สมบัติ ศรีสุรินทร์ ให้ความเห็นถึงการพิพากษาของศาลโลกในคดีเขาพระวิหาร และชี้ว่าศาลได้ตัดสินให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าเขาพระวิหารเป็นของประเทศกัมพูชา แต่ยังให้พื้นที่ที่อยู่ในแผนที่ตามมาตรา 1:200,000 อยู่ในแอนเน็กซ์ที่ 1 ของไทยด้วย
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภานะครับ ผมก็จะพยายามใช้เวลาให้กระชับ ไม่วกวนนะครับ เพราะเมื่อวันก่อนฟังคํา พิพากษาของศาลตั้งแต่ ๔ โมงถึง ๕ โมงก็วกวนไปมากว่าจะสรุปความได้ กว่าจะโล่งใจ ก็เป็นเวลา ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ วันนี้พวกเราก็คงจะใช้เวลากันพอสมควร ซึ่งผมเข้าใจว่าที่รัฐบาล ได้เรียกประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๙ ก็เพราะว่า อยากจะฟังความเห็นของพวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสมาชิก ต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชนอันเนื่องมาจากการพิพากษาของศาลเมื่อวันที่ ๑๑ ซึ่งก็ต้อง เรียนตรง ๆ ครับว่าพวกเราไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไป หลายวันมานี้พวกเรานอนไม่ค่อยจะหลับ เรากังวลกันมาก แล้วเรากังวลกันมาหลายปีแล้วเรื่องเกี่ยวกับการต่อสู้คดีในเรื่องศาลโลกเกี่ยวกับคดี เขาพระวิหารนี่นะครับ จนกระทั่งประมาณวันที่ ๘ วันที่ ๙ อย่างผมมาจากจังหวัดสุรินทร์ ในบริเวณจังหวัดสุรินทร์นั้นได้มีการเตรียมพร้อมที่จะอพยพผู้คนไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ส่วนทางประเทศกัมพูชานั้นก็มีการเตรียมพร้อมเหมือนกัน ส่วนทางฝ่ายทหารของเรา ก็เตรียมพร้อม ทางฝ่ายทหารของเขาก็เตรียมพร้อม ฉะนั้นก็อยู่ในความระทึกใจพอสมควร จนกระทั่งศาลได้อ่านคําพิพากษา เมื่อเวลา ๐๔.๐๐ นาฬิกาของเมื่อวันที่ ๑๑ ครับ อย่างผมเองก็นั่งฟังคําพิพากษาร่วมกับพี่น้องประชาชน การพิพากษาของศาลท่านก็อ้างอิง ในเรื่องต่าง ๆ วกไปวนมาพวกเราบางทีก็ดีใจ บางทีก็ตกใจ เพราะว่าอิงบางทีท่านก็อ้างเรื่อง นั้นก็เป็นประโยชน์กับเรา บางทีท่านอ้างเรื่องนี้ เราก็กลัวว่าเราจะเสียผลประโยชน์ แต่ในที่สุดครับเมื่อศาลอ่านคําพิพากษานั้น ผมก็ต้องเรียนต่อทางท่านประธานตรง ๆ ว่า เมื่อท่านอ่านคําพิพากษาเสร็จผมโล่งใจ แล้วคนไทยทั้งประเทศก็โล่งใจ โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนที่อยู่ตามชายแดนนั้นดีใจครับ ไม่ใช่โล่งใจอย่างเดียว ดีใจแล้วก็รู้สึกเสมือนกับว่าความสงบสุขก็จะกลับมาถึงแล้ว เพราะศาลได้ตัดสินชี้ขาด ยืนยันว่า เขาพระวิหารก็เป็นของประเทศกัมพูชา แต่ศาลได้ตัดสินให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปว่าพื้นที่เขา พระวิหารนั้นเป็นไปตามวิซินนิที ตามพรอมอนทอรี แล้วก็อธิบายอยู่ในวรรค ๙๘ ซึ่งถ้าพวก เราอ่านตามวรรค ๙๘ ชัดเจนแล้วเราก็รู้ว่ามันก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปตกลงทําความเข้าใจกัน ระหว่างทั้ง ๒ ประเทศอย่างมีความจริงใจต่อกัน ไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ มันจะต้องเป็นประโยชน์ระยะยาวต่อทั้ง ๒ ประเทศแน่นอนที่สุดครับ อันนี้ทําให้ พี่น้องประชาชนทั้ง ๒ ประเทศ ๒ ฝั่งชายแดนก็เกิดความโล่งใจครับว่ารัฐบาลไทยกับรัฐบาล กัมพูชา เราสามารถพูดคุยกันได้อย่างเต็มที่ด้วยความเป็นมิตรที่ดีต่อกัน แล้วก็วิซินนิที และ พรอมอนทอรีที่พวกเราพูดถึงกันมันก็เป็นพื้นที่ที่สามารถพิจารณาได้โดยหลักภูมิศาสตร์ โดยการตั้งคณะกรรมการเจซีหรือคณะผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูพื้นที่ตรงนั้นให้ชัดเจน แต่การจะดูหรือจะพูดอะไรกันต่อไปอย่างไรนั้นผมก็เชื่อว่าต่อแต่นี้ไปก็เป็นการพูดจากัน ฉันมิตร ฉันประเทศเพื่อนบ้านที่จะต้องอยู่คู่กันตลอดไปครับ ฉะนั้นวันนี้สิ่งที่พวกเราต้อง ยืนยันกันก่อนก็คือว่าความหนักใจที่พวกเรามีมาตั้งแต่ต้นเราไม่ได้หนักใจเรื่องว่าเราจะต้อง เสียเขาพระวิหาร เพราะเขาพระวิหารนั้นก็ไม่ใช่ของประเทศไทยมาตั้งแต่นานแล้ว เราไม่ได้ สร้างเขาพระวิหารครับ ถึงแม้ว่าเราจะครอบครองดินแดนนั้นมาเป็นเวลานานก็ตาม แต่ในที่สุดเมื่อประเทศกัมพูชาได้ฟ้องต่อศาลโลกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๕ นั้น แล้วศาลโลก พิพากษาว่าปราสาทพระวิหารซึ่งอยู่บนเขานั้นเป็นพื้นที่ของประเทศกัมพูชา พวกเราเสียใจ ครับ ทุกคนเสียใจหมด เพราะเราคิดว่าดินแดนที่เราครอบครองอยู่นั้นก็ต้องเป็นดินแดนของ ประเทศไทย แต่เมื่อเราแพ้คดีต่อศาลโลกเราก็ต้องเคารพ วันนั้นเราก็ได้ทําตามในสิ่งที่ เราคิดว่าดีที่สุดก็คือได้ล้อมรั้วเอาไว้แล้วก็บอกว่า พื้นที่ที่เป็นพื้นที่ของเขาพระวิหารนั้นก็อยู่ ตามเส้นแบ่งดินแดนตามมติ ครม. ที่ได้ล้อมรั้วเอาไว้ เหตุการณ์ก็อยู่กันมาเช่นนั้น อาจจะเป็น เพราะว่าประเทศกัมพูชายังตั้งหลักไม่ได้ ยังมีการต่อสู้แย่งชิงอํานาจ ยังมีความไม่สงบเกิดขึ้นอยู่ หลาย ๆ อย่างในประเทศเขาครับ แต่ว่าคําพิพากษาของศาลโลกนั้นก็เป็นที่ยุติตั้งแต่ต้นแล้วว่า ปราสาทพระวิหารนั้นอยู่ในเขตของประเทศกัมพูชา วันนี้ศาลได้พิพากษาอีกครั้งหนึ่ง เป็นการตีความอีกครั้งหนึ่งตามคําขอร้องของประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๔ เพื่อจะตีความให้ครอบคลุมไปถึงพื้นที่อันเนื่องมาจากพื้นที่ที่อยู่ในแผนที่ตามมาตรา ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ อยู่ในแอนเน็กซ์ที่ ๑ นะครับ ความวิตกกังวลของคนไทยทุกคนนะครับ มันไม่ได้อยู่ในความที่ว่าเราจะเอาเขาพระวิหารคืนกลับมาได้หรือไม่ แต่ความวิตกที่แท้จริง ของพวกเราก็คือว่าเขาจะผนวก ศาลจะยึดเอาว่าปราสาทพระวิหารนั้นอยู่ในเขตประเทศ กัมพูชา โดยยึดถือเอาแผนที่ตามมาตรา ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เพราะว่าถ้าทําเช่นนั้นจริง ๆ แล้ว มันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นที่อาณาเขตบริเวณชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศ กัมพูชาเป็นบริเวณกว้าง ไม่ใช่เฉพาะเจาะจงแต่ตรงบริเวณพื้นที่ ๔.๖ ตารางกิโลเมตรเท่านั้น มันจึงจะถึงบริเวณอื่น ๆ ไปอีกเป็นจํานวนมากนะครับ แล้วมันก็จะมีข้อพิพาทระหว่าง ประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาอีกต่อไปไม่รู้จักจบครับ วันนี้ผมก็ต้องเรียนว่าเมื่อฟัง คําพิพากษาแล้วพวกเราโล่งใจ เพราะเรามั่นใจว่าเรากับคนกัมพูชานั้นสามารถพูดคุยกันได้ อย่างสันติวิธีโดยตลอดครับ ท่านครับ ข้อที่สําคัญก็คือว่าศาลได้บอกว่าขอให้ประเทศไทย ถอนทหารออกไปจากบริเวณวิซินนิที หรือตรงที่เราเรียกว่าชะง่อนผานั้น ซึ่งเราก็แน่ใจครับ ว่าการถอนทหารออกไปนั้นมันก็จะต้องถอนออกไปตอนที่พวกเราพร้อม ก็คือฝ่ายกองกําลัง ของไทยและกองกําลังกัมพูชาก็จะต้องเจรจาร่วมกัน แล้วก็รอฟังเสียงจากรัฐบาลว่าจะเจรจา กันเมื่อไร อย่างไร แล้วเราคงจะถอนทหารออกไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะว่า โดยข้อเท็จจริงนั้นทหารไทยกับทหารกัมพูชานั้นมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันดี กลางคืนบางที ก็นอนอยู่ด้วยกันก็มีนะครับ นอนข้ามเต็นท์ไปข้ามเต็นท์มา แล้วก็มีการพบปะสังสรรค์กัน บ่อย ๆ ก่อนจะถึงวันที่ ๑๑ เพื่อความมั่นใจกองทัพภาค ๒ ไทยกับกองทัพภาค ๔ ของกัมพูชาก็ยังมาจับมือกันบอกว่า ถึงแม้ว่าศาลโลกจะว่าอย่างไร แต่ทหารเราเป็นพี่น้องกัน เราก็จะไม่รบกัน ฉะนั้นถึงแม้ว่า ศาลจะบอกว่าให้เราถอนทหารออก แต่ว่าเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องกันได้ว่าทหารไทย และทหารกัมพูชาคงจะถอนออกจากพื้นที่ที่เป็นบริเวณวิซินนิทีของปราสาทพระวิหาร ก็ต่อเมื่อรัฐบาลทั้ง ๒ ฝ่ายได้เริ่มพูดคุยกันแล้ว ได้เริ่มตกลงกันแล้ว ที่จะดําเนินการในสิ่งที่ เป็นประโยชน์ต่อทั้ง ๒ ประเทศต่อไปครับ ท่านประธานครับ ที่ผมพูดวันนี้ผมอยากจะได้ แสดงความรู้สึกอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนจังหวัดสุรินทร์และคนในประเทศไทยหลาย คนฝากผมมาครับ ขออนุญาตขอบพระคุณท่านหัวหน้าคณะต่อสู้คดี ท่านทูตวีรชัย พลาศรัย ตัวผมเองนั้นผมได้พบท่านเมื่อประมาณ ๒ ปีเศษ ๆ เมื่อตอนที่คณะกรรมาธิการ การต่างประเทศได้ไปเยี่ยมที่ทําเนียบของท่าน และท่านก็ได้กรุณาเลี้ยงอาหารกลางวัน พร้อมทั้งอธิบายสรุปว่าแนวทางการดําเนินงานที่ท่านได้เตรียมเอาไว้นั้นเป็นอย่างไร วันนั้นที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศไปพวกเราก็มีความรู้สึกและเราก็กระซิบกระซาบ กันอยู่พอสมควร บอกว่าท่านทูตท่านนี้มีความตั้งใจและเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าจะสามารถ ทําตัวให้เป็นประโยชน์กับประเทศได้ วันนั้นท่านกลัวอย่างเดียว กลัวว่าการเมืองระหว่าง ทั้ง ๒ พรรคที่เป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลและเป็นพรรคฝ่ายค้านจะไม่ให้โอกาสท่านทํางาน ท่านกลัวว่าการต่อสู้ทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็พรรคเพื่อไทยอาจจะทําให้ การต่อสู้ในเวทีโลกในเรื่องบริเวณพื้นที่เขาพระวิหารที่กําลังต่อสู้กันอยู่นั้นอาจจะสะดุด และอาจจะเสียประโยชน์ของประเทศชาติได้ สิ่งที่เกิดขึ้นมาก็คือว่ารัฐบาลนี้ โดยท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านสุรพงษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะว่าไม่ได้เสียหาย ท่านก็ไม่ได้ก้าวก่าย ท่านก็ปล่อยให้คณะทํางานของกระทรวง การต่างประเทศ รวมทั้งท่านทูต รวมทั้งคณะที่ปรึกษา ทนายความต่าง ๆ ได้ทํางาน อย่างเต็มที่ แล้วก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ จนผลที่ปรากฏขึ้นนี้ถือว่าเป็นชัยชนะ ของภูมิภาคนี้ เพราะนับตั้งแต่มีการพิพากษาเกิดขึ้นทางฝ่ายไทยก็โล่งใจ ดีใจ ทางฝ่ายประเทศกัมพูชา ผมก็ไม่ได้ยินเสียงข้างเขาบ่นอะไร เพราะต่างคนก็ต่างรู้ว่าตัวเองได้สมใจ กัมพูชาได้ ปราสาทพระวิหาร พร้อมทั้งพื้นที่บริเวณที่ตั้งเขาพระวิหารเป็นของเขาแน่ ๆ ส่วนของ ข้างไทยเราก็ดีใจว่าบริเวณพื้นที่ที่เขากําหนดนั้นไม่ได้ถูกจํากัดโดยคําพิพากษาของศาลว่า จะต้องยึดเอาพื้นที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ เป็นพื้นที่บริเวณชายแดนต่อไป นับแต่ต่อนี้ไปก็เป็นการ ที่จะต้องเจรจากันฉันมิตรของ ๒ ประเทศต่อไป ชาวสุจังหวัดรินทร์และคนในประเทศไทย ขอชื่นชมต่อความทุ่มเทของคณะทํางานของกระทรวงการต่างประเทศ โดยหัวหน้าทีม ท่านเอกอัครราชทูต ท่านวีรชัย พลาศรัย พวกเราชาวสุรินทร์ขอขอบคุณท่านมาถึงตรงนี้ด้วย นะครับ แต่ที่สําคัญยิ่งกว่านั้นอีกนะครับ ผมก็ได้ชมการถ่ายทอดโทรทัศน์ หลังจากที่ได้มี การตัดสินกันไปแล้วก็มีการถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาต่างประเทศบ้าง และแปล เป็นภาษาไทยบ้าง มีการพูดคุยกันในหมู่คณะทนายของไทย แล้วที่ผมปลื้มใจอยู่พอสมควร ก็รู้สึกว่าคณะทนายที่เป็นชาวต่างชาตินั้นเขาชื่นชมในรัฐบาลไทยว่ารัฐบาลไทย ให้ความร่วมมือช่วยเขาอย่างดีจนกระทั่งทีมนี้ประสบความสําเร็จ วันนั้นก็เหมือนกับทีมกีฬา ทีมหนึ่งซึ่งชื่นชมอยู่ในชัยชนะระหว่างหลังจากที่การแข่งขันเสร็จเรียบร้อย หัวหน้าทีม ก็ขอบคุณลูกน้อง ลูกน้องก็ขอบคุณหัวหน้า ถ้าคุณไม่ได้ยิงประตูนี้พวกเราก็คงไม่ได้ชนะ หัวหน้าก็บอกว่าถ้าคุณไม่ได้ส่งลูกให้ผม ผมก็ไม่ได้ยิงประตู มันเป็นความรู้สึกที่ดีครับ แล้ววันนี้จริง ๆ แล้วความรู้สึกที่ดีนี้มันจะว่าเชียร์ก็ได้นะครับ แต่ว่ามันเกิดขึ้นไม่ได้หรอก ถ้ารัฐบาลนี้