ชวน หลีกภัย อภิปรายเรื่องการแปลคําวินิจฉัยของศาล และเรียกร้องให้ท่านประธานชี้แจงเหตุการณ์ตอนนั้น นอกจากนี้ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ที่ได้รับการว่าจ้างเป็นทนายความในการดำเนินคดีกัมพูชา และเรียกร้องให้เห็นใจในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องเรียนท่านประธานว่าวันนี้ที่จริงแล้ว ตั้งใจมาฟังคณะทํางานอธิบายเหตุการณ์ และข้อความในคําวินิจฉัยของศาล แล้วก็ขณะเดียวกันตั้งใจว่าจะให้กําลังใจกับท่านอธิบดี และคณะทํางาน รู้ว่าท่านทํางานหนัก ความจริงเป็นห่วงท่านตั้งแต่ท่านถูกย้ายด้วยเหตุผลว่า ผลงานไม่เป็นที่พอใจ แต่ว่าพวกเราก็ดีใจหลังจากที่ในที่สุดท่านได้กลับมาทําหน้าที่ดูแล ประโยชน์ของชาติในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าเพียงวัตถุประสงค์เท่านั้นเอง เพราะว่าได้ฟัง ท่านอธิบายชี้แจงก็ได้ประโยชน์ ได้ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภาให้ความเห็น ก็ได้ทรรศนะในแต่ละมุม ซึ่งก็เป็นประโยชน์เช่นเดียวกัน แต่ว่า วัตถุประสงค์ในการนําญัตตินี้เข้ามาเพื่อฟังความคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา น่าจะเป็นประโยชน์ถ้าเจตนาและทําตามที่พูด แต่ฟังในช่วงหลัง ๆ นี่ อย่างน้อย ๓-๔ ท่าน น่าจะเจตนาอื่นประสงค์อยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมตัดสินใจ ขออนุญาตท่านประธานอภิปราย เพราะว่าผมรู้สึกว่าบางท่านเจตนาจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช คนแรกไม่เอ่ยชื่อท่าน ครูมานิตย์ ไม่เอ่ยชื่อท่านหม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช แต่บอกว่าทนายความชื่ออะไรจําไม่ได้ เอ่ย ๒ ครั้งแล้วก็บอกว่าชื่นชม ท่านวีรชัย เสียดายว่าท่านเกิดช้าไป ถ้าท่านเกิดทันในปี ๒๕๐๕ คดีนั้นอาจจะไม่แพ้ แล้วก็ พูดถึงการเรี่ยไรเงินคนละบาทเพื่อไปจ้างทนายความ ซึ่งคนที่ ๒ คือท่านนิยม ขอย้ําเรื่องนี้ทั้ง ๒ ท่าน ผมก็มองเพื่อนสมาชิกในทางที่ดีว่าท่านอาจจะไม่รู้ข้อเท็จจริง ก็หวังว่ากระทรวง การต่างประเทศจะช่วยชี้แจงเหตุการณ์ตอนนั้น แต่ว่าก็ไม่แน่ใจว่าท่านเหล่านี้ซึ่งอาวุโส อาจจะไม่ถึงในขณะนั้นก็อาจจะรู้ข้อเท็จจริงจากตัวอักษร แต่ไม่รู้ข้อเท็จจริงจริง ๆ ว่าทําไม หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ต้องไปว่าความในคดีนั้น ก็เลยถือโอกาสนี้กราบเรียน ท่านประธานว่าอยากจะขอชี้แจง และผมเชื่อว่าสมาชิกที่เป็นคนดีก็จะไม่ให้ร้ายคนที่ล่วงลับ ไปแล้วในทางที่ไม่จริง แต่ถ้าหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เป็นพวกโกงบ้านกินเมือง ตายไปแล้ว ก็ควรประณาม แต่ตรงกันข้ามท่านทําประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะชี้แจงเรื่องนี้ในฐานะที่ได้ยินได้ฟังมาด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง แต่ว่าก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนั้น อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วผมสนับสนุนให้เรานําคําแปลของคําพิพากษา ของศาลเป็นภาษาไทย ความจริงเมื่อเช้าสมาชิกเสนอมีเหตุผลมาก คือต้องยอมรับว่าไม่ใช่ คนที่รู้อย่างท่านทูตวีรชัยทุกคน ไม่ได้เก่งภาษาชนิดอ่านแล้วลึกซึ่งเข้าใจหมดทุกคน พวกเรา เป็นพวกประเภททําในประเทศครับ รู้บ้างก็ไม่อาจจะเทียบพวกท่านได้เลย เพราะฉะนั้นจะมี วิพากษ์วิจารณ์ให้ความเห็นในคําวินิจฉัยของศาลผมว่าไม่ง่ายหรอก ยกเว้นคนอย่าง ท่านอธิบดี ท่านทูต ท่านปลัด หรือท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งก็เติบโตแล้วก็ เรียนมา แต่ระดับพวกผมนี่คือผู้ที่ผลิตในประเทศนี่ครับ รู้ภาษาไทย ดีครับ แต่ภาษาอื่นนั้น อาจจะยากที่จะเข้าใจลึกซึ้ง ฉะนั้นอยากจะเรียนท่านประธานว่าเป็นหน้าที่ของท่านประธาน อันนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราไปเรียกร้องรัฐบาล แต่เป็นหน้าที่ ท่านประธานจะต้องเรียกร้องจากรัฐบาลว่ากรณีเช่นนี้จะต้องแปลเอกสารเพื่อให้เราได้รู้ว่า คําวินิจฉัยเมื่อเราแปลเป็นภาษาไทยแล้วคืออะไร ผมเข้าใจว่าไม่ใช่ทําได้ในชั่วโมง ๒ ชั่วโมง แต่ว่าศักยภาพในกระทรวงการต่างประเทศมีพอที่จะทํา ทําได้ อันนี้ก็ฝากท่านประธานไว้ว่า วันข้างหน้าเผื่อมีเรื่องทํานองนี้ คือบางเรื่องมันเป็นเล่มก็ยากหน่อย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของ คําวินิจฉัยของศาลซึ่งเราจะอ้างอิงอยู่ตลอดไป ประชาชนคนไทยสักกี่คนครับที่จะรู้ว่า ภาษาอังกฤษเขาเขียนว่าอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นเรียนฝากท่านประธานไว้ อีกครั้งหนึ่งว่าในโอกาสต่อไปถ้าเรื่องประเภทนี้เข้ามา กรุณาเรียกร้องจากรัฐบาลให้รัฐบาล นําคําแปลที่ถูกต้องมาให้สมาชิกได้รับทราบ ผมฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันมาตั้งแต่ตอนต้น ก็คิดว่าที่ชัดก็คือว่าความเห็นนั้นก็แตกต่างกันอยู่ไม่น้อยเลยครับ แต่อย่างน้อย ตัวนายกรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธ ไม่เคยพูดคําว่า ยอมรับคําพิพากษา ดังนั้นถ้าคําพิพากษามันเป็นประโยชน์ทั้งหมด เราได้ ทั้งหมด การไม่ยอมรับเป็นเรื่องแปลก อันนี้ก็ตอบชัดเจนว่าคําพิพากษาของศาลนั้น ในบางประเด็นมีผลกระทบต่อเราจริง ๆ เพราะฉะนั้นผมสนับสนุนผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและพวกเราทุกคน รวมทั้งเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาและผู้แทนของรัฐบาล คือเราต้องให้ความจริง เพราะเราจะหลีกเลี่ยงไม่พูดหรือเราจะทําด้วยวิธีใดก็ตามเพื่อให้เกิด ความสบายใจในวันนี้ให้เป็นที่พอใจของสมาชิก และเราไม่พูดความจริงทั้งหมด อย่างไร ๆ วันหน้ามันก็ต้องออกมาอยู่ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าดีที่สุดครับ จะพอใจ ไม่พอใจก็ตาม มันเกิดขึ้นแล้ว และเราต้องบอกความจริงทั้งหมด ผมฟังเพื่อนสมาชิกหลายคนเขามองเห็น ภาพที่บวกระหว่างความอยากให้เป็นกับสิ่งที่เป็นจริง บางกรณีมันไม่ได้ไปด้วยกันทั้งหมด ใครครับไม่อยากเห็นบ้านเมืองสงบเรียบร้อย เราก็อยากเห็นชายแดนที่ติดกับเพื่อนบ้าน ทุกประเทศ ค้าขาย ทํามาหากิน พี่น้องของเราทั้ง ๒ ประเทศมีรายได้ ใครไม่อยากให้เป็น อย่างนั้น แต่เราจะมองตัวนั้นโดยไม่คํานึงถึงศักดิ์ศรีประเทศ ไม่คํานึงถึงอธิปไตยของประเทศ หรือ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจ เข้าใจฝ่ายทหาร เข้าใจฝ่ายความมั่นคง เมื่อยามที่ถูกล่วงล้ํา ละเมิด จะบอกว่าอย่าไปตอบโต้เลยนะ เพื่อเห็นแก่รายได้การค้า เอาอย่างนั้นหรือครับ ศักดิ์ศรีประเทศอยู่ที่ไหน อันนี้ต้องแยกให้ออกระหว่างประโยชน์ส่วนตัวกับศักดิ์ศรีประโยชน์ ของชาติ ผมเชื่อรัฐบาลก็รู้สิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราอยากให้เป็นกับสิ่งที่เป็นจริงบางครั้ง ก็ไปด้วยกันไม่ได้ อันนี้ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เราต้องเข้าใจ ผมเข้าใจฝ่ายทหารที่บางครั้ง เขาต้องทําอะไรเพราะหน้าที่เขา ถ้าเขาละเลยนั่นก็คือการให้คนอื่นมาหยาม มาเหยียดหยาม มาล่วงล้ํา และไม่รักศักดิ์ศรีของประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละครั้ง แต่ละกรณี ผมก็คิดว่าเพื่อนสมาชิกของเราหลายคนอยากเห็นบ้านเมืองของเราราบรื่น อยากเห็นเรามาทําอะไรกันในนี้ ไม่อยากให้ทําข้างนอก อย่าไปจํากัดเลยครับ ให้เราทุกคน เคารพกฎหมายบ้านเมือง ตราบใดที่เขาทําโดยไม่ผิดกฎหมายให้เขาทําเถอะครับ ถ้าเขาจะ ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เราก็จะทํา แต่ถ้าเขาชุมนุมเพื่อเผาบ้านเผาเมือง ยอมไม่ได้ บ้านเมืองต้องรักษาหลักอันนี้เอาไว้ เพราะความพอใจของคนเรานั้นอาจจะต่างกัน อันนี้ ก็ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามันถึงต้องมีที่ระบายให้เขาได้มีโอกาสแสดง แต่เมื่อไรเขาละเมิด กฎหมายบ้านเมือง เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องจัดการ เพียงแต่อย่าไปหลายมาตรฐาน คนกลุ่มนี้ชุมนุม ผิด อีกคนชุมนุมแบบเดียวกัน ไม่ผิด อย่างนี้มัน ๒ มาตรฐาน บ้านเมืองที่มันเกิดความขัดแย้ง เพราะเราไม่ปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกัน เราเรียกร้องการปรองดอง แต่เราไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกาของบ้านเมือง อันนี้คือจุดสําคัญ ที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไว้ในที่นี้ครับ ผมก็อยากถือโอกาสนี้ให้กําลังใจ กับคณะทํางาน ความจริงพวกเราก็ให้กําลังใจกันมามากแล้ว แต่ว่าอยากจะเรียนท่านว่า ภาระข้างหน้าที่ท่านต้องทํานั้นอีกยาวไกลครับ ในสถานการณ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง ที่แตกต่างกันไปนั้น ท่านต้องเป็นหลักนะครับ เมื่อไรการเมืองไม่มีหลัก ราชการประจํา ต้องเป็นหลัก กระทรวงการต่างประเทศได้ชื่อว่าเป็นกระทรวงที่มีข้าราชการที่เป็นทรัพยากร ที่มีค่ากระทรวงหนึ่ง ทุกคนยอมรับมาตลอด ถึงแม้ช่วงหลังจะมีอะไรที่เบี่ยงเบนไปบ้างก็ตาม แต่ความเชื่อมั่นต่อกันในกระทรวงการต่างประเทศยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นท่านต้องเป็นหลักครับ ท่านมีหน้าที่ทําตามนโยบายรัฐบาล แต่สิ่งใดที่มันไม่ถูกต้อง มันเป็นเรื่องประโยชน์ ของนักการเมือง ท่านต้องกล้าทักท้วง เพราะช่วงหลังต้องยอมรับว่าผลประโยชน์นักการเมือง เข้ามาเกี่ยวข้องกับนโยบายต่างประเทศมากขึ้น ฉะนั้นพวกเราต้องเป็นหลักให้กับ ฝ่ายการเมือง เป็นหน้าที่ท่านต้องทํางานตามนโยบายรัฐบาล แล้วนโยบายรัฐบาล ไม่มีข้อไหนเขียนไว้ผิดกฎหมายแน่ครับ แต่เมื่อไรแนวปฏิบัติให้เราทําสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ท่านต้องเป็นหลัก ไม่ทําในสิ่งนั้น มิฉะนั้นทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการไม่เป็นหลักเลย บ้านเมืองเราเสียหายและแก้ไขยากครับในวันข้างหน้า ก็อยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ว่าขอให้กําลังใจ และขอให้ท่านได้ยึดหลักอันนี้ครับท่านประธาน ให้มันรู้ไปว่าเราไม่ทําสิ่งที่ ไม่ถูกต้องแล้วเราถูกย้ายให้มันรู้ไป เพราะถึงอย่างไรไม่มีใครอยู่ตลอด การเมืองไป แล้วมาครับ มาแล้วไป ไม่ได้อยู่ตลอด ในชีวิตหนึ่งของพวกเราในฐานะข้าราชการประจํา ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่ท่านจะภูมิใจเท่ากับท่านได้รับใช้บ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความซื่อตรง รักษาประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านจะเกษียณอายุราชการด้วยความ ภาคภูมิใจ ผมเรียนท่าน ผมเห็นข้าราชการบางคนระดับปลัดกระทรวง ไม่ยึดหลัก หวั่นไหว ตามนักการเมือง เกษียณไปแล้ว เชื่อไหมครับกลับบ้านเกิด ประชาชนไม่รับ กินกาแฟ กับชาวบ้าน ชาวบ้านลุกออกทีละคน เป็นปลัดกระทรวงมาแล้ว แทนที่จะภูมิใจว่าคนบ้านเรา ได้เป็นปลัดกระทรวง เขาไม่รับ เขานึกถึงพฤติกรรมตอนที่ทํางาน ตอนมีอํานาจ ได้ตําแหน่ง มาโดยวิธีที่ตามใจนักการเมืองโดยไม่ชอบ ผมก็เรียนท่านปลัดกระทรวง ท่านรองปลัด ท่านอธิบดี ท่านทูต ด้วยความรักเป็นส่วนตัว และด้วยเห็นว่าท่านทําประโยชน์ให้กับชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นวันข้างหน้าที่ท่านจะต้องไปทํานั้น ผมรู้ครับ บางท่านอาจจะทํากว่าจะเสร็จก็ เกษียณอายุ แต่ว่าทําสิ่งที่ถูกต้องเถอะครับท่าน เพื่อรักษาประโยชน์ของบ้านเมือง เราก็ต้องอยู่ร่วมกันกับเพื่อนบ้าน ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเลยครับ เราจะอยู่อย่างนี้ตลอดกาล ไม่มีวันที่ ประเทศไทยจะย้ายไปที่อื่น ไม่มีวันที่เพื่อนบ้านเราจะย้ายไปที่อื่น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีแน่นอนด้วยศักดิ์ศรี เราไม่ไปดูถูกเขา ไม่ไปมองเขาต่ําต้อย แต่ขณะเดียวกัน เราไม่ย่อหย่อนศักดิ์ศรี เราต้องคบเขาอย่างเท่าเทียม คือไม่ทําตัวเหนือเขา และขณะเดียวกัน เราไม่ทําตัวต่ําต้อยกว่าเขา อันนี้คือสิ่งสําคัญมากที่คนไทยจับตามองด้วยความห่วงใย แต่ผม เรียนว่าผมฟังท่านชี้แจงที่ศาล ท่านอธิบาย ท่านทูตก็อธิบายอย่างดี และดูตลอด ทักทายกับ คู่กรณีด้วยเกียรติด้วยศักดิ์ศรี ไม่มาก ไม่น้อย อันนี้คือสิ่งสําคัญมากครับ
ทีนี้ประเด็นที่ผมเรียนท่านประธานเอาไว้ว่าขออนุญาตที่จะชี้แจงเรื่องของ การเป็นทนายความของหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช คือถ้าเราไม่รู้ เราก็จะหลงผิดไปว่า หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช เอาเงินเรี่ยไรคนละบาทเป็นค่าทนายให้ท่านก็เรียนว่าเนื่องจาก ในช่วงที่มีคดีดังกล่าวนี้เป็นช่วงที่ผมโตแล้วครับ ผมไม่เหมือนเพื่อนหลายคนที่อาจจะ เด็กเล็กอยู่ แต่ผมเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว แล้วก็เป็นความจริงพวกเรา รณรงค์กัน เรี่ยไรเงินกัน ต่อสู้กัน ปัญหาเขมรกับไทยในขณะนั้นก็กลายเป็นละคร เป็นโขนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลียนแบบคดีเอาไปใช้ในเรื่องรามเกียรติ์ แบ่งนางสีดา ระหว่างทศกัณฑ์กับพระราม แบ่งกันตรงสันปันน้ํา อันนี้กลายเป็นเรื่องละครไปเลยนะครับ เป็นเรื่องที่พวกผมโตทันและเห็นเหตุการณ์ และความจริงสิ่งที่คนไม่ค่อยรู้ก็คือว่ามีนักศึกษา บางคนไปเรียกดุษฎีบัณฑิตคืนจากสีหนุ ท่านได้ดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วผมเข้าใจว่าท่านก็ส่งคืนมา ความจริงแล้วต้องเรียนพวกเราทั้งหลายว่าไม่มีใครสบายใจ ต่อคําวินิจฉัยของศาลในขณะนั้นหรอกครับ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมเชื่อว่าชาว กระทรวงการต่างประเทศรู้จักท่านดี ท่านไม่รับคดีนี้ครับ จอมพล สฤษดิ์ ต้องให้ พระยาอรรถการีย์นิพนธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้นมาขอร้อง หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช บอกว่าศาลโลกเป็นศาลการเมือง เข้าไปทําหน้าที่เสี่ยง เสียชื่อเสียงท่านไม่เอา คดีการเมืองพวกเราเข้าใจนะครับว่าหมายถึงอะไร เช่นวิ่งเต้นกัน หรืออะไรก็แล้วแต่ท่านก็ไม่รับ พระยาอรรถการีย์นิพนธ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องเกลี้ยกล่อมว่าท่านเคยทํางานให้กับชาติบ้านเมืองเสี่ยงชีวิตมาแล้วกับการเป็นเสรีไทย วันนี้ท่านจะเสี่ยงเสียชื่อเสียงมันไม่มากไปกว่าเสี่ยงชีวิตในครั้งนั้น ขอให้เห็นแก่ชาติ นี่คือที่มา ในที่สุด หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ต้องยอมรับว่าความคดีนี้ ทําไมต้องไปคัด หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช เพราะในขณะนั้นรัฐบาลเห็นว่านักกฎหมายที่เก่งที่สุดในประเทศไทย คือ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมชเนติบัณฑิตเกียรตินิยมสูงสุดซึ่งไม่มีใครเคยทําได้ นั่นคือ สมัยเรียนเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นนักกฎหมาย เป็นทนายความ ตอนนั้นท่านไม่ได้เป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรอกครับ เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอนที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอนเนติบัณฑิต และขอเรียนให้พวกเราที่อภิปรายกระแนะ กระแหนเยาะเย้ยท่าน ได้ทราบว่าค่าใช้จ่ายในการทํางานคดีนี้ท่านไม่เบิกเงินหลวงเลย แม้แต่บาทเดียวครับ ท่านมีสิทธิที่จะเบิกแต่ท่านไม่เบิก และเงินที่เรี่ยไรนั้นไม่ใช่เงินค่าทนาย ที่จ่ายให้กับท่าน คณะทํางานในขณะนั้นเจ้ากรมแผนที่ทหารคือ พลโท บุศรินทร์ ภักดีกุล พลโท สุข เปรุนาวิน ก็เป็นอาจารย์สอนกฎหมายระหว่างประเทศในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมก็เป็นลูกศิษย์ท่าน แต่ความจริงตอนเป็นคดีนั้นผมยังเรียนไม่ถึงท่านอาจารย์เสนีย์ เรารู้ แต่เพียงว่าท่านสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองหรอกครับ ในขณะนั้น และการที่ท่านไปว่าความคดีนั้นเราก็ต้องเข้าใจว่าประเทศคู่กรณีขณะนั้น เขาเรียกเขมรนะครับ ส่วนใหญ่ก็ใช้คํานี้ ขณะนี้ก็ถือว่าให้เกียรติเขา เขาต้องการเรียกกัมพูชา ก็กัมพูชา เราต้องเข้าใจว่าประเทศเหล่านี้เขาอยู่ในสภาพที่ถูกมหาอํานาจล่าอาณานิคม อินโดจีนตกเป็นเมืองขึ้นของเขาหมดครับ น่าเห็นใจพี่น้องของเราในกลุ่มอินโดจีนเหล่านี้มาก เราเป็นประเทศเดียวที่อยู่รอด แต่แน่นอนกลุ่มประเทศที่เขาอยู่ในอาณานิคมนั้น เขาก็มีลูกพี่หรือผู้ที่ยึดอํานาจเขา เขาก็ ปกป้องกัน เขาก็ดูแลกันมาตลอด อันนี้คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เราไม่ได้ไป ตําหนิอะไรเขาหรอกครับ ว่าเขาอยู่ในฐานะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราก็อย่าไปน้อยใจ ว่าเราไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร ควรจะภูมิใจตลอดทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต แต่แน่นอนคํา ตัดสินของศาลที่ออกมา ๙ : ๓ ไม่ใช่เอกฉันท์อย่างครั้งนี้ด้วยครับ ครั้งนั้น ๙ : ๓ ที่เราแพ้คดี ผมเชื่อว่าพวกเราทั้งหลายที่ศึกษาเรื่องนี้ติดตาม มีความเป็นธรรม ก็จะรู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร คนไทยเสียใจทั้งประเทศครับ แต่รัฐบาลขณะนั้นให้ยอมรับคําพิพากษาของศาล แล้วรัฐบาล ขณะนั้นก็ตัดสินใจแบ่งพื้นที่กันลวดหนามอย่างที่เราได้เห็นกัน ต่อมาภายหลังหม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช ได้รับเกียรติจากจอมพล สฤษดิ์ มาพบด้วยตัวเอง มาขอบคุณด้วยตัวเองที่ ทํางานให้กับชาติบ้านเมืองแล้ว และเสนอให้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อพักผ่อนกับคณะ ทั้งหมด ในสมัยนั้นเงินทองหายาก เขาไม่ได้ให้อะไรกันง่าย ๆ เรี่ยไรคนละบาท เราก็นึกออก นะครับว่าเศรษฐกิจมันเป็นอย่างไร อันนี้คือที่มาครับ ฉะนั้นพวกเราที่พูดจาอะไรก็ตาม ในลักษณะไม่ให้เกียรติ ผมไม่ตําหนิอะไรท่านนะครับ มองในแง่ดีว่าท่านไม่รู้ข้อเท็จจริง ถ้าท่านรู้แล้วท่านจะพูดอย่างไรนั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ว่าอยากให้รับรู้ว่าคนที่ทํางาน เพื่อบ้านเมืองนั้นผลจะเป็นอย่างไรก็ตาม ถ้าเราไปวัดว่าเมื่อไปทําแล้วไม่ประสบความสําเร็จ ดังที่เราปรารถนา แล้วเราประณาม ใครอยากทําเพื่อบ้านเมืองครับ ผมคิดว่าคนไทยโดยรวมนั้น เป็นคนดี พฤติกรรรมที่เนรคุณมีไม่มากหรอกครับ มีเพียงบางกลุ่มและคนเหล่านั้นก็ไม่ใช่เป็น ลักษณะยีน (Gene) คนไทย ไม่ใช่ลักษณะคุณสมบัติคนไทย แต่ด้วยอะไรก็ตามเราก็ให้อภัย ว่าเขาไม่รู้ข้อเท็จจริง ถ้าเขารู้ข้อเท็จจริงแล้วยังทําอย่างนั้นก็ถือว่าเป็นสันดานคนเหล่านั้น ซึ่งเราไม่อาจที่จะไปแก้ไขอะไรได้ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าไม่ใช่ เพราะท่านเคยเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ของผมเท่านั้น ไม่ใช่เพราะเคยเป็นครูบาอาจารย์ เท่านั้น แต่คนไทยคนไหนก็ตามที่ทํางานให้กับชาติบ้านเมืองด้วยความเสียสละ ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต ถึงเขาไม่รู้จักกับเรา เราก็ต้องยกย่องให้เกียรติเขา ก็ขออนุญาตท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพครับ