กิตติรัตน์ ณ ระนอง ขอเรียนเพิ่มเติมในชั้นหนึ่งก่อน เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาได้หยิบยกประเด็นที่ควรได้รับการพิจารณา จึงเสนอกรอบการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐอเมริกาเพื่อแก้ปัญหาการจัดเก็บภาษีรายได้ในต่างประเทศ โดยชี้แจงว่ากฎหมายของสหรัฐมิใช่เป็นการบังคับแต่เป็นกลไกความร่วมมือเพื่อกำหนดมาตรฐานการจัดเก็บภาษี และเสนอให้ไทยรับข้อมูลธุรกรรมจากประเทศคู่สัญญาในข้อตกลง FATCA เพื่อประโยชน์สูงสุดทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพในการติดตามภาษี
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพครับ กระผมจะขออนุญาตได้กราบเรียนเพิ่มเติมในชั้นหนึ่งก่อนนะครับ จากประเด็น ที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้กรุณาหยิบยกอภิปรายด้วยความเป็นห่วงนะครับ
ประการแรก ก็ขออนุญาตได้กราบเรียนว่า ในชั้นนี้เป็นการกราบเรียน ขอนําเสนอกรอบการเจรจาเพื่อที่ทางรัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง จะได้นําไปดําเนินการ ในขั้นตอนการเจรจาต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นกรอบก็อาจจะมีลักษณะกว้างสักนิดหนึ่ง มิได้ลงรายละเอียดว่าจะต้องออกในทางหนึ่งทางใด อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตได้กราบเรียน ชี้แจงว่าได้โปรดอย่ารู้สึกเป็นในทิศทางที่ว่าสหรัฐอเมริกากําลังออกกฎหมายอันนี้นะครับ มาบังคับให้ประเทศไทยปฏิบัติ และถ้าหากว่าไม่ปฏิบัติเราจะถูกลงโทษ ความจริง เป็นกฎหมายที่สหรัฐอเมริกาออกขึ้นมานี้นะครับ เพื่อที่จะได้ปฏิบัติภารกิจด้านภาษี ของประเทศเขา แล้วก็ได้เชิญชวนประเทศที่ได้ทําธุรกรรมกับประเทศสหรัฐอเมริกาที่เห็น คุณค่าของการที่จะจัดเก็บภาษีให้มีประสิทธิภาพ ได้พิจารณาที่จะเข้าสู่กระบวนการเจรจา หารือกันว่าจะดําเนินการกันอย่างไรเพื่อที่จะทําให้การจัดเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกาดีขึ้น แล้วก็รวมทั้งประเทศคู่เจรจาก็สามารถที่จะนําเอามาตรฐานนี้ไปพิจารณาว่าจะสามารถ จัดเก็บภาษีของประเทศตนได้ดีขึ้นอย่างไร ดังนั้นมิได้มีแนวทางที่มีลักษณะเป็นการบังคับ จนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้นะครับ เพราะว่าการที่ภาคธุรกิจจะมีธุรกรรมทางการเงินกับประเทศ สหรัฐอเมริกานั้นเป็นเรื่องของการที่จะใช้โอกาสทางธุรกิจ เขาก็ไม่ได้บังคับว่าเราจะต้อง มีธุรกรรมกับเขา แต่ถ้าหากว่ามีธุรกรรมกับเขา แล้วไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่เขาเห็นว่า สมควรนั้น ในส่วนที่เขาจะปฏิบัติต่อบุคคลหรือนิติบุคคล สัญชาติที่เป็นคู่เจรจาในแง่มุม ตามสิทธิที่เขาจะทําได้นะครับ ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะล่วงล้ําเข้ามาในอาณาจักรอะไรของเรา แล้วก็มาสั่งการอะไรในส่วนของเรา แต่ว่าถ้าธุรกรรมนั้นเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แล้วก็เป็น ธุรกรรมที่มีเรื่องของรายได้นะครับ เขาก็จะขอดําเนินการจัดเก็บภาษี ณ ที่จ่ายตามที่เขา เห็นสมควรเท่านั้นเองนะครับ อย่างไรก็ตามในแง่มุมทางด้านภาษีของเราก็เป็นอย่างที่ ท่านสมาชิกรัฐสภาบางท่านได้กรุณาอภิปรายนะครับว่าเรามีกลไกในการที่ยังไม่ได้จะติดตาม ไปเก็บภาษีใครในขณะที่ก่อให้เกิดรายได้นอกราชอาณาจักรของเรานะครับ แล้วก็จะเก็บ ก็ต่อเมื่อท่านจะนําเอารายได้นั้นกลับเข้าประเทศ ดังนั้นในกระบวนการที่เราดําเนินการ ในลักษณะนี้มาในช่วงที่ผ่านมานั้นก็มีข้อดี ข้อเสียครับ คือธุรกรรมทางธุรกิจต่าง ๆ อาจจะเกิดขึ้นในต่างประเทศ บางประเทศก็มีอัตราภาษีที่สูงพอ ผ่านจนมีกําไรขึ้นมา พอจะกลับมาประเทศไทยก็อาจจะถูกภาษีอีกชั้นหนึ่ง ก็อาจจะทําให้ ธุรกิจเหล่านั้นมีความรู้สึกว่าไม่คุ้มค่า ไม่อยากจะไปดําเนินธุรกิจในประเทศเหล่านั้น หรือว่า ในอีกทางหนึ่งก็คือดําเนินธุรกิจไป แต่ไม่นําเงินส่งกลับประเทศเสียทีก็มีนะครับ หรือใน บางประเทศนั้นอัตราภาษีต่ํากว่าเรา จูงใจกว่าเรา เขาก็ทําธุรกิจการค้าที่นั่นได้ ในที่สุดจะ ตัดสินใจส่งเงินกลับมาหรือเปล่านั้นก็เป็นการตัดสินใจของภาคธุรกิจ ในขณะที่เราเองก็มี แนวทางในเรื่องภาษีต่าง ๆ ที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพนะครับ แต่ว่าถ้าหากประเทศไทยจะ ตั้งตนเป็นศูนย์กลางในการดําเนินการเรื่องนี้ในกรอบเดียวกับสหรัฐอเมริกาทําก็คงจะเป็น กรอบซึ่งทํางานยาก เพราะว่าความร่วมมือจากประเทศต่าง ๆ ก็อาจจะไม่มาก เพราะว่า เราก็ไม่ได้เป็นประเทศที่มีธุรกรรมทางเศรษฐกิจในปริมาณที่สูงกว่าประเทศต่าง ๆ มาก เหมือนที่สหรัฐเป็น อย่างไรก็ตามผมก็เรียนว่าการที่จะพิจารณาเข้าสู่การเจรจาครั้งนี้นะครับ ยังไม่ได้แปลว่าเราจะต้องเจรจาจนได้ข้อยุติประการหนึ่งประการใด ทั้ง ๆ ที่ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านก็เห็นถึงประโยชน์แล้วก็อาจจะเรียกว่าเห็นถึงความจําเป็น แต่ว่า ความจําเป็นนั้นไม่ได้แปลว่าถูกใครบังคับนะครับ ความจําเป็นเพื่อให้เกิดประโยชน์ทาง เศรษฐกิจกับเราอย่างคุ้มค่าที่สุดนั้น อย่างไรก็ตามการในเจรจาก็เป็นการเจรจา เราก็ต้อง เลือกเจรจาที่จะเป็นแง่มุมที่เกิดประโยชน์กับประเทศเราอย่างดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น มีบาง ประเทศนะครับที่ยินดีจะเข้าสู่การเจรจากับสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นผู้ให้ข้อมูลฝ่ายเดียว แล้วก็ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินหรือธุรกรรมทางธุรกิจของชนชาติเขาที่เกิดขึ้นในสหรัฐนั้น เขาไม่ประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลกลับมาก็มีเหมือนกันนะครับ เนื่องจากประเทศคู่สัญญานั้น มีธุรกรรมทางการเงินต่างประเทศไม่มากนักแล้วก็เห็นว่าไม่ค่อยคุ้มค่าในการดําเนินการ แต่ในส่วนของเรานี้เราคิดว่าเราประสงค์ที่จะได้รับข้อมูลกลับ แล้วก็คงจะไม่ใช่เป็นข้อมูล เฉพาะจากสหรัฐอเมริกาเท่านั้น แต่คู่สัญญาของสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในความตกลงแฟทกานั้น ก็พึงที่จะมีความร่วมมือในลักษณะของการเป็นพหุภาคีด้วย เพราะฉะนั้นข้อมูลเหล่านี้จะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งในการที่เราจะได้รับทราบถึงความก้าวหน้า ความสําเร็จทางธุรกิจของนิติ บุคคลหรือบุคคลสัญชาติไทยที่ไปดําเนินการกันอยู่ในต่างประเทศ แล้วถ้าหากว่ามีการศึกษา ให้ลึกลงไปว่าความสําเร็จนั้นเกิดขึ้นในประเทศที่มีโครงสร้างภาษีอย่างไร เราควร จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีของเราหรือไม่จากสิ่งที่เราปฏิบัติอยู่ ก็สามารถมีการพิจารณา ให้รอบคอบขึ้นในอนาคต ดังนั้นข้อมูลจะเป็นเรื่องสําคัญการดําเนินการในครั้งนี้นะครับ เป็นเรื่องของการที่จะได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล แล้วก็ข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อมูลซึ่งแต่ละ ประเทศก็มีหน้าที่จะไปดําเนินการตามที่แต่ละประเทศสามารถดําเนินการได้กับบุคคล หรือนิติบุคคลในสัญชาติต่าง ๆ ของเขา ซึ่งเราก็จะปฏิบัติในลักษณะเดียวกันนะครับ แล้วก็ แน่ใจว่าจะไม่มีกระบวนการมาล่วงล้ําอะไรให้เกิดการปฏิบัติในขอบเขต อาณาเขตของเรา นะครับ แล้วก็ในขณะเดียวกันผมเชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาก็ทราบดีว่าเรามีกฎหมายหลายฉบับ นะครับที่เป็นกฎหมายที่มีประสิทธิภาพที่ดี มีเหตุผลที่ดี การที่เราจะรักษากฎหมายเหล่านั้น ไว้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ไปยินยอมเจรจาอะไรจนต้องนํามาแก้ไขกฎหมายเหล่านั้นก็เป็นหน้าที่ ของคณะเจรจาที่ต้องดําเนินการ แต่ในขณะเดียวกันผมก็เชื่อว่าท่านก็ทราบดีว่าเรามี กฎหมายหลายฉบับซึ่งอาจจะล้าสมัย แล้วเป็นกฎหมายซึ่งควรจะได้รับการปรับปรุง แง่มุม ของการปรับปรุงนั้นยังไม่เกิดเหตุผลชัดเจนว่าควรจะปรับปรุง แต่ถ้าหากว่ากระบวนการ เจรจาทําให้เราเห็นได้ว่ากฎหมายเหล่านั้นนะครับถ้าหากว่าจะถูกแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับ ผลของการเจรจา ในขณะเดียวกันเกิดประโยชน์โดยรวมกับประเทศด้วยก็จะต้องนําเข้าสู่ กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาเพื่อแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ ดังนั้นผมจึงเชื่อว่าการดําเนินการ ต่าง ๆ ก็จะสามารถดําเนินการไปได้ด้วยความระมัดระวังในขณะที่ท่านสมาชิกอาจจะได้มี ความกังวลว่าประเทศไทยทําไมถึงจะเลือกที่จะใช้รูปแบบในการเจรจาที่เป็นแบบรัฐต่อรัฐ ก็ขออนุญาตได้กราบเรียนว่าเป็นความเห็นอันเป็นเอกฉันท์ในหมู่สถาบันการเงินภาคเอกชน ของเรานะครับว่าประสงค์ที่จะให้รัฐ โดยกระทรวงการคลังได้ทําหน้าที่เป็นผู้เจรจาหารือกับสหรัฐอเมริกา เพราะว่าเรามีสถาบัน การเงินจํานวนมากนะครับ แล้วก็เป็นไปอย่างที่ท่านสมาชิกรัฐสภาได้กรุณาอภิปรายว่า บางแห่งก็มีความพร้อม ซึ่งถ้าหากว่าจะให้เขาไปเจรจาเองเขาก็อาจจะพร้อมนะครับ แต่มีอีก หลายแห่งที่มีความไม่พร้อม และถ้าจะต้องไปเจรจาเองนั้นเขาก็รู้สึกว่าเขาคงจะไม่ได้สามารถ บรรลุถึงข้อยุติในการเจรจาได้ ฉะนั้นรัฐบาลเองก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะกระโดดเข้าไปทํา หน้าที่ในการเจรจา โดยที่ภาคเอกชนนั้นไม่เห็นประโยชน์หรือไม่เห็นความจําเป็น แต่ขณะนี้ ผมได้ขออนุญาตยืนยันว่าจากการรับฟังความคิดเห็นจากการประชุมหารือ เป็นข้อเรียกร้อง ของสถาบันการเงินของเราอันเป็นเอกฉันท์ ในขณะเดียวกันผมคิดว่าในส่วนที่เราจะได้เจรจา หารือกันไปนั้นเราก็ต้องติดตามดูด้วยนะครับว่าประเทศต่าง ๆ ที่กําลังเข้าสู่การเจรจา เป็นอย่างไร ในขณะนี้มีประเทศที่ได้ทําความตกลง ๒ ฝ่ายแล้วกับทางสหรัฐอเมริกา ๙ ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปอื่นนะครับ แต่ว่าก็มีประเทศที่มีความสําคัญ ทางเศรษฐกิจในเอเชียคือญี่ปุ่น ที่เข้าสู่ความตกลง ๒ ฝ่ายไปแล้ว ส่วนประเทศที่กําลังอยู่ใน กระบวนการต่าง ๆ นั้นก็มีทั้งประเทศในซีกโลกตะวันตกแล้วก็ประเทศในแถบเอเชีย ในอาเซียนของเราก็มีสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีขนาดระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่โตกว่าเรานะครับ แล้วก็มีความพร้อม ได้เข้าสู่การเจรจาในลักษณะของการเป็นรายประเทศ ผมได้เคยเรียน หารือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในกลุ่มอาเซียนไปก่อนหน้านี้นะครับ แล้วก็ต้อง ขออนุญาตเรียนว่าไม่ได้รับความชัดเจนว่าอาเซียนนั้นมีความพร้อมที่จะเจรจากันในลักษณะ ที่เป็นกลุ่มอาเซียน ดังนั้นนั่นก็เป็นเหตุผลทางมาเลเซียหรือสิงคโปร์นั้นได้เดินเข้าสู่ กระบวนการเจรจาแล้ว แล้วก็ประเทศเราก็เป็นอีกประเทศหนึ่งนะครับที่มีธุรกรรม ทางการเงินระหว่างประเทศ หรือมีธุรกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในอัตราที่สูงกว่า อีกหลาย ๆ ประเทศสมาชิกอาเซียน เราก็มีความจําเป็นที่จะต้องเข้าสู่การเจรจาแบบเดี่ยว นะครับ ในการดําเนินการตรงนี้เราเห็นว่าประเทศที่เข้าสู่ข้อสรุปแล้ว ๙ ประเทศนั้น ก็มีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่เหมือนกันบ้างนะครับ ในขณะเดียวกันประเทศที่เหลืออยู่อีก ประมาณ ๗๐ กว่าประเทศโดยประมาณนั้นก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการเจรจา เราเองก็จําเป็น ที่จะต้องได้พิจารณาฟังหูไว้หูนะครับ แล้วก็ติดตามว่าการเจรจาต่าง ๆ ของประเทศอื่น ๆ นั้น จะมีความคืบหน้าประการใด ผมก็เชื่อว่าประเทศอื่นก็สนใจเหมือนกันนะครับว่าเราจะเจรจา กับสหรัฐอเมริกาในประการใด ดังนั้นก็ขออนุญาตได้กราบเรียนว่ากรอบเจรจานี้เป็นกรอบกว้าง ซึ่งคณะเจรจาก็จะดําเนินการให้ดีที่สุด อย่างไรก็ตามผลของการเจรจาหารือกันก็จะต้อง นํากลับเข้ามาสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อนที่จะทําให้ข้อตกลงนั้นมีผลต่อไป ความพร้อม ความไม่พร้อมต่าง ๆ ก็เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกรัฐสภาเป็นห่วงนะครับ คือเราก็พร้อมเพียง บางส่วน แล้วก็ในขณะเดียวกันถ้าหากว่าเราจะเข้าสู่ข้อตกลงอันนี้แล้วจนมีผล อาจจะมีการ แก้ไขกฎหมาย ถ้าจะมีก็ต้องเป็นกฎหมายที่เรามั่นใจว่ารัฐสภาเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ควรจะ ได้รับการปรับปรุง แล้วก็ในขณะเดียวกันการดําเนินการต่าง ๆ ถ้าจะมีผลได้ก็จะต้องเป็น เรื่องที่ต้องทําให้พร้อมจนได้นะครับ จึงขออนุญาตได้กราบเรียนในเบื้องต้นในชั้นนี้ก่อน นะครับ เพื่อที่จะได้รับฟังคําอภิปรายของท่านสมาชิกแล้วก็ได้กราบเรียนข้อมูลต่อไปครับ