่มีความรู้อย่างทั่วถึง ปัจจุบันนี้ประชาธิปไตย ด้วยการเลือกตั้งอย่างเดียวดิฉันคิดว่ายังไม่เหมาะสมกับประเทศไทยค่ะ

ท่านประธานที่เคารพ ขณะนี้ความแตกแยกทั้งในสภาและบ้านเมืองกําลังเริ่ม รุนแรงมากขึ้น เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ มาตราที่เรากําลังอภิปรายอยู่นี้ นับว่ายังไม่รุนแรงมากนะคะ ยังมีรัฐธรรมนูญและกฎหมายมาตราอื่น ๆ ที่รัฐบาล กําลังจะเสนอเข้าสู่สภา เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง นักการเมือง และประโยชน์ ส่วนบุคคล ดิฉันคิดว่ารังแต่จะสร้างความแตกแยกร้าวฉานให้กับคนในประเทศ เราคงจะต้อง ดูกันต่อไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธาน