รัชดา ธนาดิเรก หารือข้อสังเกตเกี่ยวกับการตัดสินของศาลโลกเรื่องปราสาทพระวิหาร

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

รัชดา ธนาดิเรก หารือข้อสังเกตเกี่ยวกับการตัดสินของศาลโลกเรื่องปราสาทพระวิหาร โดยเสนอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลความจริงทั้งหมดเพื่อลดความขัดแย้งในสังคม พร้อมยืนยันว่าประชาชนรักชาติและต้องการปกป้องอธิปไตย แต่พร้อมร่วมมือหาทางออกที่สร้างสรรค์บนพื้นฐานของความปรารถนาดีต่อเพื่อนบ้าน และชี้ว่ากรอบการเจรจาพื้นที่รอบปราสาทพระวิชากับกัมพูชา ยังไม่ผ่านรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยกรอบดังกล่าวเพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนก่อนมีการลงนามในสัญญา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่รัฐบาลได้ขอรับฟังความคิดเห็นของ สมาชิกรัฐสภานั้น ดิฉันก็มีข้อสังเกตบางประการที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อผ่านไปยังรัฐบาลนะคะ ซึ่งข้อคิดเห็นของดิฉันนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความปรารถนาดีต่อการ ดําเนินงานของรัฐบาลชุดนี้ แล้วก็ตั้งอยู่บนความชื่นชมต่อการทํางานของทีมไทยแลนด์ที่ไป ต่อสู้คดีปราสาทพระวิหารค่ะ นับตั้งแต่วันที่ศาลโลกได้อ่านคําพิพากษา แม้ว่าจะได้มีการ ถ่ายทอดสดไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จนมาถึงวินาทีนี้ที่สมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกัน มากว่า ๑๒ ชั่วโมง ดิฉันก็ยังเห็นว่าเรายังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ บ้างก็บอกว่า คําพิพากษาของศาลโลกนั้นเป็นคุณต่อประเทศ บ้างก็บอกว่าคําพิพากษาของศาลโลกนั้น เป็นลบต่อประเทศ บ้างก็ให้ข้อเสนอว่าเราควรที่จะยอมรับคําพิพากษาของศาลโลก บางท่าน ก็บอกว่าคําพิพากษาของศาลโลกนี้เรายอมรับไม่ได้ แต่ดิฉันคิดว่าหัวใจสําคัญของการ ตัดสินใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยนั้นมันอยู่ที่ว่า คําพิพากษาของศาลโลกนี้มันจะทําให้ ประเทศไทยเสียดินแดนหรือเปล่า เรายังไม่ต้องพูดถึงในทางปฏิบัติที่กําลังจะเกิดขึ้น ในอนาคต เพราะวันนี้รัฐบาลยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ถ้าเราถามว่าจากคําพิพากษาของศาลโลก ที่วันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้แปลมา แม้ว่ายังไม่ได้เป็นอย่างทางการ แต่เราก็ประจักษ์ กันดีอยู่แล้วว่ามันหมายถึงอะไร แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่นอกสภาแห่งนี้เขาไม่ได้รับทราบ มันมีคําถามว่าสุดท้ายจากคําพิพากษาตามข้อ ๙๘ นี้ ประเทศไทยจะสูญเสียดินแดน หรือเปล่า หรืออีกนัยหนึ่งก็คือประเทศกัมพูชาได้พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเพิ่มขึ้น หรือไม่ คําตอบตรงนี้จึงเป็นหัวใจที่จะนําไปสู่การตัดสินใจของพี่น้องประชาชนว่า เขาอยากให้รัฐบาลรับคําตัดสินของศาลหรืออยากจะให้รัฐบาลปฏิเสธคําตัดสินของศาล สิ่งที่ ดิฉันอยากจะเสนอต่อรัฐบาลนะคะว่าวันนี้รัฐบาลต้องเอาความจริงทั้งหมดมาบอกกับ พี่น้องประชาชน ทุกคนรักชาติและปรารถนาดีต่อประเทศไทย ดิฉันไม่คิดว่าจะมีใคร ในแผ่นดินนี้รักชาติน้อยไปกว่าใคร แต่เมื่อคนในสังคมได้รับทราบข้อมูลที่มันไม่เท่ากัน บ้างก็ได้เห็นแต่ด้านที่ดี บ้างก็มองเห็นทั้งด้านดีและด้านลบ จึงนํามาสู่ความคิดเห็นที่แตกต่างกัน และความคิดเห็นที่แตกต่างกันนี้มันมาจากข้อมูลที่มันได้ไม่เท่ากันมันเลยนําไปสู่ ความขัดแย้งและอาจจะมีความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นถ้าหากคนในสังคมยังไม่รับทราบ ความจริงว่าคําพิพากษาของศาลโลกนั้นมันมีนัยครอบคลุมเพียงใดบ้าง การที่พวกเราสมาชิก รัฐสภาไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลทําความจริงให้กระจ่าง ไม่ได้หมายความว่าเมื่อความจริงกระจ่างแล้ว เราจะต้องไปสู้รบกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ได้หมายความว่าเอาความจริงประจักษ์แล้วเราจะต้องตัดความสัมพันธ์กับเขา มันคนละ เรื่องกันค่ะ ดิฉันเชื่อว่าทุกคนตระหนักดีถึงความสําคัญของการสร้างมิตรไมตรีกับประเทศ เพื่อนบ้าน เพราะเรามีอนาคตที่สดใสรอเราอยู่ แต่ในเรื่องของศักดิ์ศรีผืนแผ่นดินอธิปไตย มันก็เป็นเรื่องที่เราต้องร่วมกันปกป้อง วันนี้อยากจะย้ําต่อรัฐบาลว่าเอาความจริงมาพูด ทั้งหมด แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องไปเป็นศัตรูกับเขา ถ้าทุกคนรับทราบความจริงชุดเดียวกัน ดิฉันเชื่อว่าเราทุกคนทั้งสังคมจะได้ร่วมกันหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย อย่างสูงสุดบนพื้นฐานของการปกป้องเกียรติยศ ศักดิ์ศรีของประเทศ รัฐบาลอย่ากลัวเลยคะว่า ถ้าท่านบอกข้อมูลทั้งหมดแล้ว เอาสาระในข้อ ๙๘ มาอ่าน อธิบายให้ประชาชนฟังแล้ว คนไทยจะเกลียดรัฐบาลชุดนี้ ไม่ใช่ค่ะ ดิฉันเชื่อว่าจากการทํางานของทีมไทยแลนด์ ที่พิสูจน์ ให้เห็นถึงเจตนารมณ์และความสามารถและความตั้งใจที่จะปกป้องผลประโยชน์ของ ประเทศชาตินั้นมันเป็นที่ประจักษ์ รัฐบาลอย่ากลัวค่ะ แต่ถ้ายังพูดไม่หมดแบบนี้ดิฉันคิดว่า ในระยะยาวเมื่อความจริงมันจะทยอยมาบวกกับว่าสื่อต่างประเทศ ข้อมูลจากผู้นํา ต่างประเทศเขาพูดเอาปาว ๆ ว่าอธิปไตยเหนือแหลมพระวิหารหรือตัวยอดพระวิหารนั้นเป็น ของประเทศเขา สักวันหนึ่งคนไทยก็จะต้องรับรู้อยู่ดีว่าความจริงคืออะไร เรามารับทราบ ข้อมูลที่แท้จริงจากรัฐบาลแล้วร่วมกันคิดร่วมกันหาทางออกน่าจะดีที่สุด เมื่อช่วงบ่าย ท่านนายกรัฐมนตรีแล้วก็ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ ต่างประเทศ ได้ออกมาย้ําว่าทั้ง ๒ ท่านนั้นไม่เคยพูดว่าจะรับคําพิพากษาของศาลโลก นั่นมันก็มีนัยของมันอยู่ในตัว หากคําพิพากษาของศาลโลกมันเป็นคุณมันเป็นประโยชน์ต่อ ประเทศไทยในทุก ๆ ด้าน แล้วทําไมท่านถึงจะไม่ยอมรับคําพิพากษาของศาลโลกล่ะคะ แต่ในเมื่อผู้นําประเทศทั้ง ๒ คนออกมาพูดอย่างชัดเจนในรัฐสภาแห่งนี้ว่าไม่เคยยอมรับ คําพิพากษาของศาลโลกมันก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าในคําพิพากษาของศาลโลกนั้นมันมี ด้านลบที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วทุกคนก็ได้อ่านแล้วก็อ่าน ภาษาไทยออกเหมือนกัน ทําไมเราไม่พูดกันให้เข้าใจว่าในคําพิพากษาศาลโลกนั้นเขาได้ขยาย พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร โดยในทางทิศตะวันตกนั้นให้ยาวไปติดกับตีนภูมะเขือ ส่วนทิศเหนือให้ยึดเส้นตามแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน เพราะแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่ประเทศกัมพูชาเขาบอกว่ามันถูกต้องมันดี จริง ๆ แล้วเขาโกหก มันมีทั้งหลายเวอร์ชัน ท่านทูตวีรชัยเองก็ได้แถลงต่อศาลไปแล้ว ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เรารับรู้ ด้วยว่าศาลเขาตัดสินพิพากษาขยายพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร นั่นก็หมายความว่าถ้าเรา ยอมรับคําพิพากษาของศาลโลก เราจะต้องเสียส่วนหนึ่งไป ประเทศกัมพูชาจะได้พื้นที่รอบ ปราสาทพระวิหารเพิ่มขึ้น แต่มันจะเป็นเท่าไรมันยังไม่รู้ เราจะเสียจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่คําพิพากษาเขาพูดแบบนี้ ถ้าเราเดินหน้าต่อ จะยอมรับ เราก็คือเสีย จะเสียเท่าไรมันอยู่ที่กระบวนการการเจรจา ดิฉัน แค่อยากให้รัฐบาลออกมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ แล้วเมื่อประชาชนเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า คําพิพากษาของศาลเขาพูดไว้อย่างไร ให้ประชาชนตัดสินใจค่ะ ถ้าพี่น้องประชาชนยอมรับ กับคําพิพากษาในลักษณะนี้ได้ ว่าให้พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารด้านทิศตะวันตก ขยายมาถึงตีนภูมะเขือ ซึ่งก็ต้องไปสํารวจกันอีกที ในทิศเหนือให้ยึดตามหลักเส้นในแผนที่ ๑ : ๒๐๐๐๐๐ ซึ่งต้องไปสํารวจกันอีกที แต่นี่คือสิ่งที่ศาลพูด ออกมาอธิบาย ถ้าประชาชน ยอมรับให้ประชาชนร่วมตัดสินใจ แต่วันนี้ดิฉันเชื่อว่าประชาชนอีกจํานวนมากยังไม่เข้าใจ ในส่วนตรงนี้นะคะ ทีนี้มาถึงว่าถ้าทุกคนยอมรับแล้วคิดบอกว่าไม่เป็นไรหรอก เราเป็น ประเทศเพื่อนบ้าน มันมีอะไรที่มากกว่าแค่เรื่องเขตแดนตรงนี้ อยากจะให้รัฐบาล ชุดนี้เดินหน้าต่อ ไปเจรจา คําถามก็คือรัฐบาลจะให้ใครเป็นตัวแทนเจรจาคะ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านพูดผ่านสื่อ มาหลายครั้งทีเดียวนะคะว่าจะใช้คณะกรรมาธิการร่วมหรือว่าเจซี ทําไมต้องเป็นเจซีคะ จริง ๆ แล้วเจซีนี่เป็นคณะกรรมาธิการที่ทํามันทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชายแดน เรื่องนี้มันเป็น เรื่องของเทคนิคนะคะ ให้คนที่เก่งมันทุกเรื่องแต่ว่าไม่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ เขตแดน การสํารวจเขตแดน การทําแผนที่ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรคะว่าเจซีที่ท่าน หมายถึงนี้จะสามารถทํางานได้ดีแล้วก็ถูกต้องตามหลักของความเป็นจริง ถ้าถามว่าในใจดิฉัน ดิฉันอยากจะเสนอคณะทํางานชุดไหน ดิฉันก็คิดว่าคณะทํางานชุดเจบีซี ซึ่งเป็น คณะกรรมาธิการที่ทําเรื่องเขตแดนจะประกอบด้วยกรมสนธิสัญญาและกฎหมายกรมแผนที่ ทหาร แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสํารวจพื้นที่ วันนี้อย่าลืมนะคะ โจทย์สําคัญของการกําหนดพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารมันอยู่ที่ว่า เส้นตามแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ที่มันขยับได้ เพราะเราไม่รู้ว่าความเป็นจริงในแผนที่ กับพอเวลามันถอดบนพื้นดินจริง ๆ แล้วมันอยู่ตรงไหน มันต้องใช้คนที่มีความรู้ทางเทคนิค เราก็คงต้องใช้หลักสันปันน้ําอยู่ดีละค่ะ ในเมื่อแผนที่มันเขียนออกมาบนความไม่ถูกต้อง บนความจินตนาการของประเทศเพื่อนบ้านทางเทคนิคเท่านั้นที่จะมาตอบ ดิฉันก็คิดว่า ถ้าเราใช้ทางเทคนิคมันก็อาจจะต้องมีการสํารวจจัดทําแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศหรืออย่างไร แต่ที่สําคัญ หัวใจสําคัญก็คือต้องใช้คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและเราก็มีคณะทํางานชุดนี้ อยู่แล้ว ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาลนะคะว่าดิฉันก็อยากจะเสนอให้เป็น ชุดของเจบีซี

อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือว่าเราจะเสียพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารให้กับประเทศ กัมพูชามากหรือน้อยไปกว่าเดิมมันก็ขึ้นอยู่กับผลของการเจรจาของ ๒ ประเทศ แน่นอนค่ะ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ บอกว่า ก่อนลงนามในหนังสือสัญญา ต้องนํามาให้รัฐสภา พิจารณา แต่ถ้าบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญที่เพิ่งแก้ไขเสร็จแล้ว รัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้มีโอกาส ที่จะรับทราบกรอบการเจรจา เพราะเราได้ตัดคําว่า การเสนอกรอบเจรจาให้รัฐสภาพิจารณา ดิฉันคิดว่ากรอบการเจรจาเป็นประเด็นที่สําคัญนะคะที่รัฐสภาแห่งนี้ต้องรับทราบ เพราะหัวใจของปัญหาอธิปไตยมันอยู่ที่ว่าคุณจะไปคุยเรื่องอะไร จะใช้แผนที่ เราจะยอมเขา ได้มากน้อยแค่ไหน จะใช้เทคนิคอะไร คณะทํางานประกอบด้วยใครบ้าง ทําไมละคะ เรื่องแค่นี้ขอให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยได้รับทราบแล้วกลับไปตอบพี่น้องประชาชน ท่านรัฐบาลให้ไม่ได้หรือคะ แต่ก็น่าเสียดายนะคะว่ารัฐสภาก็ได้ลงมติให้ตัดคําว่า กรอบการเจรจาออกจากมาตรา ๑๙๐ และในครั้งนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านรองท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้บอกไปแล้วว่าจะเอากรอบการ เจรจามาเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเพื่อความสบายใจ คําถามก็คือแล้วรัฐสภาจะมั่นใจได้ อย่างไรว่าท่านจะเอากรอบการเจรจามาให้เราพิจารณาจริง หากว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่แก้ไขไปแล้วประกาศใช้ ก็ในเมื่อในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมาเสียงข้างมากก็ไม่ได้รักษาสัญญา ดิฉันขออนุญาตพูดถึงร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมนะคะ ก่อนที่จะมีการพิจารณาก็บอกว่าจะไม่ มีนิรโทษกรรมคดีคอร์รัปชัน (Corruption) จะไม่นิรโทษกรรมฆาตกรที่ฆ่าพี่น้องประชาชน ๙๑ ศพ แต่เสียงข้างมากสุดท้ายก็ลงมติให้ผ่าน แต่กับเรื่องที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาพูดลอย ๆ ในรัฐสภาแห่งนี้ อะไรที่จะทําให้ พวกเรามั่นใจ อะไรที่จะเป็นเครื่องยืนยันให้พี่น้องประชาชนมั่นใจได้ว่าก่อนที่ตัวแทนของ รัฐบาลจะไปเจรจาในเรื่องพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะ ได้รับทราบและได้มีโอกาสแสดงข้อคิดเห็นจากความห่วงใยด้วยความปรารถนาดี ทั้งหลายทั้ง ปวงที่ดิฉันได้กล่าวไปนี้ก็เป็นความปรารถนาดีค่ะ ไม่ได้คิดที่จะมาตําหนิหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะดิฉันตระหนักดีถึงความตั้งใจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะรับฟังความเห็นของเสียงข้างน้อย ขอบคุณค่ะ