เจริญ ภักดีวานิช หารือเรื่องการตัดสินศาลโลกในกรณีปราสาทพระวิหาร โดยขอความชี้แจงและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นและความภาคภูมิใจในเรื่องของปราสาทเขาพระวิหารที่เป็นมรดกโลก และการชี้แจงความจริงเกี่ยวกับการตัดสินศาลโลกและผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ท่านประธานครับ กระผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรี กระผมจะมีปัญหา จากการตัดสินที่คิดว่าประชาชนถ้าได้คําตอบจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ๔ ข้อ ประการที่ ๓ ผมมีข้อเสนอทางรัฐบาล บางเรื่องรัฐบาลยังไม่ทํา ยังทําได้ไม่มาก ๔ เรื่อง ท่านประธานครับ กระผมคิดว่าโดยเจตนารมณ์ของศาลโลกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การสหประชาชาติต้องการ ให้เกิดสงบสุข ต้องการความเป็นธรรม ต้องการให้พี่น้องตรงนี้ทั้งประเทศไทยและประเทศ กัมพูชาอยู่กันอย่างร่มเย็น หลังจากที่ศาลโลกตัดสิน ผมก็มีข่าว ท่านประธานครับ พี่น้องชาวศรีสะเกษที่ภูมิซรอลดีใจ ไม่ต้องไปอยู่ในเมืองศรีสะเกษ ไม่ต้องไปอยู่ต่างจังหวัด ไม่ต้องอยู่อําเภออื่น ได้กลับมาอยู่บ้าน ได้ทํามาหากิน หรือพี่น้องที่อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ ได้กลับมาอยู่บ้าน เขาบอกสัมภาษณ์สื่อไปว่าเขาดีใจได้กลับมาทํามาหากิน ได้ ทุกคนหวงแหนบ้าน รักบ้านของตัวเอง การที่เขาต้องหลบซ่อนอยู่ในที่หลบภัย การที่ต้อง ปิดโรงเรียน ลูกเขาไม่ได้เรียน เป็นความทุกข์ของแผ่นดิน ท่านประธานครับ กระผมมี ข้อสังเกตอยู่ ๓-๔ เรื่อง เผื่อสื่อสารไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ใน ๓-๔ เรื่องนี้ กระผมคิด ว่ารัฐบาลถ้าได้เน้นย้ําให้พี่น้องประชาชนจะเกิดประโยชน์ยิ่ง
ประเด็นแรกก่อนท่านประธานครับ การตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเขตแดน ศาลไม่มีอํานาจในการปักเขตแดน ผมคิดว่ารัฐบาลต้องขยายความให้พี่น้องประชาชน เพราะว่ามีคนบางคนไปขยายความไกลกว่าเรื่องที่ศาลตัดสิน การสื่อสารของรัฐบาล ในประเด็นนี้ผมคิดว่ายังมีไม่มาก มีพี่น้องประชาชนที่อยู่ไกล ๆ การสื่อสารบ่อย ๆ ลักษณะนี้ จะเห็นว่าการตัดสินครั้งนี้ตัดสินเฉพาะตัวปราสาท
ประการที่ ๒ เป็นการตัดสินไม่มีอะไรใหม่นะครับ โดยเอาการตัดสิน ปี ๒๕๐๕ มาเป็นหลักในการตัดสิน ทีนี้รัฐบาลเองก็จะต้องขยายความว่า ตอนตัดสิน ปี ๒๕๐๕ มีอะไรบ้าง เข้าใจว่าขณะนี้คือคนบ้าน ๆ หรือประชาชนที่ไกลยังไม่ทราบ เพราะฉะนั้นการชี้แจงลักษณะนี้ให้ประชาชนทราบจะเกิดประโยชน์ยิ่ง
ประเด็นที่ ๓ ก็คือที่กระผมกราบเรียน ขณะนี้ทั่วโลกต้องการเห็นคุณค่า ของการเจรจา ท่ามกลางความขัดแย้งไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีการเจรจา เพราะฉะนั้นทั่วโลก เพราะข่าวตอนตัดสินนั้นทั่วโลกติดตามดู จะเห็นว่า การเจรจาถ้าสําเร็จสงบสุขเกิดขึ้นทั้ง ๒ ประเทศ ก็นําไปสู่อะไรครับ ความน่าเชื่อถือ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพราะอีก ๒ ปีเราก็ไปมาหาสู่กันได้สบายแล้ว เพราะฉะนั้น ในสิ่งเหล่านี้ความท้าทายของประเทศไทย ความท้าทายของรัฐบาลนี้ ก็คือการแสดงให้โลก เห็นคุณค่าของการเจรจา ทีนี้การเจรจานั้น สมาชิกรัฐสภาก็ตั้งข้อสังเกตกับท่านประธาน ผ่านทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ความระมัดระวัง ขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะต้องขออนุมัติต่อสภา กรอบการเจรจาก็ดี จะต้องอะไร จะต้องเป็นเรื่องที่ทุกคนยอมรับได้ และที่สําคัญก็คือ เป็นสิ่งที่รัฐสภาได้สามารถชี้แนะรัฐบาลได้อย่างสมบูรณ์
ประเด็นต่อไป ที่กระผมกราบเรียนท่านประธานครับ ศาลให้คําแนะนําว่า ให้ไทยและกัมพูชาร่วมกันพัฒนาปราสาทเขาพระวิหารในฐานะมรดกโลกร่วมกัน ศาลโลก บอกว่าเขาพระวิหารเป็นมรดกโลก เป็นแหล่งวัฒนธรรมอย่างยิ่งใหญ่ ที่นี่เป็นแหล่งบูชา ของคนเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีนะครับ คนขึ้นไปเขาพระวิหารก็คือไปด้วยความศรัทธา เพื่ออะไรครับ สิ่งที่เขาศรัทธานั้นนําไปสู่ความสุข ความร่มเย็นและความเชื่อ เพราะฉะนั้นคุณค่าเหล่านี้ผม คิดว่ารัฐบาลทั้งไทยและกัมพูชาจะต้องสร้างคุณค่าให้คนทั้ง ๒ ประเทศเกิดความภาคภูมิใจว่า เขาพระวิหารนี้เป็นสมบัติของมนุษยชาติ เป็นสมบัติของคนทั้งโลก และประเทศไทย กับประเทศกัมพูชาจําเป็นจะต้องช่วยกันพัฒนาและหวงแหน
ประเด็นต่อไปที่กระผมกราบเรียนก็คือ ท่านประธานครับ รัฐบาลยังชี้แจง ประชาชนไม่มากนักถึงความสําคัญของการค้านะครับ ปีกลายนี้เราส่งสินค้าไปขายที่ประเทศ กัมพูชามูลค่าการค้า ๘๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เฉพาะครึ่งปีนี้ท่านประธานครับ มูลค่าที่เรา ส่งไปขายเพิ่มขึ้น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจว่าถ้าตลอดปีคงจะเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ถ้าเรามีปัญหาชายแดน การส่งสินค้าไม่ได้ ปัญหาจะเกิดขึ้น อะไรท่านประธานครับ เกิดอีก ๒ เรื่อง สินค้าของเราที่ส่งไปประเทศกัมพูชานั้นเราได้เปรียบการค้าปีละประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเฉพาะปีกลาย ๘๒,๐๐๐ ล้านบาทครับท่านประธานที่เรามี การค้าขายซึ่งกันและกัน สิ่งที่สําคัญถ้าท่านประธานจําได้เมื่อ ๓ ปีที่ผ่านมานี้ครับ นักธุรกิจไทย ได้ไปลงทุนในประเทศกัมพูชาค่อนข้างมาก ค่อนข้างมากท่านประธานครับ ตอนที่เราเกิด ปัญหาขึ้นมานั้นโรงแรมของคนไทยถูกเผา เพราะสิ่งเหล่านี้กรอบการเจรจาหรือการเจรจา ซึ่งศาลโลกให้ทั้ง ๒ ประเทศเจรจาเป็นสิ่งที่คุณค่าและทั่วโลกกําลังเฝ้ามองอยู่ กระผมมี ข้อกฎหมายที่กระผมเข้าใจว่าถ้าเผื่อท่านประธาน โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี ได้ขยายความให้พี่น้องประชาชนผ่านทางสื่อมวลชนก็จะเกิดประโยชน์ยิ่ง
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ จากคําพิพากษา เรื่องของขอบเขตหรือเส้น สังเขปของพระวิหารมีบริเวณแค่ไหนกันแน่ ความชัดเจนตัวนี้ผมคิดว่าถ้าเผื่อรัฐบาลทําให้ ชัดเจนก็จะเกิดประโยชน์ยิ่งนะครับ
ประการที่ ๒ ขอบเขตที่ว่านี้มันใกล้เคียงกับที่อเมริกาเขาเคยสํารวจไว้ แอล ๗๐๘ (L708) หรือที่กองทัพสหรัฐอเมริกาเขาสํารวจไว้ แล้วก็แผนที่ทหารไทยได้เคย สํารวจไว้ ท่านประธานครับ แผนที่ที่เขาไปใช้ตัดสินมันใกล้เคียงกันไหม ผลจากการตัดสิน มันใกล้เคียงกันไหม ถ้าใกล้เคียง รัฐบาลก็พยายามบอกใกล้เคียง ไม่เสียอะไรเลย ความชัดเจนตัวนี้ผมคิดว่าประชาชนอยากได้
ประการที่ ๓ พื้นที่ที่ศาลตัดสินครั้งนี้เกินกว่ามติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๐๕ หรือเปล่า ถ้าไม่เกินเราก็บอกไม่เกินครับ ความชัดเจนตัวนี้ก็จะเกิดขึ้น
กระผมมีข้อสังเกตอีกอันที่ ๒ ก็คือในเรื่องของข้อกฎหมายที่ศาล ได้ตัดสินครับ รัฐบาลต้องชี้แจงให้ประชาชนทราบว่าเส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชานั้น มีปัญหาอยู่ประมาณ ๑๐๐ กิโลเมตรครับ มีปัญหาปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ก็ยังมีปัญหาอยู่ ไม่ใช่เฉพาะเขาพระวิหาร เพราะฉะนั้นผลสําเร็จของการเจรจาครั้งนี้หรือการวางให้ทั้ง ๒ ประเทศเกิดการยอมรับ ประชาชนทั้ง ๒ ประเทศ ก็นําไปสู่การเจรจาเขตแดนที่มีปัญหาจุดอื่น ๆ จุดเหล่านี้เป็น การเชื่อมโยงกันมีตรงไหนบ้างที่เป็นปัญหาระหว่างชายแดนไทยกับประเทศกัมพูชา ถ้าเผื่อ รัฐบาลเองได้ประกาศผลประโยชน์จากการที่ศาลตัดสินครั้งนี้ให้ไทยและกัมพูชามาเจรจา จะเกิดผลกับจุดอื่นที่มีปัญหาระหว่างไทยกับกัมพูชา
ประการต่อไปที่กระผมคิดว่านอกจากการจัดการเรื่องเขตดินแดนแล้ว สิ่งที่รัฐบาลนี้หลังจากศาลตัดสินยังทําได้ไม่มากก็คือเรื่องของการชี้แจงจากผู้ใหญ่ไปพบ ประชาชน ความหวาดกลัว เพราะว่าขณะนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ ก็มีบางกลุ่มก็ยังพูดถึงปัญหาที่ ศาลตัดสินไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นคนที่อยู่ตามแนวชายแดนที่เกิดปัญหาระหว่าง ๒ ประเทศนี้ก็ยังหวาดกลัวอยู่ ความมั่นใจในความปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องเชิงรุกส่งคนไปชี้แจง ท่านปล่อยให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอําเภอทํา แต่ถ้าผู้ใหญ่ไปผมเข้าใจว่า โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีถ้ามีเวลาไปสักแห่ง ๒ แห่ง ก็นําไปสู่พี่ น้องประชาชนเกิดความมั่นใจ แล้วก็เอาผลการตัดสินที่ง่าย ใช้คําง่าย ๆ เรื่องง่าย ๆ ให้พี่น้อง ประชาชนทราบ พร้อมกันนั้นสร้างจิตวิญญาณที่จะอยู่ร่วมกัน โดยที่เราไม่ต้องเสียอะไร สิ่งเหล่านี้ให้ทุกคนทั้งไทยและกัมพูชาเกิดความรักเขาพระวิหารเป็นสมบัติของโลก ประเทศกัมพูชาเองท่านรัฐมนตรีไปเจอท่านรัฐมนตรีก็พยายามสร้างความรู้สึกประชาชนของ ประเทศกัมพูชาเพื่อต้องการให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในมรดกโลกอันนี้ กระผมมีข้อเสนอ ท่านรองนายกรัฐมนตรีอยู่ ๔ ข้อ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ รัฐบาลน่าจะเอาเป็นตัวอย่าง เวลาเกิดปัญหาความขัดแย้งในประเทศไทย ๓-๕ ปีนี้ อาจารย์มหาวิทยาลัยค่อนข้าง จะมีความเห็นต่างกัน ไม่ว่าแก้รัฐธรรมนูญอะไรก็ตาม แต่ครั้งนี้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยท่านอธิการบดี คณบดีคณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศของ คณะนิติศาสตร์ได้สร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศนี้ ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านให้สัมภาษณ์อย่างนี้นะครับ คําตัดสินของศาลโลกได้สร้างความสับสนพอสมควร ในการตีความ ทําให้คนเกิดข้อสงสัยว่าไทยเสียดินแดนหรือไม่ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ตั้งคณะทํางานขึ้นมาคณะหนึ่ง ท่านประธานครับ นี่คือความสวยงานของนักวิชาการ ซึ่งเราเห็นได้ ๕ ปีนี้เห็นได้ยากมากครับ การที่ท่านลุกขึ้นมาเพื่อต้องการหาความจริงให้กับ พี่น้องประชาชนเป็นทางออกหนึ่งของสังคมไทย อันนี้ผมคิดว่าเป็นตัวอย่าง กระผมมีข้อเสนอ กับท่านประธานผ่านไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรี ๔ ข้อ
ประการแรก กระผมคิดว่าการสรุปของกระทรวงการต่างประเทศต้องรีบทํา ขณะเดียวกันกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจ ความเห็นของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านต้องทดสอบกัน เพื่อให้เห็นพ้องตรงกัน ถ้าเผื่อว่าทางรัฐบาลแถลงไปแบบหนึ่ง ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงไปแบบหนึ่ง ความสับสนของประชาชนจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลอาจจะตั้ง คณะทํางานเชิญอาจารย์เหล่านี้มาร่วม เพื่อให้อะไรครับ ผลการตัดสินที่ทางอธิการบดีของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยบอกว่าคนยังสับสน ซึ่งเป็นเรื่องจริงนะครับ ขนาดสภาแห่งนี้ เราก็ยังสับสนในบางส่วน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จําเป็นถ้าเผื่อว่าทางกระทรวง การต่างประเทศขอความร่วมมือทางท่านอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาช่วย อย่างน้อยผมดูรายชื่อของอาจารย์คณะนิติศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายต่างประเทศของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่อนข้างจะมีความรู้มาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้รัฐบาลน่าจะทํา
ประการที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี เรื่องประเด็นการถอนทหารออกจากพื้นที่ตามคําสั่งศาลเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต้องรอบคอบ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามผมคิดว่าในกรอบการเจรจาหรือการพบกับผู้นําของกัมพูชา การถอนทหารนี้อย่าเพิ่งไปถอน เจรจากรอบอะไรไปเสร็จ เพราะถ้าท่านถอนมาเมื่อไร สังคมไทยก็จะไม่วางใจ เราจะสูญเสียดินแดนอีก เพราะฉะนั้นความรอบคอบตัวนี้ผมคิดว่า รัฐบาลต้องใช้ประกอบในการดําเนินการครับ
ประการที่ ๓ กระผมขอเสนอก็คือการชี้แจงประชาชนในพื้นที่ชายแดน เพื่อจะขจัดความกลัว เมื่อกี้กระผมก็ได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีแล้ว ขอให้ท่านทําเชิงรุก ท่านส่งผู้ใหญ่ไปนะครับ ผู้ใหญ่จากกระทรวง ใดก็ตามที่ทําให้ประชาชนเกิดความอบอุ่นใจ เมื่อท่านส่งไปแล้วการชี้แจงของท่านชี้แจง เพราะว่าเรื่องมันยากให้เขาเข้าใจง่าย แล้วนํามาสื่อสารให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศรู้ว่า ที่จังหวัดศรีสะเกษท่านไปพูดอย่างไร ที่จังหวัดสุรินทร์ท่านไปพูดอย่างไร ที่จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างไร การสื่อสารกับประชาชนผ่านสื่อมวลชนผมคิดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งทําให้ประชาชน สังคมไทยมั่นใจขึ้น
ประเด็นสุดท้ายที่กระผมจะเสนอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรี มาตรการและแผนคุ้มครองนักลงทุนที่เขาไปลงทุนทางประเทศ กัมพูชา เพราะว่าระหว่างเจรจานี่เกิดใครให้ข้อมูลหรือใครไปปลุกระดมให้ประชาชนสับสน ก็จะเกิดมีปัญหาเกิดทางประเทศกัมพูชาคลั่งชาติขึ้นมา นักลงทุนเราประมาทไม่ได้ ท่านบอก ขณะนี้มันน่าจะเจรจาได้ เราเคยมีบทเรียนเมื่อ ๓ ปี นักลงทุนของเราที่อยู่ที่นั้นถูกเผาบ้าง เสียหายไปเยอะ เราไปลงทุนตรงนั้น มูลค่ามหาศาล เพราะฉะนั้นรัฐบาลอย่าประมาทนะครับ การสร้างความมั่นใจตรงนั้นเป็นการปกป้องคนของเราที่ไปลงทุน อันนี้เป็นกรณีตัวอย่าง ก็ขออนุญาตท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีและได้ นําข้อสังเกตของกระผมบางข้อไปประกอบการดําเนินการ กราบขอบพระคุณมาก ท่านประธานครับ