นิยม เวชกามา บอกเรื่องการบริจาคเงิน 1 บาทเพื่อจ้างทนายความไปสู้ในศาลโลกเมื่ออายุ 11 ปี และเป็นหนึ่งในผู้ที่สนใจฟังการอ่านคำพิพากษาของศาลโลกเมื่อวันที่ 11 นี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการถอนกำลังทหารและติดตามรักษาความปลอดภัยจากปราสาทพระวิหาร และขอให้คืนโบราณวัตถุออกไป นิยม เวชกามา ยังพูดถึงกรณีศาลโลกตัดสินเรื่องปราสาทพระวิหาร และแสดงความคิดเห็นในฐานะคนไทยว่าศาลโลกตัดสินเป็นกลาง และไม่ควรโทษกัน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนไทย ซึ่งเป็นผู้ที่มีเลือดรักชาติ คิดว่าไม่แพ้ใคร เมื่อวันที่ ๑๑ ผมตั้งใจนั่งฟัง การอ่านคําพิพากษาของศาลโลกตั้งแต่บ่ายสามโมงท่านประธาน นั่งฟังเฝ้าหน้าจอทีวีเลย ผมจึงเห็นว่าท่านผู้นําฝ่ายค้านต้องพูดถึงนิดเดียว ไม่ได้เกี่ยวหรอกครับ ที่ท่านบอกว่า รัฐบาลต้องบอกความจริงต่อประชาชน อย่าซ่อนเร้นหมกเม็ดอะไรนี่ ไม่มีหรอกครับ ในความคิดผม เป็นการเปิดให้ดูจะ ๆ เลยอ่านคําพิพากษาผ่านจากกรุงเฮก ทําไมผม ให้ความสนใจขนาดนั้นท่านประธาน ไม่ใช่เพราะเป็น ส.ส. นะครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ตั้งแต่อายุ ๑๑ ปี เรียนอยู่ ป. ๔ เป็นคนที่บริจาคเงินให้รัฐบาลเอาไปจ้างทนายความ คนละ ๑ บาทในสมัยนั้นครับ เป็นเด็ก ๆ ๑ บาทเป็นแบงก์นะครับ บริจาค เพราะรัฐบาลยุคนั้น ท่านจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ บอกว่าประชาชนต้องช่วยกันบริจาคเงินเพื่อจ้างทนายความ ไปสู้ในศาลโลก ผมเป็นเด็กจําความได้ โดยมีหัวหน้าทีมทนายความ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ผมจําได้เป็นเด็ก ๆ เพราะฉะนั้นจึงให้ความสนใจมาแต่เริ่มแรกแล้วครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๐๕ ก็บริจาค ๑ บาท เพื่อให้ทนายความไปว่าความในศาลโลก โดยคิดว่า เพื่อเอาเขาพระวิหารกลับคืนมาในยุคนั้น ท่านจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นหัวหน้ารัฐบาลไทย ท่านพระเจ้าสีหนุเป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ท่องจําได้ในยุคนั้น เพราะฉะนั้นพอวันที่ ๑๑ บ่ายสี่โมงผู้พิพากษาขึ้นมาอ่านคําพิพากษาเป็นภาษาฝรั่งเศส ผมไม่รู้หรอกครับ แต่แปลภาษาไทยอยู่ ภาษาอังกฤษสลับกันนี้เข้าใจ ผมจึงว่าวันนี้รัฐบาลเปิดชัดเจน ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ผมจึงบอกว่าไม่ต้องคิดหรอกว่าหมกเม็ดหรืออะไรก็แล้วแต่ ในฐานะที่เป็นคนบ้านนอก ให้ความสนใจ เปิดไม่เหมือนยุคนั้น ได้ยินแต่ข่าว เพราะฉะนั้น ในศาลโลกสมัยนั้นก็เอามาเปิดเผยเหมือนกัน ยุคก่อนไม่มีสถานีโทรทัศน์ แต่ผมนี่ คนบ้านนอกฟังข่าวตอน ๒ ทุ่ม ท่านจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เอามาแถลงออกทางสถานีวิทยุ แห่งประเทศไทย วิทยุกรุนดิกสมัยนั้น เครื่องบักใหญ่เลยครับ บอกว่าศาลโลกตัดสินแล้วให้แพ้ แต่ไม่เป็นไรพี่น้อง แถลงโดยน้ําตา ร้องไห้เสียงออกทางวิทยุละครับ บอกว่าจะพยายามเอา กลับมาภายใน ๑๐ ปี นี่เรื่องจริงที่ฟังในวันนั้นครับ ด้วยความสนใจจริง ๆ แต่สุดท้ายต้องเอา ธงชาติลงจากเขาพระวิหาร คนไทยร้องไห้ทั้งประเทศ ผมจําได้ ผมเป็นเด็ก เพราะฉะนั้น จึงกราบเรียนว่าคําพิพากษาซึ่งอ่านเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๕ ก็มีประเด็นเพียง ๒-๓ ประเด็นเท่านั้นเอง ซึ่งสรุปได้ความว่าปราสาทพระวิหารตั้งอยู่ในดินแดนใต้อธิปไตย กัมพูชา นี่คําพิพากษาข้อที่ ๑ นะ
ข้อ ๒ ไทยต้องถอนกําลังทหารหรือตํารวจ ซึ่งไทยส่งไปประจําที่ปราสาท พระวิหาร หรือบริเวณใกล้เคียงปราสาทพระวิหารดินแดนกัมพูชา
ข้อ ๓ ไทยต้องคืนบรรดาโบราณวัตถุที่ไทยอาจโยกย้ายจากปราสาท พระวิหารหรือบริเวณปราสาทพระวิหาร อันนี้คือคําตัดสินซึ่งสรุปคร่าว ๆ ทั้งนี้ศาลโลก ไม่ได้ตัดสินเรื่องเส้นเขตแดนระหว่างประเทศทั้งสอง และไม่ได้ตัดสินว่าเขตแดนจะต้อง เป็นไปตามแผนที่ตามมาตราส่วน ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ตามที่กัมพูชากล่าวอ้าง
อันนี้ศาลโลกอ่านเมื่อปี ๒๕๐๕ เพราะฉะนั้นพอมาถึงยุคเปิดโลกตัดสิน ที่กรุงเฮก แต่มาอ่านที่ประเทศไทย รู้ทั้งประเทศ ทุกคนในกรุงเทพฯ นี้นะผมให้คนไปดูว่า หยุดครับ แท็กซี่อะไรหยุดเลย หลายคนต้องมารอฟังศาลอ่านคําพิพากษา ซึ่งใจจดใจจ่อ เหมือนกับผมละครับ นี่คือความเป็นคนไทย ไม่เกินกันหรอกครับความเป็นคนไทยรักชาตินี่ ไม่มีใครรักเกินกันหรอกครับบอกจริง ๆ แต่ว่าการกล่าวหาอะไรก็ดีมันเป็นแนวคิดของใคร ของมัน อย่าไปคิดว่าพวกผมไม่รักชาตินะครับ ผมบอกไม่เกินกัน เพราะฉะนั้นนี่คือเป็น ประเด็นว่าการทําหนังสือต่อมามันมีเหตุ ผมจึงบอกว่ายุคผมนี่ ไปกรุงเฮกเมื่อปีที่แล้ว ในชีวิต ขอถ่ายรูปหน้าศาลโลกหน่อย ไปยืนถ่ายประตูครับ ไม่ได้เข้าไปข้างใน เขาไม่ให้เข้า ไปจอดรถ แล้วยืนถ่ายรูป รูปผมยังอยู่ เพราะจดจํามาตั้งแต่ยุค ๑๑ ปี ปี ๒๕๐๕ แล้วครับ ถึงกราบเรียนว่ามันเป็นเรื่องซึ่งพอนํามาฟ้อง กัมพูชามาฟ้องในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๔ ยุคท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ผมยังคิดว่าปราสาทพระวิหารนี้กลับมาสู่ศาลโลกอีกรอบ แล้วนะ ผมจะได้เห็นไหมคําสั่งศาลตัดสินออกมาไหม ผมนึกว่าชีวิตผมอีกหลายปี สุดท้ายมา ๒ ครั้งในชีวิตก็เห็นแล้วว่าศาลโลกตัดสินเป็นอย่างไร เพราะวันนี้ผมอ่านดู ฟังคําพิพากษานั่ง ดูตลอด จะเป็นภาษาฝรั่งเศสหรืออังกฤษก็ดี ก็มีคนแปลเป็นไทยอยู่ ก็คล้าย ๆ กันไม่ได้ เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ซึ่งยุคนั้นไม่ได้ตัดสินเลย ก็ยังอยู่ เป็นเหมือนเดิมอยู่ ศาลไม่ได้พูดถึง ส่วนที่มีปัญหาถกเถียงกันอยู่ ชะง่อนผาบ้าง บ้านผมเรียก ชะโงกผา ผมขึ้นไปดูแล้วมันเป็นก้อนหินขนาดใหญ่มันก็ต้องเป็นของเขาละครับ ไม่มีหรอก ปราสาทเป็นของกัมพูชาแต่ก้อนหินเป็นของไทย อยู่ด้วยกันมันเป็นไปไม่ได้ อย่าไปคิดซีเรียส (Serious) มัน ผมอยากเห็นแต่ไทยกัมพูชาเป็นพี่น้องกันทั้งนั้นครับ วันนี้ต้องกราบเรียนว่า คนไทยทุกคนไม่มีใครอยากจะรบกันหรอก ยุคก่อนก็เกือบรบกันรอบหนึ่งแล้วยุคปี ๒๕๐๕ ฮึ่ม ฮึ่ม ใส่กันคนตายหลายคนอยู่ ยุคนั้นก็เผื่อจะเอาธงชาติลงมาจากยอดเขา มันเป็นน้ําตา คนไทยนะ ผมบอกยุคนั้น วันนี้ไม่อยากเห็น วันนี้ผมเป็น ส.ส. ไม่คิดว่าจะได้ไปกรุงเฮก ได้ไป ถ่ายรูปมาแล้ว ผมถึงบอกว่าชีวิตความรักชาติไม่เกินกัน ผมจะบอกเพียงแต่ว่าจุดใด เท่านั้นเอง เราทําสัญญาตลอดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ก็ทําหนังสือสมัยท่านพลเอก สุรยุทธ์ ก็ไปทําสัญญา ผมติดตามข่าวอยู่ เงื่อนไขทุกอย่างไม่ต้องไปว่าเขาหรอกครับ ปัญหา มันเกิดขึ้นมานี้ถือว่าคนไทย ประเทศไทยเราสุดยอดแล้ว ศาลโลกตัดสิน ผมว่าเป็นกลางที่สุด อย่าไปคิดว่าเสียไปนิดหน่อย ในยุคนั้นผมเป็นเด็กแต่จําได้ ท่านจอมพล สฤษดิ์ นักเลงโต นะครับ ทําไมถึงว่าอย่างนั้น ยกปราสาทให้เขาแล้วตามคําพิพากษาของศาลโลกไม่ให้ทางขึ้น ผมยังงงอยู่ สมัยเด็กผมขึ้นไปต้องผ่านคนไทยแล้วไปเข้าในเขตเขมร ผมบอกแบบนี้มีด้วยหรือ นี่เด็ก ๆ นะ คิดดสมัยนั้นให้ขึ้นปราสาทพระวิหารแต่ไม่ให้ทางขึ้น บอกถ้าจะขึ้นให้ไปปีนขึ้น หน้าผา ผมไปยืนดูแล้วใครขึ้นหน้าผาได้ก็สุดยอดมนุษย์แล้วครับ ไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว ผมขึ้น ๓-๔ ครั้งครับ พี่น้องผู้แทนราษฎรหรือใครก็ตามในสภานี้ ที่พูดกันนี่ไม่รู้ว่าใครไปหรือ ยัง ผม ๓-๔ ครั้งแล้วไปดูปราสาทพระวิหาร ด้วยความที่จิตสํานึกที่มีตั้งแต่เด็กแล้ว ผมจึง กราบเรียนว่าวันนี้อย่าไปโทษกัน ศาลโลกตัดสินมาอย่างนี้สุดยอดแล้ว พี่น้องอยู่ทางบ้านครับ เพราะฉะนั้นชะโงกผาก็ดี ชะง่อนผาที่ว่านี่ก็ก้อนหินที่อยู่ในหน้าผานะ ไม่มีหรอกครับจะ ตัดสินให้คนไทยเอาชะโงกผา ส่วนเขมรเอาใต้ดิน ไม่มีหรอก คิดแบบง่าย ๆ ครับ ไม่ต้องคิด แบบคณิตศาสตร์ ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้เราคิดอะไรกัน บ้านเมืองต้องไปได้ ไม่ต้องคิดอะไร มากครับ ยุคนั้นทนายเสนีย์ ปราโมช สุดยอดในความรู้สึกผม เป็นทนายที่เก่งที่สุด แต่เรา ก็แพ้เขา แพ้โดยเงื่อนไขหลาย ๆ เรื่องละ ผมอยู่ตอนจอมพล สฤษดิ์ มาแถลงข่าวตอน ๒ ทุ่ม ร้องไห้ครับ ประกาศชัดเจน ผมยังจําได้ว่าอีก ๑๐ ปีต้องเอาคืน ถ้าเป็นแบบนี้ เป็นไปไม่ได้ แล้วอย่าไปคิดว่าไม่รับรองศาลโลก จอมพล สฤษดิ์แถลงเรื่องรับรองศาลโลกสมัยนั้น คนไทย ก็อึ้งไปหมดแล้วครับ มันเป็นไปไม่ได้ ตราบใดยังเป็นมนุษย์อยู่ในโลกนี้ นอกจากไปอยู่ใต้ดิน อยู่คนเดียว ขุดรูอยู่เหมือนกับปู ไม่ต้องถือใครก็ได้ ขอบคุณมาก นี่ผมแสดงความคิดเห็น ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง วันนี้อย่าไปคิดอะไรมากครับ วันนี้ ขอบพระคุณมากครับ