รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ประธานรัฐสภา หารือเรื่องการต่อสู้ของทนายความไทยในคดีพระวิหาร โดยร้องขอให้รัฐบาลอธิบายมุมมองเกี่ยวกับปัญหานี้ และเสนอข้อเสนอต่อรัฐบาลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําพิพากษาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ โดยชี้แจงว่าการลงประชามติเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๕ (๑) และเป็นประโยชน์ต่รัฐบาลเองที่มีการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นตัวช่วย

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมร่ายมานี้ผมต้องการบอกเล่าอะไร การต่อสู้ ของคณะทนายความไทยอันยอดเยี่ยมนั้นทําให้ศาลไม่ไปไกลถึงขนาดว่าจะไปรับรองแผนที่ ๑

๒๐๐,๐๐๐ ให้เป็นเส้นเขตแดน ทําให้ศาลไม่ไปไกลถึงขนาดว่าจะพิพากษาให้เส้นเขตแดน ไปตามนี้ ซึ่งก็มีปัจจัยอื่นอีกนะครับว่าศาลอาจจะพิพากษาเกินกรอบของการตีความ แต่ผมเชื่อว่า ด้วยการพิสูจน์อันหนักแน่นของคณะผู้แทนไทยทําให้ศาลไปตรงนั้นไม่ได้ แต่ถึงแม้ว่า ศาลจะไปตรงนั้นไม่ได้นะครับ เจ้าแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ก็ยังตามมาหลอกหลอนคนไทย อยู่ในเส้นอาณาบริเวณพระวิหารทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีกครับ ก็คือในข้อ ๙๘ ผมใช้ฉบับแปลของกระทรวงการต่างประเทศอย่างไม่เป็นทางการก็แล้วกันนะครับ ย่อหน้าที่ ๒ ของวรรคเก้าสิบแปด ทางด้านทิศเหนือ ขอบเขตของยอดเขาคือเส้นแผนที่ ภาคผนวก ๑ จากจุดหนึ่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาท ซึ่งเส้นนั้นบรรจบกับหน้าผา จนถึงจุดหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งแผ่นดินเริ่มยกตัวขึ้นจากหุบเขาที่เชิงเขาพนมตรับ หรือภูมะเขือ ท่านประธานครับ พิสูจน์เกือบตาย เส้นตามแอนเน็กซ์วันยังตามมาอีก ที่จะเป็นเส้นจุดตัดจุดปาดของรวงผึ้งทางด้านเหนือและด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ท่านประธานครับ ถ้าไม่พิสูจน์ถึงขนาดนี้ ถ้าไม่ต่อสู้ถึงขนาดที่คณะทนายความไทยทํามา ผมเกรงว่าเราจะมีข่าวร้ายมากกว่านี้ แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน มันก็ทําให้คิดครับว่าความบังเอิญอย่างร้ายกาจมันอาจจะไม่ใช่ความบังเอิญอย่างร้ายกาจ เท่านั้น เข้าใจตรงกันนะครับ ถือว่าทุกท่านมีแผนที่อยู่ในสมอง แผนที่อยู่ในหัวใจ ผมไม่กล้า เอามาแสดง ด้านทิศเหนือกับทิศตะวันออกเฉียงเหนือถือตามเส้นแผนที่แอนเน็กซ์วัน ภาคผนวก ๑ นะครับ ทางด้านตะวันตกก็ชัดเจนนะครับมันเป็น ๒ ภู หรือเขา ๒ ลูก ที่ประชิดกัน ก็คือเขาพระวิหารกับภูมะเขือที่คนไทยเรียก หรือพนมตรับที่ประเทศกัมพูชา เรียก ระหว่าง ๒ ภูที่มันประชิดกันนี่มันก็ต้องมี ขอประทานโทษ ตีนภูใช่ไหมครับ และระหว่างตีนภูมันก็ต้องมีที่ราบตรงตีนภูใช่ไหมครับ ที่จริงมันก็เหมือนกับร่องน้ํา กลางแม่น้ําโขงนั่นละ ว่าเวลาจะแบ่งเขตแดนควรจะแบ่งตรงกลางร่องน้ําหรือว่าร่องน้ํา ไปอยู่ในอาณาเขตของฝ่ายใดของหนึ่ง ครั้งนี้ก็เช่นกันครับ ก็แทนที่จะตัดรวงผึ้ง หรือตัดยอดเขาพระวิหารให้อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศกัมพูชาไป โดยนับจากตีนเขา พระวิหาร ตีนพรอมอนทอรีพระวิหารขึ้นมานี่นะครับ ท่านกรุณาไปนับจากตีนของพนมตรับ หรือตีนของภูมะเขือครับ ก็แปลว่าถ้าบริเวณระหว่าง ๒ ภูชนกันมันมีพื้นที่ว่างอยู่ ก็คือศาล ก็เอาไปจนสุดเลยตีนของเขาพระวิหารไปจดตีนภูมะเขือ ตีนพนมตรับครับ ขอประทานโทษ ที่เน้นคํานี้นะครับ แต่เป็นคําสุภาพ ดังประโยคในข้อ ๙๘ ตามคําแปลของกระทรวงการต่างประเทศนี่นะครับว่า ศาลเห็นว่า ยอดเขาพระวิหารสิ้นสุดที่เชิงเขาพนมตรับ ท่านประธานครับ อันนี้ละครับมันทําให้ อดคิดไม่ได้ว่าศาลท่านคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ท่ามกลางการทํางานหนักของเรา อย่างน้อยเราก็ตัดประเด็นที่ว่าเส้นเขตแดนจะเป็นไปตามแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ แต่ก็ยัง ตัดไม่หมดนะครับท่านประธาน แม้กระทั่งเราจะออกมาส่งสัญญาณในเชิงบวกกับ พี่น้องประชาชน บอกว่าเราไม่เสีย ๔.๖ ตารางกิโลเมตร เราไม่เสียภูมะเขือ แต่จริง ๆ อ่านใน คําพิพากษานะครับ ศาลก็อุตส่าห์ อุตส่าห์นะครับ ศาลท่านอุตส่าห์บอกว่าแต่ภูมะเขือก็ไม่ใช่ ของไทยนะ ก็คือว่าปัญหาเขตแดนอันอื่นที่มันยังมีปัญหาอยู่ก็ไปเจรจากันต่อไปตาม กระบวนการที่ ๒ ประเทศมีอยู่ เพราะคดีนี้ไม่ว่าปี ๒๕๐๕ หรือปี ๒๕๕๖ เขาจะพิจารณา เฉพาะแต่พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเท่านั้น ที่มีปัญหาก็มีปัญหาต่อไป ก็เจรจากันต่อไป แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วยว่า เฉพาะการที่ศาลหยิบเอาเส้น ตามภาคผนวก ๑ เข้ามานี้แม้เพียงเพื่อบอกประมาณความเป็นพื้นที่ของยอดเขาพระวิหาร หรือพรอมอนทอรีของพระวิหารทางด้านเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือนี้กําลังจะเป็นปัญหา ต่อไปในอนาคตในการเจรจาเส้นเขตแดนต่อไป ปัญหาที่เคยมีอยู่ก็จะไม่จบครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ทางกัมพูชาก็ฟังจากข่าวที่ถ่ายทอดมานะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผม ไม่อ้างอิงก็แล้วกัน เขาก็พูดชัดเจนเลยว่าเขาก็พูดความจริงเช่นเดียวเหมือนกัน บอกกับ ประชาชนเขาว่า ศาลบอกว่าเส้นเป็นไปแผนที่ภาคผนวก ๑ เขาก็พูดความจริงครับ ก็คือ ศาลก็บอกว่าทางด้านทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของยอดเขาพระวิหารให้เป็นไปตาม เส้นแผนที่ แต่เขาบอกไม่ได้ว่าส่วนอื่นศาลไม่ได้บอก อันนี้ละครับมันก็จะทําให้ปัญหาที่ยังคง มีอยู่ก็จะมีอยู่ต่อไป เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า อันที่จริงผมอยากฟัง นะครับ อยากฟังจากรัฐบาล อยากฟังจากกระทรวงการต่างประเทศ ท่านบอกกับพวกผม รัฐสภาแห่งนี้ ในฐานะที่เป็นผู้แทนประชาชนด้วยว่าท่านมีมุมมองอย่างไร ปัญหานี้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมานั่งฟังอยู่ด้วย ยอดเยี่ยมมากเลยครับ เพราะอะไรครับ มันจะมีปัญหาในการจัดวางกําลังในพื้นที่และการถอนกําลังในพื้นที่มาก ทีเดียวครับ ท่านรู้ดีกว่าผมครับว่าภูมะเขือคืออะไร เขาพระวิหาร ยอดเขาพระวิหารคืออะไร ในอดีตเป็นที่ตั้งของอะไร ณ นาทีนี้ศาลบอกว่า หรือเราบอกว่าภูมะเขือไม่ได้เป็นของประเทศ กัมพูชา แต่ศาลก็บอกว่าภูมะเขือก็ไม่ได้เป็นของประเทศไทย แล้วยังมีกําลังของใครตั้งอยู่บน ภูมะเขือหรือไม่ ผมจะไม่พูดมากไปกว่านี้ แต่ถ้าเผื่อว่ายอดเขาพระวิหารทั้งหมด เราต้องถอนกําลังออกมานี่นะครับ เราจะลงมาอยู่บนที่ราบ ความได้เปรียบเสียเปรียบ เราต้องรักกันนี้นะครับ แต่ว่าการรักกันมันก็จําเป็นจะต้องมีอะไรบางอย่างที่ทัดเทียมกัน ประเด็นนี้ผมขออนุญาตไม่พูด แต่ว่าถ้าท่านจะพูดและท่านจะขอเป็นการประชุมลับ กระผม ก็ยินดีในโอกาสในค่ําคืนนี้ ท่านประธานครับ จวนจบแล้วครับ จริง ๆ แล้วผมไม่ใช่ นักกฎหมายอาชีพนะครับ แต่ว่าได้คุยกับท่านทูตมาพอสมควร คือศาลท่านก็อุตส่าห์ไปหยิบ เอาเรื่องที่ ประเทศกัมพูชาก็คาดไม่ถึงนะครับ ผมเองก็คาดไม่ถึงที่จะไปบอกเอาเหตุผลว่า ทําไมอาณาบริเวณของเขาพระวิหารจะต้องรวมถึงยอดปราสาทพระวิหารทั้งหมดนี่นะครับ ท่านก็อุตส่าห์ไปเอารายงานของคุณปู่เฟรดเดอริก แอกเคอร์มาน ที่เดินสํารวจเมื่อปี ๒๕๐๔ แล้วก็เขียนไว้ในรายงานที่ไม่ได้อยู่ในเนื้อหาของคําพิพากษาหลักเมื่อปี ๒๕๐๕ แต่ไปอยู่ใน สิ่งที่เรียกว่า พรีดิงส์ ออรัล อะกรีเมนท์ ดอกคิวเมน (Pledings Oral Agreement Document) ซึ่งมีอยู่ ๒ เล่มโต ๆ นะครับ เพื่อไปบอกว่าตรงไหนที่มีจุดของตํารวจไทยอยู่ ทหารไทยอยู่ ยามไทยอยู่ มันก็คืออยู่ในความหมายของการว่าจะต้องถอนออกมาทั้งหมดตามข้อปฏิบัติการ ข้อ ๒ ของคําพิพากษา ปี ๒๕๐๕ ผมถึงได้ขอเอกสารมาเพื่อศึกษาเป็นความรู้นะครับ ก็แสดงว่าศาลท่านมีความพยายามสูงมากในการที่จะทําให้ยอดเขาพระวิหารนั้นอยู่ภายใต้ อธิปไตยของประเทศกัมพูชา แต่อย่างไรก็ตาม การที่มีข้อ ๙๙ ที่บอกว่าการแปลความเส้น ของแผนที่ที่จะต้องทาบลงไปบนพื้นที่จริง ซึ่งก็มาจากสิ่งที่คณะทนายความฝ่ายไทยทําลาย ความน่าเชื่อถือของแผนที่ ๑ : ๒๐๐,๐๐๐ ไว้อย่างหนักหนาสาหัส โดยคุณอารีน่า มิยอง จําได้ไหมครับ เป็นขวัญใจของคนไทยทั้งประเทศ มันก็ทําให้ศาลไปลําบาก ศาลก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นแม้ว่ามันจะถ่ายทอดลงในพื้นที่จริงยาก ๒ ประเทศก็ต้องไปคุยกันและต้อง ตกลงร่วมกัน ถ้าจะว่ามันเป็นข้อดีก็เป็นข้อดีครับ เพราะว่าที่ผ่านมาเจ้า ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ประเทศกัมพูชาท่านกรุณายกเมฆนั่งเทียนกําหนดเองฝ่ายเดียว แล้วใช้แผนที่ปลอมด้วย อันนี้มันก็เป็นข้อดี เพราะฉะนั้นถ้าเราสื่อสารกับประชาชนถึงข้อดีข้อเสียนะครับ หรือก่อนอื่นท่านสื่อสารกับพวกเราก่อนครับ จะประชุมลับผมก็ไม่ว่า แต่อยากรู้ว่าจะเอา อย่างไร เพราะว่าอันที่จริงคําพิพากษาที่ไม่มีแผนที่แนบจะบอกให้เราเสียอะไร เท่าไรนี้ ไม่มี ความหมายหรอก ท่านศาสตราจารย์สมปอง สุจริตกุล ก็กรุณาฝากมาให้ช่วยบอกว่า ศาลจะ บอกให้เราเสียเท่าไรไม่สําคัญเท่ากับว่าเราจะยอมเสียมันหรือไม่ ท่านประธานครับ เพราะว่า คําพิพากษาก็ต้องกําหนดให้ ๒ ประเทศไปเจรจากัน และการเจรจาที่ศาลท่านกรุณาเอาแผน ที่ที่มันลําบากยากเข็ญในการที่จะถ่ายทอดลงบนพื้นที่จริง แล้วก็ไม่รู้ว่าอันไหนปลอม อันไหนจริง จะใช้เวอร์ชัน ไหนทาบกับอันไหนนี้นะครับ ผมว่าเราก็เจรจาไปอีกสัก ๑๐๐ ปี ก็พอได้ครับ แต่ว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นในขณะนี้ผมขออนุญาตจับเข่าพูดคุยผ่านท่านประธาน ไปยังรัฐบาลนะครับ ว่าอย่ามองว่าผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับรัฐบาลนะครับ แต่ความเป็นจริง ที่ต้องยอมรับกันก็คือว่าขณะนี้มันเกิดวิกฤติของความไม่ไว้วางใจรัฐบาล คําพิพากษาอันนี้ ในส่วนข้อเสียก็มีมากทีเดียว แต่กว่าข้อเสียมันจะบรรลุผล ข้อดีของมันก็คือมันต้องไปเจรจากัน ถ้าได้รัฐบาลที่ประชาชนไว้วางใจกันทุกกลุ่ม ไม่ใช่รัฐบาลที่ประชาชนครึ่งหนึ่งไว้วางใจ ประชาชนอีกครึ่งหนึ่งไม่ไว้วางใจ ผมวัดคร่าว ๆ อย่างนั้นนะครับ วิกฤติที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ ก็คือความไม่ไว้วางใจรัฐบาล และสิ่งที่เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทําให้เกิดความไม่ไว้วางใจก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมขออนุญาตเท้าความประเด็นนี้สักเล็กน้อยครับ ท่านประธาน เพราะว่าถ้ารัฐบาลจะกรุณาตอบให้มีความชัดเจนเราจะได้จบประเด็นนี้ไป ท่านประธานครับ กระแสในโลกโซเชียล มีเดีย (Social Media) ข้างนอกในปัจจุบันนี้ผมไม่รู้ เกิดอะไรขึ้น หลังจากเขาผ่านเรื่องพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ไปแล้ว เขาก็เกิดฮือกันขึ้นมาเรื่องมาตรา ๑๙๐ อีก ทั้ง ๆ ที่พวกกระผมก็ค้านกันมา ๔ เดือนแล้ว อภิปรายกันทั้งเขียนอะไรก็ยังไม่เกิดกระแส แต่พอมันมีคดีปราสาทพระวิหารขึ้นมา กระแส เรื่องคัดค้านมาตรา ๑๙๐ การแก้ไขมันสูงขึ้นมาทันที ซึ่งก็ชอบด้วยเหตุผลอยู่ครับ เพราะว่า ถ้าเป็นมาตรา ๑๙๐ เดิมที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนี้นะครับ ท่านจะไปเจรจากับประเทศกัมพูชา อย่างไร ๑. จะต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่ออนุมัติก่อน ๒. จะต้องมีการรับฟัง การแสดงความคิดเห็นของประชาชนก่อน แต่เมื่อมีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ โดยเฉพาะที่มี การหักดิบ หักเหลี่ยมกันในชั้นกรรมาธิการแล้วนะครับ ตอนดึกพอสมควรเหมือนกัน แต่ไม่ถึงตีสี่ก็ยังดีนะครับ มันมีผลทําให้หนังสือสัญญาประเภทที่ มีบทเปลี่ยนอาณาเขตกับเปลี่ยนอธิปไตยนอกอาณาเขต ท่านเติมคําว่า โดยชัดแจ้ง เข้าไป มันก็อาจเป็นไปได้ครับว่าในกรณีนี้ท่านไปเจรจากับประเทศกัมพูชานี่มันไม่มีบทเปลี่ยนอาณา เขตนะ ไม่มีบทเปลี่ยนอธิปไตยนอกอาณาเข เพราะไม่ได้เจรจาเรื่องอาณาเขต สอดรับกับการ ใช้เจซี (JC) แทนเจบีซี (JBC) ด้วยกระมัง เพราะไปเจรจาเรื่องอาณาบริเวณประสาทพระ วิหาร ไม่ใช่เจรจาเรื่องเขตแดน ก็ไม่ต้องเอาเข้าสภาก็ได้ ไม่ต้องเอาเข้าเลย นะครับ หรืออีกประเด็นหนึ่งที่ต้องทําความเข้าใจให้เป็นที่กระจ่างก็คือว่าการแก้ไข มาตรา ๑๙๐ ในครั้งนี้ท่านตัดการเสนอกรอบออกไปหมดเลยนะครับ ไม่มีการเสนอกรอบ และท่านตัดการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนออกไปทั้งหมดเลยนะครับ ไม่มี ผมถึง ได้บอกว่าท่านอํามหิตมาก เอาละครับ ผ่านแล้วผ่านไป ที่รัฐบาลลุกขึ้นมาตอบว่าก็จะเสนอ กรอบต่อสภา ก็จะรับฟังความคิดเห็น มันยังกํากวมครับ ท่านรับปากอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ในกรณีการไปเจรจากับประเทศกัมพูชา ไม่ว่าทางบก ไม่ว่าทางทะเล ท่านจะต้องปฏิบัติตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เดิมที่ยังไม่ได้แก้ไข ไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ จะสําเร็จหรือไม่สําเร็จ ศาลรัฐธรรมนูญท่านจะว่าอย่างไร หรือท่านจะทําวิธีการใดก็ได้ ที่จะทําให้การเจรจาระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาไม่ว่าทางบกหรือทางทะเลนั้น จะต้องยืนทุกขั้นตอนตามมาตรา ๑๙๐ เดิม ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณา เสนอทางออกไปทางหนึ่ง ผมไม่จําเป็นต้องพูดซ้ํา นี่เป็นหนึ่งในข้อเสนอที่กระผมจะเสนอ

สุดท้ายนี้ก็ขอเสนอข้อเสนอรวมทั้งสิ้น ๔ ประการนะครับ ความจริงเสนอ ผ่านสื่อมาหลายวันแล้ว แต่วันนี้ก็ขออย่างเป็นทางการนะครับ ไม่ยากครับ ง่าย

ประการที่ ๑ รัฐบาลอย่าได้พูดว่าจะต้องปฏิบัติตามคําพิพากษาของ ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในครั้งนี้ แล้วก็ไม่ต้องพูดว่าจะไม่ปฏิบัติตาม ไม่ต้องพูดใด ๆ ทั้งสิ้นว่าจะปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตาม

ประการที่ ๒ ท่านต้องศึกษาคําพิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในคดีนี้ อย่างละเอียด ทั้งในแง่มาตรฐานของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศเมื่อเปรียบเทียบกับคดีอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคดีตีความ ๔ คดี และข้อดี ข้อเสียของการปฏิบัติตามคําพิพากษา ข้อดี ข้อเสียของการไม่ปฏิบัติตามคําพิพากษา และอย่ากรุณาศึกษาฝ่ายเดียว หรือกระทรวง การต่างประเทศฝ่ายเดียว กรุณาให้มีตัวแทนจากภาควิชาการและหรือภาคประชาชนเข้าไป มีส่วนร่วมด้วยตามสมควร นี่คือประการที่ ๒

ประการที่ ๓ ก็คืออย่างที่ผมเสนอไว้เมื่อสักครู่ก็คือท่านจะทําอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ท่านจะต้องปฏิบัติเสมือนหนึ่งว่ามาตรา ๑๙๐ เดิมของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ยังคงอยู่ ไม่ว่าในทางปฏิบัติจะแก้ไขแล้วหรือไม่ แก้ไขสําเร็จหรือไม่ แต่ท่านจะต้องปฏิบัติตาม มาตรา ๑๙๐ เดิม ก็คือเสนอกรอบการเจรจาให้สภาอนุมัติก่อน รับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนนะครับ

และสุดท้ายถ้ากรณีมันยังคงมีปัญหาว่าจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตาม คําพิพากษา ท่านจัดให้มีการประชามติเลยครับตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๕ (๑) ทั้งนี้ทั้งสิ้น ทั้งปวงนี้ที่กระผมเสนอมาไม่ได้เป็นผลดีต่อกระผมเลย ไม่ได้เป็นผลดีต่อคนกลุ่มใด คนหนึ่งที่เขาไม่ชอบรัฐบาลเลย แต่เป็นผลดีต่อรัฐบาลเองครับ อย่างที่กระผมบอกครับว่า ในสถานการณ์ที่มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากรัฐบาลมีรัฐสภาเป็นตัวช่วย มีการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นตัวช่วย และหรือมีการลงประชามติของประชาชนเป็นตัวช่วย รัฐบาลก็เหมือนมีเกราะคุ้มกัน ๒ ชั้น หรือ ๓ ชั้น อันนี้ก็เป็นทั้งหมดที่กระผมใคร่ขอเสนอในการประชุมเปิดเผย แต่จริง ๆ กระผมอยากมีข้อซักถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม แต่กระผมขออนุญาตไม่ถามในที่เปิดเผยก็แล้วกัน ผมทราบดีว่าท่านคงคาดเดาได้ว่าผมจะถามว่าอย่างไร ประเด็นภูมะเขือ ประเด็นเขาพระวิหาร ก็มีพี่น้องประชาชนที่เขาส่งภาพเข้ามา แล้วเขาต้องการให้ถามให้ชัดเจน แต่กระผมก็มีความ เป็นผู้ใหญ่พอที่จะไม่หยิบยกประเด็นเหล่านั้นมาพูดในที่เปิดเผย ถ้าท่านกรุณาจะชี้แจงให้เกิด ความมั่นใจแก่ผู้แทนปวงชนชาวไทย ทั้ง ส.ส. ทั้ง ส.ว. ทั้ง ส.ว. เลือกตั้ง ทั้ง ส.ว. สรรหา ได้ประการใด แต่ท่านเห็นว่ามันจะเป็นปัญหาหากเปิดเผยนี่ ท่านก็ให้คณะรัฐมนตรีขอใช้สิทธิ ในการประชุมลับเพื่อตอบปัญหาบางประการ ซึ่งอาจจะรวมถึงปัญหาบางประการที่รัฐบาล หรือกระทรวงการต่างประเทศอาจจะไม่สบายที่จะตอบโดยเปิดเผย กระผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ