รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

พิษณุ หัตถสงเคราะห์ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 111 และมาตรา 112 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยเสนอให้สมาชิกวุฒิสภา 1 คนจากทุกจังหวัด และในกรณีที่จังหวัดใดมีสมาชิกวุฒิสภามากกว่า 1 คน ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับจนครบจำนวน

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ พี่น้อง ประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดสดอยู่ที่ทางบ้านครับ วันนี้รัฐสภาของเราซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. และ ส.ว. กําลังพิจารณากฎหมายที่เป็นกฎหมายสําคัญที่สุดของประเทศไทยนั้น นั่นก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้เราอยู่ในวาระที่สองซึ่งเป็นการพิจารณารายมาตรา และที่สําคัญวันนี้เราพิจารณามาตรา ๓ ซึ่งประกอบไปด้วยหัวข้อสําคัญ ๆ ๒ อัน ท่านประธานครับ ขออนุญาตอ่าน มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน พูดง่าย ๆ ก็คือว่า ขณะนี้เรากําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ พี่น้องครับตามผมมาว่า มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ประกอบไปด้วยเรื่องอะไร มาตรา ๑๑๑ เป็นเรื่องของ จํานวน ส.ว. และประเภทของ ส.ว. เดิมรัฐธรรมนูญกําหนดไว้ว่าเรามี ส.ว. ทั้งหมด ๑๕๐ คน มาตรา ๑๑๑ บอกไว้ว่ามี ส.ว. มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน ก็ประมาณ ๗๖ คน แล้วก็ที่เหลือมาจากสรรหาก็ประมาณ ๗๔ คน รวมเป็น ๑๕๐ คน นี่คือมาตรา ๑๑๑ แต่คณะกรรมาธิการที่เราตั้งขึ้นไป ซึ่งได้แต่งตั้งโดยรัฐสภาแห่งนี้เพื่อพิจารณาการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ได้มีการดําเนินการประชุมหารือกันจนได้มาถึงข้อสรุปว่าไม่มีข้อสงสัยที่เราโหวต ในวาระที่หนึ่ง ให้ ส.ว. นั้นมาจากการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จากการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกหลายท่านในวันนี้ก็ทําให้เสมือนหนึ่งว่าเรากลับไปอภิปรายในวาระที่หนึ่ง อีกครั้ง แต่ท่านประธานครับ ไม่เป็นไรครับเพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ ได้ร่วมตัดสินใจไปกับ พวกเราในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็คิดว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนอีกมาตราหนึ่งที่เรากําลัง จะแก้ไขกันวันนี้ก็คือมาตรา ๑๑๒ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว. สายเลือกตั้ง ชัดเจนครับ รัฐธรรมนูญฉบับเดิมบอกไว้ว่าประชาชนเลือก ส.ว. ได้จังหวัดละ ๑ คน นี่คือกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ๒ มาตราที่เรากําลังพิจารณาแก้ไขกันอยู่ปัจจุบันนี้ นั่นคือมาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ผมขออนุญาตท่านประธานสั้นๆ คงไม่ใช้เวลานาน เพื่อจะย้ําให้ พี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าวันนี้ถ่ายทอดไปทั่วประเทศ และผมเห็นด้วย ในหลักการที่จะมี ส.ว. หรือว่าสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว เจริญแล้ว และมีการเดินหน้าเรื่องของ การประชาธิปไตยมาตลอดเวลา เช่น ประเทศฝรั่งเศสมี ๒ สภา ประเทศเยอรมนีมี ๒ สภา ก็ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ประเทศฝรั่งเศสมี ๒ สภาก็มาจากการเลือกตั้ง ประเทศญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา นี่คือยกตัวอย่างให้ท่านประธานเห็น นอกจากนั้นครับทําไมเราถึงอยากให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ด้วยความเคารพ ส.ว. ที่มาจากการสรรหา ซึ่งผมทราบดีว่าทุกท่าน ก็มีความรู้ความสามารถกว่าที่จะผ่านมาเป็น ส.ว. ในจุดนี้ได้ แต่ท่านครับในวาระที่หนึ่ง เราได้ตัดสินใจกันเรียบร้อยแล้วว่าเราอยากให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง เพราะเราต้องการ ให้พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสินใจเลือกตัวแทนของเขาในวุฒิสภา ทําไมต้องเป็นอย่างนั้น ท่านประธานครับเพราะเราต้องการแยกกันให้ชัดเจน เนื่องจากว่า ส.ว. สรรหา ที่ผมเรียน ท่านด้วยความเคารพท่าน ผมไม่ได้มีความจงเกลียดจงชังท่าน เพียงแต่ว่าต้องการให้มันมี หลักการ ต้องการทําให้บ้านนี้เมืองนี้มีระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ ถามว่าทําไม พวกผมถึงต้องมีความสนใจเหลือเกินอยากให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งเพราะ ส.ว. นั้น มีบทบาทอํานาจหน้าที่ที่สําคัญมากในประเทศนี้ครับ ทั้งออกกฎหมาย กลั่นกรองกฎหมาย ตามมาตรา ๑๔๗ ถอดถอนบุคคลออกจากตําแหน่ง มาตรา ๑๖๔ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๔ ถอดถอนใครได้ ส.ว. ถอดถอนนายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. เอง ประธานศาลฎีกา ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้พิพากษาด้วยครับท่านประธาน นี่คืออํานาจบทบาทหน้าที่ของ ส.ว. เพราะฉะนั้นถ้ากลับมา ดูว่า ส.ว. สรรหามาจากใคร ท่านประธานครับ ส.ว. สรรหาก็มาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหาซึ่งอยู่ ใน มาตรา ๑๑๓ ผมแตะนิดเดียว เพราะว่าผมจะไม่อภิปรายในมาตรา ๔ เรื่องมาตรา ๑๑๓ ผมจะเอาเฉพาะตรงนี้ ส.ว. สรรหามาจากคณะกรรมการสรรหา ซึ่งอ่านชื่อ ใครเป็นคน สรรหา มีอยู่ ๗ ท่านด้วยกันครับ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ตัวแทนผู้พิพากษาในศาลฎีกา ตัวแทนตุลาการ อย่างน้อยมี ๒ ท่านละครับที่จะมีปัญหา ขึ้นมา เพราะต้องสรรหาด้วย แล้วก็คนปลดท่านเหล่านั้นได้ก็คือ ส.ว. ที่ท่านสรรหาเข้าไป ตรงนี้มันก็พันเป็นงูกินหาง เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่าเพื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองเหล่านี้ ทั้ง ๗ ท่าน ซึ่งปัจจุบันเป็นกรรมการสรรหา ท่านเองเวลาสรรหาผมก็มั่นใจว่าท่านเอง ก็ไม่สบายใจเท่าไรหรอกครับท่าน ลําบากใจว่าจะเลือกใครจากบัญชีที่เขาส่งมา ส่งมาจากใคร บัญชีที่ส่งมาก็จากภาคต่าง ๆ นะครับ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็บอกไว้ในมาตรา ๑๑๔ ว่า ส่งมาจากภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และภาคอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญกันกว้าง ๆ อย่างนี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันถึงเป็นปัญหา ต้องตีความกันตลอดเวลาอย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นเพื่อตัดปัญหาและเพื่อให้ มีความสง่างามของสมาชิกวุฒิสภา พวกกระผมจึงเห็นในวาระที่หนึ่งแล้วว่าให้ ส.ว. ทุกท่าน มาจากการเลือกตั้งจากพี่น้องประชาชน และเราจะต้องรับผิดชอบหรือท่านเหล่านั้นจะต้อง รับผิดชอบเอาเอง ถามว่ารับผิดชอบอย่างไร ก็คือว่าปลดล็อคให้กับท่าน ท่านสามารถที่จะลง ส.ว. กี่ครั้งก็ได้ อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดมาแล้ว ทั่วโลก ประเทศที่เจริญแล้วก็ฝ่าฟันแล้วก็ต่อสู้กันมาหลายครั้ง ประเทศที่มีการต่อสู้ รัฐประหาร พอรัฐประหารเสร็จปั๊บก็จะมี ส.ว. สายสรรหาขึ้นมาเพื่อคานอํานาจกันไว้ มันก็เป็นวงจรอยู่อย่างนี้ แต่ผมไม่ได้ว่าท่านเหล่านั้นนะครับ เพียงแต่ว่าเราต้องการให้มันมี หลักเกณฑ์ของบ้านนี้เมืองนี้

สิ่งสําคัญอีกเรื่องหนึ่ง ผมขออนุญาตเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากลับมาที่ มาตรา ๓ อีกครั้งหนึ่ง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ และมาตรา ๑๑๒ ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งแต่เดิมนั้นในมาตรา ๑๑๒ เขียนสั้น ๆ ไว้ว่า การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาให้ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง กรรมาธิการเสียงข้างมากได้เพิ่ม เข้ามา เพิ่มคําว่า โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภามีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง สมาชิกเลือกตั้งในเขตนั้นได้ ๑ คน และให้ใช้วิธีการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าประชาชนคนหนึ่งเลือก ส.ว. ของเขาได้ ๑ คน และนอกจากนั้นครับ คณะกรรมการเสียงข้างมากก็ยังเพิ่มมาอีกว่า ในกรณีที่จังหวัดใดมีสมาชิกวุฒิสภาได้มากกว่า ๑ คน ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดเรียงตามลําดับจนครบจํานวนสมาชิกวุฒิสภา ที่จะพึงมีได้ในจังหวัดนั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา แปลไทยเป็นไทยง่าย ๆ มาตรา ๑๑๒ ก็ชัดเจนท่านประธานครับ ชัดเจนว่า ให้ประชาชนได้รู้ว่าต่อไปเขาสามารถ ที่จะเลือก ส.ว. ได้ ๑ คน แล้วในกรณีที่จังหวัดใหญ่ ๆ ก็ประชากรหรือว่าจํานวน ส.ว. ก็จะแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นถ้าจังหวัดใดมีประชากรที่หารแล้วมี ส.ว. ๓ คน ท่านที่ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. ลําดับที่ ๑ ที่ได้คะแนนที่ ๑ จนถึงที่ ๓ เขาเหล่านั้นก็จะได้มีสิทธิ ก็จะได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา ผมเรียนท่านประธานว่าการตั้งกฎหมายหรือการเขียนกฎหมาย อย่างนี้เป็นเรื่องของความแฟร์ (Fair) ครับ เป็นเรื่องของความยุติธรรม เพื่อนสมาชิก หลายคนที่เห็นต่างตั้งแต่เมื่อเช้า ตั้งแต่เมื่อวานนี้บอกว่า จะเป็นการเผด็จการ จะอย่างนั้น อย่างนี้ผมว่าไม่ใช่ เพราะว่าเลือกตั้งได้เพียง ๑ คนเท่านั้น เรียนท่านตรง ๆ ว่าแต่ละจังหวัด พี่น้องประชาชนคิดไม่เหมือนกันครับ บางจังหวัดเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งจังหวัด อย่างนี้เขาก็ อาจจะคิดไม่เหมือนกับที่จังหวัดเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งจังหวัดเหมือนกัน แต่ถ้าหากว่า ให้เลือกได้เรียงลําดับ ๑ ๒ ๓ ท่านประธานครับ ไม่ว่าเขาจะเชียร์พรรคไหนทุกพรรค มีคะแนนอยู่แล้ว อันนี้พูดถึงว่าในกรณีที่เราจะคลาสสิฟายด์ (Classified) หรือเราจะแบ่ง ประชาชนตามการเลือกตั้งที่เข้ามา แต่ผมมั่นใจว่าการเลือกตั้ง ส.ว. กับเลือกตั้ง ส.ส. ประชาชนมีวิจารณญาณ เพราะเขารู้ว่าเลือก ส.ว. เข้ามาทําหน้าที่อะไร เลือก ส.ส. เข้ามา ทําหน้าที่อะไร ดังนั้นการที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย มาตรา ๓ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่า เมื่อบังคับเป็นกฎหมายแล้วจะต้องดําเนินการอย่างไรจะต้อง ทําอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งและคิดว่าท่านประธานจะได้มีการโหวตกันต่อไป ถ้าหากว่าเป็นความจําเป็นที่จะต้องขอคําตัดสินจากสภาแห่งนี้ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ