รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๗ · ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ หารือเรื่องการตัดสินของศาลโลกในเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการเจรจาเพื่อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันต้องขอขอบคุณทางท่านประธาน ที่ได้นําวาระที่จะต้องอภิปรายในเรื่องของการตัดสินของศาลโลกในเรื่องของปราสาท เขาพระวิหารมาอภิปรายกันในสภาในวันนี้ โดยที่ไม่ได้ขอมติ ดิฉันเองในฐานะที่เป็น ส.ส. ในพื้นที่อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยที่ว่าดิฉันเองก็เกิดในอําเภอกันทรลักษ์ แล้วก็ ได้เห็นพัฒนาการ วิวัฒนาการต่าง ๆ ของทั้ง ๒ ประเทศในการที่เกี่ยวกับเขตแดน เกี่ยวกับ ปราสาทเขาพระวิหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องทั้ง ๒ ประเทศ ที่ดิฉันอยู่ในพื้นที่มีความคิด ว่าพื้นที่ทั้ง ๒ ประเทศของเราไม่สามารถที่จะยกแผ่นดินต่อเนื่องที่ติดกันไปอยู่ที่อื่นได้ เราทั้ง ๒ ประเทศมีความประสงค์ที่จะอยู่อย่างสงบสุข โดยเฉพาะพี่น้องในเขตพื้นที่ อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษมีพื้นที่ที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งหมด ๑๗๒ กิโลเมตร มีอําเภอกันทรลักษ์ มีอําเภอขุนหาญ มีอําเภอภูสิงห์ แล้วก็มีช่องที่ จะผ่านกันไปมาทั้ง ๒ ประเทศนี่มีอยู่ ๑๖ ช่องทาง แต่ว่ามีจุดผ่อนปรนอยู่ที่เขาพระวิหาร แห่งหนึ่ง แล้วก็มีจุดผ่านพรมแดนที่เป็นจุดผ่านถาวรก็คือตรงช่องสะงํา อันนี้ดิฉันก็อยากจะ ฝากว่าพี่น้องทั้ง ๒ ประเทศนี้ก็คือพี่น้องที่เป็นญาติพี่น้องกัน บางส่วนก็ได้ไปมาหาสู่กันเป็น ญาติพี่น้องกันนะคะ ข้ามไปแต่งงานหรือว่ามาเป็นเครือญาติกัน ตั้งแต่สมัยก่อนที่ยังไม่ได้ ขีดพรมแดนประเทศ ดิฉันเชื่อว่าทั้ง ๒ ฝั่งก็คือญาติพี่น้องกัน ส่วนกรณีที่มีข้อพิพาท เป็นระยะ ๆ แล้วก็มีการปิดพรมแดนในช่วงที่ผ่านมา ทําให้ทั้ง ๒ ประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฝั่งไทย แล้วก็ฝั่งกัมพูชาในเขตบริเวณเขาพระวิหารก็ทําให้พี่น้องไม่สามารถที่จะติดต่อไปมา หาสู่กันได้ ทําให้เกิดความไม่สงบ มีการกระทบกระทั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี ๒๕๕๔ ต้นปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาก็เกิดการกระทบกระทั่งกันอย่างรุนแรง แล้วก็มีการปะทะกันในเขตนั้น พี่น้องชาวอําเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษหลาย ๆ ตําบล หลาย ๆ หมู่บ้านต้องอพยพ แล้วก็มีความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน ดิฉันเองกับพี่น้องในพื้นที่ไม่อยากจะให้เกิด เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอีก เมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายนที่ผ่านมา เป็นวันที่พวกเราตั้งตารอคอยว่า การตัดสินของศาลโลกจะออกมาเป็นเช่นไร แล้วเราจะมีการยอมรับกันได้แค่ไหน ไม่ว่า จะเป็นทางฝ่ายกัมพูชาเองหรือทางฝ่ายไทย มีความหวาดกลัว มีความหวาดระแวงว่าจะเกิด เหตุการณ์เช่นเดิมอีกหรือเปล่า พี่น้องบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่บางส่วนก็มีการอพยพเพื่อที่จะ ทําให้เกิดความสบายใจเกิดขึ้น เพราะกลัวว่าจะมีเหตุการณ์ที่ร้ายแรงเกิดขึ้น ดิฉันเอง อยากจะพูดให้ทางรัฐบาลแล้วก็พี่น้องประชาชนได้ฟังถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่ เขาบอกว่าการที่เรามีพรมแดนอยู่ติดกันที่ไม่อยากจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ไม่อยากให้เกิดขึ้นเช่นนั้น อยากจะให้เกิดความสงบสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลโลก ตัดสินแล้วไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นก็เป็นที่พอใจในระดับหนึ่งของพี่น้องที่อยู่ตาม แนวชายแดน ดิฉันมองว่าการที่เรามีพรมแดนติดกัน และเมื่อศาลโลกได้ตัดสินให้เราทั้ง ๒ ประเทศมาเจรจาในระดับหนึ่งที่จะสามารถตกลงกันได้ ดิฉันเชื่อว่าในจุดนี้เราควรที่จะเอาความสําคัญในจุดนี้มาเจรจาเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ ทั้ง ๒ ประเทศให้เกิดขึ้นให้จงได้ ดิฉันเชื่อว่ารัฐบาลแล้วก็คณะทํางานที่ทํางานอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะให้เกิดความสงบสุขกลับคืนสู่ประเทศไทยแล้วก็ได้เกิดประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย ดิฉัน เชื่อว่าการที่ทางศาลโลกได้ตัดสินเพื่อที่จะให้เราได้มาเจรจากันเพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ่ายนี้เกิดขึ้น เราเองทางอําเภอกันทรลักษ์ที่มีส่วนติดชายแดนบริเวณเขาพระวิหาร เราก็มีองค์ประกอบของมรดกโลกเช่นกัน ซึ่งมีองค์ประกอบที่ทําให้ปราสาทเขาพระวิหารนี้ ครบสมบูรณ์ นั่นก็คือ ๔ องค์ประกอบใหญ่ ๆ ก็คือมีสระตราว สถูปคู่ มีแหล่งหินตัด แล้วก็ มีภาพแกะสลักนูนต่ําที่แกะสลักมาเป็นเวลานับพันปีแล้ว ดิฉันเชื่อว่าจุดนี้จะเป็นจุดที่ ทางรัฐบาลจะได้เห็นความสําคัญแล้วก็ดึงจุดนี้มาเป็นจุดที่เราจะไปเจรจา เพื่อที่จะได้ ให้องค์ประกอบต่าง ๆ ของปราสาทเขาพระวิหารนั้นได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้ง ๒ ประเทศ แล้วก็ให้เกิดประโยชน์สูงสุดให้ทั้ง ๒ ประเทศนี้ได้ร่วมกันเจรจา อันนี้ดิฉันก็ยังอยากจะฝาก ทางรัฐบาลนะคะ แล้วก็มีอีกอย่างที่ทางพื้นที่เขาได้ฝากมา ก็คือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่จะทําให้เกิด ประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย และสิ่งที่สําคัญก็คืออยากให้เกิดความสงบสุข ให้ทั้ง ๒ ประเทศอยู่กัน อย่างสงบสุข ดิฉันต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล ทางคณะทํางานที่ได้ไปดําเนินการเจรจาให้กับ ประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้ง ๒ ประเทศ แล้วก็ให้ความสงบกลับมายังประเทศไทย ก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่อําเภอกันทรลักษ์ จังหวัด ศรีสะเกษ ได้อภิปรายแล้วก็แสดงความคิดเห็นให้กับทางรัฐบาลเพื่อที่จะได้นําสิ่งต่าง ๆ นี้ ไปเจรจาในการต่อไป ขอบคุณค่ะ