รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๖

ธนา ชีรวินิจ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่าเจตนาในการแก้ไขไม่ได้มีผลประโยชน์ประชาชน แต่เป็นการเปิดโอกาสให้นักการเมืองกลุ่มการเมืองมีเวทีอีกเวทีหนึ่ง และเรียกร้องให้ศึกษาและตอบว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนควรเป็นอย่างไร

นายธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมพยายามที่จะอภิปรายให้กับท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามฟัง การอภิปรายในวันนี้ได้เข้าใจ เพราะนี่คือเรื่องของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น ผมกําลังจะอภิปราย ให้ท่านประธานได้ทราบว่าเจตนาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาเพื่อพี่น้อง ประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศชาติ สิ่งที่ผมพยายามหยิบโยงให้เห็นก็คือนี่คือ การเปิดโอกาสให้นักเลือกตั้ง พรรคการเมืองกลุ่มการเมือง มามีเวทีอีกเวทีหนึ่งที่จะมาทํางาน การเมืองเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางที่พวกท่านหรือคนที่คิดว่าจะเข้ามาใช้อํานาจในทาง วุฒิสภาได้ทําหน้าที่ และผมก็ได้หยิบยกข้อกฎหมายให้เห็นว่าถ้ามันมีที่มาอย่างนี้วุฒิสภา จะทําหน้าที่ได้อย่างไร ในเมื่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่เหลือทั้งหมดซึ่งท่านไม่ได้แก้ไข เขาให้ อํานาจวุฒิสภาไว้ ผมกําลังชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่านี่อย่างไรครับ คือสิ่งที่พวกผมรับไม่ได้ กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านจะเห็นว่าการสรรหาวุฒิสภาจากอาชีพต่าง ๆ มันมีข้อจํากัด มันมีข้อเสีย ท่านหาทางสิครับที่จะให้ได้วุฒิสภาที่จะมาทําหน้าที่อย่างเต็มที่ตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญที่มีอํานาจในการแต่งตั้งถอดถอนคน อํานาจที่ผมได้บอกไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านต้องไป ศึกษาและมาตอบที่ประชุมสภาว่าเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทางการแก้ไข มันต้องเป็นอย่างนี้ แต่ว่าสิ่งที่ท่านทํานี่ผมในฐานะที่ผมได้ศึกษามันไม่มีทางมองเป็นอย่างอื่น เนื่องจากท่านกําลังจะเอานักการเมือง นักเลือกตั้ง ไปนั่งที่วุฒิสภา และที่ผมบอกท่านว่า เมื่อมีการเลือกตั้งคนดีเด่นดังของสังคมจะไม่ได้รับกลับเข้ามาเป็นวุฒิสภาอย่างไรครับ วุฒิสภาสรรหาแม้ว่ากระบวนการท่านอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ท่านยอมรับ ไหมครับว่าเขาได้รับการสรรหามาจากวิชาชีพสาขาและก็เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ ในสาขาอาชีพของเขา แต่ว่าสิ่งที่ท่านกําลังทําก็คือว่าท่านไม่เอาแล้วครับ ไม่มีใครสําคัญ เท่ากับนักเลือกตั้งที่จะมาเป็น ส.ว. อย่างไรครับ ท่านถึงไปแก้กฎกติกาทั้งหมดที่ผมได้อ่าน ให้ท่านประธานฟังแล้วถ้านักเลือกตั้งอย่างนี้เข้ามา พรรคการเมืองหนุนหลังเข้ามา แล้ววันนี้ไม่ห้ามด้วยนะครับ พรรคการเมืองช่วยหาเสียงได้ แล้วเป็นอย่างไรละครับ วุฒิสภา จะทําหน้าที่ให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ผมอภิปรายไม่อยู่ในประเด็น ตรงไหนครับ ท่านดูนะครับ มาตรา ๒๔๒ ผู้ตรวจการแผ่นดินสําคัญไหมครับ มีจํานวน ๓ คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคําแนะนําของวุฒิสภาจากผู้ซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือ ของประชาชน มีความรอบรู้และประสบการณ์ในการบริหารราชการแผ่นดิน วิสาหกิจ หรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ร่วมกันของสาธารณะและมีความสุจริตเป็นที่ตั้งเป็นที่ประจักษ์ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องเลือกคนที่นึกถึงผลประโยชน์ร่วมกันของสาธารณะ ก็คือนึกถึงผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติประชาชน ผมจะมั่นใจได้อย่างไรละครับ ก็เพราะว่ามี ส.ว. ชุดนี้ขณะนี้ที่อยู่นี่ครับมาจากการเลือกตั้งหรือมาจากการสรรหาก็ดี กําลังแก้กฎหมายให้ตัวเองกลับไปลงเลือกตั้งได้ ทั้ง ๆ ที่มีกฎหมายห้ามอยู่ ถามว่าสิ่งที่ทํา เพื่อประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ส่วนตัว พวกเราลุกขึ้นทักท้วงท่านหลายครั้ง ว่ามันไม่เหมาะสม มันขัดต่อหลักการ ท่านพูดได้อย่างไรครับว่ายังไม่รู้ว่าจะลงเลือกตั้ง หรือเปล่าแม้ให้สิทธิ ก็พูดกันอย่างนี้ละครับ การที่ท่านเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ให้ตัวเอง ได้รับสิทธิ นั่นก็เสียหายรุนแรงแล้วครับ ท่านจะลงหรือไม่ลงเป็นเรื่องของท่าน ผมจะเชื่อ มั่นได้อย่างไรครับว่า ส.ว. ที่จะกลับไปสู่การเลือกตั้งอีก ที่กําลังทําหน้าที่ให้กับประโยชน์ ส่วนตัวโดยไม่นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม จะทําหน้าที่สรรหา หรือเลือกผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่จะมีภารกิจที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนสาธารณะมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว ผมจะเชื่อมั่น ได้อย่างไรครับ เพราะท่านไมได้แสดงให้เป็นที่ประจักษ์กับพี่น้องประชาชนในรัฐสภาแห่งนี้ว่า เมื่อต้องเลือกระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านเลือกอะไร ท่านเลือกเอาผลประโยชน์ส่วนตัวก่อนอย่างไรครับ แล้วคนที่เลือกผลประโยชน์ส่วนตัว ก่อนจะไปคัดเลือกคนมาทําหน้าที่ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมได้อย่างไรละครับ ท่านเห็น หรือยังครับ เพราะฉะนั้นผมถึงเรียนท่านว่าองค์กรอิสระเหล่านี้เป็นองค์กรสําคัญครับ ถ้าองค์กรเหล่านี้ไม่สามารถทําหน้าที่ได้ ท้ายที่สุดระบอบประชาธิปไตยก็จะล้มเหลว ผมไม่ทราบว่าท่านต้องการให้ระบอบประชาธิปไตยล้มเหลวหรือไม่ แต่ผมคนหนึ่งที่จะต่อสู้ จนถึงที่สุดให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ใช้อํานาจผ่านทาง ระบบรัฐสภา ยังสามารถเป็นที่พึ่งพิงของพี่น้องประชาชนได้ พวกผมถึงสู้กันมาตลอดอย่างไร ครับท่านประธาน ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ คือที่ที่พวกผมจะได้ใช้สิทธิในฐานะปวงชนชาวไทย ที่เขาได้มอบหมายมาทําหน้าที่ อภิปราย ๓ วัน อย่าไปตกใจเลยครับ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสมัยท่านประธานาธิบดีริชาร์ด มิลเฮาท์ นิกสัน ส.ส. ฝ่ายค้านเขาอภิปราย ๒๔ ชั่วโมง ติดต่อกันครับ เพราะนี่คือการแสดงออกอย่างหนึ่งของฝ่ายค้านและเสียงข้างน้อยที่แสดง ให้เห็นว่ารัฐสภาไม่ได้เคารพในเสียงข้างน้อย ท่านประธานที่เคารพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ นอกจากแก้ไขให้วุฒิสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งผมได้ยืนยันกับท่านประธาน หลายครั้งว่า จะไม่เหลือความเป็นกลางอีกต่อไป ผู้ตรวจเงินแผ่นดินให้กระทําโดย คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่เป็นอิสระและเป็นกลาง พนักงานอัยการมีอิสระในการ พิจารณาสั่งคดีและปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เป็นไปโดยความเที่ยงธรรม การแต่งตั้งอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นหัวหน้าขององค์กรอัยการ ต้องเป็นไปตามมติของคณะกรมการอัยการ ได้รับ ความเห็นชอบจากวุฒิสภา ท่านเห็นไหมคะอํานาจมากขนาดไหน ถ้าวุฒิสภามาจากคนที่ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ส่วนรวม จะเลือกอัยการสูงสุดและเห็นชอบคนดี ได้อย่างไรล่ะครับ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่าการเลือกตั้งไม่ใช่คําตอบสุดท้ายที่ท่านจะ เหมารวมว่านี่คือการให้อํานาจประชาชน แต่ต้องดูว่าการทําหน้าที่ขององค์กรส่วนใดจําเป็น จะต้องใช้ขบวนการการเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าท่านยืนยันกับผมและหลักการของท่าน ส่งเสริม ให้คนดี คนเด่น คนดังของสังคม คนที่มีคุณธรรม คนที่มีจริยธรรม ได้มีโอกาสรับเลือกตั้งได้ ผมเห็นด้วยกับท่านเลยครับ แต่ก็เพราะว่าท่านไปตัด ข้อจํากัดของนักการเมืองทั้งหมดครับ มันมีมาตราไหนไหมครับที่ท่านไปเพิ่มแล้วทําให้คนดี มีความรู้ความสามารถ แต่เขาไม่สามารถมาผ่านทางกระบวนการการเลือกตั้ง ได้มีโอกาสเป็น สมาชิกวุฒิสภา มีไหมครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าถ้าท่านไม่รับฟัง ความคิดเห็นต่าง ถ้าท่านไม่ยอมฟังว่าคนอีกส่วนหนึ่งของสังคมซึ่งท่านพูดเสมอว่าท่านเป็น เสียงข้างมาก มาจากการเลือกตั้งท่านจะมาจากการเลือกตั้งของประชาชนจํานวนกี่สิบล้าน หรือทั้งประเทศ แต่ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะทําในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ไม่มีสิทธิที่จะทําในสิ่งที่ขัดต่อ หลักการของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ท่านมาจากการเลือกตั้ง ท่านไม่ได้ ส่งเสริมให้วุฒิสมาชิกชุดที่จะผ่านพ้นหลังจากที่รัฐสภานี้ให้ความเห็นชอบในการแก้ไข รัฐธรรมนูญตามที่ท่านต้องการ ได้ทําหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเลย เท่านั้น ไม่พอครับ ท่านใช้วิธีการตอบแทนกันทางการเมือง ผลัดกันเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตที่จะพาดพิงถึงวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งบางท่าน หลายท่านท่านไม่กล้าลง เสนอในฐานะผู้เสนอญัตติฉบับนี้ หรือผู้รับรอง เพราะอะไรครับ เพราะท่านก็รู้ว่ากฎหมาย ฉบับนี้มันขัดต่อผลประโยชน์ที่ท่านจะได้รับ แม้กระทั่งท่านประธานรัฐสภาซึ่งทําหน้าที่อยู่ ในขณะนี้ ถ้าท่านไม่รู้สึกว่านี่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มันไม่มีเหตุผลไหนที่ท่านจะไม่ ลงชื่อในการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือจริยธรรม คุณธรรม ที่เราเรียกร้อง ถ้าคนไม่มีคุณธรรมจริยธรรมจะไปตัดสินพิพากษาคนอื่นเขาได้อย่างไรครับ จะไปเลือกคนดี ได้อย่างไรละครับเมื่อยังไม่รู้เลยว่าสิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับว่านอกจากนั้นท่านก็รู้ว่าการมีอํานาจมันเสพติด หลายประเทศที่เขาผ่าน กระบวนการประชาธิปไตยมามากมาย เขารู้ว่าเมื่อใดก็ตามใครที่มีอํานาจและอยู่ในอํานาจ นานเกินไป ท้ายที่สุดจะเสพติดอํานาจ หลายประเทศถึงต้องจํากัดครับว่าคนเป็นประธานาธิบดี ให้เป็น ๒ สมัย ทั้ง ๆ ที่ประชาชนอยากจะเลือกอีกแต่ก็เลือกไม่ได้เพื่อตัดวงจรของการ เสพติดอํานาจ เพราะเมื่อเสพติดอํานาจเมื่อไรก็จะไม่มองถึงผลประโยชน์ของประชาชน วุฒิสมาชิกมีสถานะที่ต่างจากสภาผู้แทนราษฎรอย่างสิ้นเชิง จะต้องดํารงไว้ซึ่งความเป็นกลาง เป็นผู้ใหญ่ ท่านรู้ไหมครับว่า