วรงค์ ตั้งคำถามความไม่เป็นธรรมต่อคนเสื้อแดง วิจารณ์รัฐบาลละเมิดสิทธิเสรีภาพ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หารือประเด็นเสรีภาพในการชุมนุมและประชาธิปไตย โดยตั้งคำถามถึงความไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถูกรัฐใช้กฎหมายความมั่นคงจำกัดสิทธิ และวิจารณ์การกระทำของรัฐบาลที่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมขอแปรญัตติในมาตรา ๓ ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งอยากจะเรียนกับท่านประธานไปยังเพื่อนกรรมาธิการว่า ผมฟังเพื่อนกรรมาธิการได้ชี้แจง พวกเราหลายคําแล้วเราไม่สบายใจ มีท่านประธานกรรมาธิการบอกว่าเราเป็นประเทศ ประชาธิปไตยมา ๘๐ ปี เรายังไม่จําบทเรียนในหลาย ๆ อย่างในอดีตที่ผ่านมาหรือ และหลายคนก็บอกว่าประชาธิปไตยต้องมีการยึดโยงกับประชาชน และผมเชื่อว่าการแก้ไข ครั้งนี้ก็คือการแก้ไขที่มาของ ส.ว. ให้มีการเลือกตั้ง และมิหนําซ้ําเป็นการเพิ่มติ่ง ซึ่งผมถือว่า ติ่งนี้เป็นติ่งอัปลักษณ์ครับท่านประธาน ก็คือเพิ่มให้ ส.ว. สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ โดยไม่จํากัดวาระ ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปยังเพื่อนกรรมาธิการว่า ท่านจําบทเรียน ในอดีตของสังคมไทยไม่ได้หรือครับ ตอนปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น มีการเลือกตั้ง ส.ว. ซึ่งเราไม่ปฏิเสธ แต่ก็สร้างความเสียหาย สร้างความอัปยศให้กับสภา ของไทย จนกระทั่งมีการฉายาว่าเป็นสภาผัวสภาเมีย และแล้วขณะนี้รัฐบาลชุดนี้ สภาชุดนี้ ก็กําลังจะดึงอดีตของสภาไทยกลับเข้าสู่ปัจจุบันอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น ในอดีตที่ผ่านมาท่านประธานครับ ใช้สติลองคิดดี ๆ ว่า อดีตเคยเจอปัญหามา และสุดท้าย ปัญหาบ้านเมืองวุ่นวายแล้วนําไปสู่การปฏิวัติ และเมื่อวันที่ท่านได้อํานาจกลับขึ้นมา ท่านก็ จะใช้อํานาจของท่านเอาเรื่องเก่า ๆ กลับขึ้นมาอีก และท่านแน่ใจหรือครับว่าปัญหาต่าง ๆ จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ผมอยากจะคุยกับท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการครับ ผมเห็น ท่านพูดหลายครั้งว่าการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยจะต้องยึดโยงกับประชาชน เวลาฟังดูแล้ว มันดูสง่าดูเท่ห์มากท่านประธาน เห็นนักการเมืองทุกคนพยายามอ้างอิงเรื่องประชาธิปไตย และนักการเมืองทุกคนก็ต้องบอกว่าเมื่อพูดถึงประชาธิปไตยแล้วต้องมีการเลือกตั้ง ยึดโยง กับประชาชน ท่านพูดสิ่งเหล่านี้ไม่หมดครับท่านประธาน และบอกไปยังเพื่อนกรรมาธิการ ทุกท่านว่าท่านอ้างอิงประชาธิปไตย ท่านบอกว่าต้องยึดโยงกับประชาชน ท่านบอกว่าต้องมี การเลือกตั้ง และท่านพูดแค่นี้ ถ้าผมจะเปรียบเทียบมันเหมือนท่านกําลังอ่านเอกสาร ฉบับหนึ่งสักพารากราฟ (Paragraph) หนึ่ง แล้วท่านอ่านไม่จบ ท่านอ่านแค่วรรคประโยค ที่ท่านคิดว่าท่านได้ประโยชน์ แต่ถ้าท่านอ่านทั้งหมด ทั้งสาระของมันแล้วจะรู้ว่าอันนั้นเป็น แค่ส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่ง แสดงว่าคําว่า ประชาธิปไตย มันมีองค์ประกอบที่กว้างขวางกว่า บังเอิญผมไปค้นเอกสารมาท่านประธาน ผมจําเป็นต้องไปค้นเอกสารเรื่องหลักการ ประชาธิปไตยเพื่อจะมานั่งเถียงกับพวกท่าน เพราะเห็นท่านบอกว่าประชาธิปไตยคือ การเลือกตั้งทุกอย่างจบ มันไม่ใช่ท่านประธาน หลักประชาธิปไตยมันต้องมีให้ครบ ๕ ข้อ และต่อไปต้องเรียกร้องนักการเมืองทุกคนเวลาบอกว่าประชาธิปไตย ๆ ไม่ได้หมายความว่า จะต้องมีการเลือกตั้งอย่างเดียว ท่านต้องกระทําคําว่าประชาธิปไตยให้ครบ ๕ ข้อ ดังต่อไปนี้ คือหลักประชาธิปไตยข้อ ๑ ก็คือหลักอํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชน อันนี้ท่านพูดถูกครับ ประชาชนใช้อํานาจอธิปไตย ส่วนใหญ่ก็คือผ่านการเลือกตั้ง แต่วันนี้ผมก็เชื่อว่าแม้แต่ สื่อมวลชนก็ยังวิพากษ์วิจารณ์ว่าประชาธิปไตยแค่ไม่ถึง ๑ นาที ก็คือประชาชนเข้าคูหาแล้ว กาปุ๊บ สุดท้ายประชาชนอยู่โน้นเลย อยู่สุดลูกหูลูกตาแล้วก็รัฐบาลก็ไม่เคยสนใจ พวกเราเคย เรียกร้องวันที่ประชาชนเดือดร้อน ปัญหาทุกอย่าง ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตร ปัญหา ค่าครองชีพ ปัญหาอะไรต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด แต่รัฐบาลไม่เคยสนใจ แต่ทีจะเอาคะแนน จากประชาชนท่านอ้างประชาธิปไตย ถามว่าลําพังแค่ข้อ ๑ ท่านก็สอบตกแล้ว ดังนั้นต่อไปนี้ อย่ามาอ้างอย่างเดียว ว่าประชาธิปไตยต้องยึดโยงกับประชาชน เอาแค่คะแนนเสียง ประชาชนในช่วงเข้าคูหา แต่เวลาประชาชนเดือดร้อนไม่สนใจ นายกรัฐมนตรีหนีไป ต่างประเทศอยู่เรื่อย เที่ยวต่างประเทศอยู่เรื่อย นี่หรือประชาธิปไตย ท่านบอกนายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดนี้มาจากการเลือกตั้ง แต่ฟังประชาชนไหม ไม่ฟัง และเอาข้อนี้ มาอ้าง ดังนั้นผมจึงเรียนไปยังประธานกรรมาธิการท่านอาจจะไปนั่งพักข้างล่าง ก็คงได้ฟัง ท่านอย่าอ้างซ้ํา ๆ ซาก ๆ ว่าต้องยึดโยงกับประชาชน ต้องยึดโยงเรื่องการเลือกตั้ง ลําพัง ข้อ ๑ ก็คือ ป๊อปปูล่าร์ โซเวอเรจ์นตี้ (Popular Sovereignty) หรืออํานาจอธิปไตยเป็นของ ปวงชน ไม่ใช่แค่กาบัตรในคูหาเลือกตั้งเท่านั้น แต่มันหมายถึงการตอบสนองต่อความต้องการ ของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งเฉพาะข้อนี้ท่านก็สอบตกครับ และผมจําเป็นต้องพูดเรื่องหลักนี้ ให้ครบครับ อย่างน้อยเวลาเราคุยกันในสภาของเรา เราพูดถึงเรื่องหลักการประชาธิปไตย มันต้องครบ ๕ ข้อ ไม่ใช่ข้อเดียว เรื่องการเลือกตั้งเท่านั้น

ข้อที่ ๒ ก็คือหลักเรื่องเสรีภาพ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ท่านอ้างว่าเป็นประชาธิปไตยจริง เชื่อมโยงประชาชน ท่านให้เสรีภาพกับประชาชน จริง ๆ หรือไม่ครับ ท่านไม่เป็นธรรมท่านประธาน ทีพี่น้องประชาชนเสื้อแดงไปบุก บูม บูม บูม บูม บูม ตํารวจนั่งเฉยนั่งเงียบครับ ท่านเห็นไหมครับ ประชาชนคนเสื้อแดงไปบุก ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ประชาชนคนเสื้อแดงไปบุกที่ ป.ป.ช. นายกรัฐมนตรีบอกว่าเป็นการ แสดงออกในระบอบประชาธิปไตย เวลามีประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งจะมาแสดงออกในเรื่อง การแก้ไข พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านมีการประกาศ พ.ร.บ. ความมั่นคง นี่หรือคือเสรีภาพ ในการชุมนุม แค่นี้ข้อนี้ท่านก็สอบตกแล้ว