รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖

เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องการเจรจาไทย-สหภาพยุโรป โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดเผยข้อมูลในการเจรจา และเรียกร้องให้รัฐบาลชัดเจนในเรื่องระเบียบพิธีศุลกากรและการอำนวยความสะดวกในการค้า นอกจากนี้ยังหารือเรื่องกฎเกณฑ์ถิ่นกําเนิดสินค้า การบังคับใช้มาตรการในการป้องกันการทุ่มตลาด การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน และสินค้าประมงของไทยที่ไม่ได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกัน โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมีแผนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกรัฐสภานะครับ ขอร่วมอภิปราย ในเรื่องของกรอบการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรปนะครับ ผมจะพยายามกระชับและจะไม่ซ้ําประเด็นของเพื่อนที่อภิปรายไปแล้วนะครับท่านประธาน

ประการแรกครับ ขอคํายืนยันของท่านรัฐมนตรีนะครับว่าผลการศึกษาของ ไบรอัน เคฟ คือจริง ๆ ในนี้แนบเฉพาะพาวเวอร์ พอยท์ (Power Point) มา ขอฉบับเต็มครับ ที่แจกให้สมาชิกรัฐสภาทราบนะครับ ก็คงหลังจากที่เราลงคะแนนก็ได้ครับ อันนั้นไม่เป็นไร แต่ขอให้มีการนํารายงาน เพราะว่ามันเป็นสาระสําคัญครับ และเป็นสิ่งที่สมาชิกควรจะรับรู้ รับทราบ

ประการที่ ๒ ครับ จากผลการเจรจาหรือประสบการณ์ที่เราผ่านมา ในการ ที่เราไปเจรจากับสหภาพยุโรป ก็มีกระแสออกมาว่าจะไม่มีการเปิดเผย การเจรจาถือเป็น เรื่องลับ จนกว่าจะมีข้อตกลงแล้ว ตรงนี้ครับผมถึงเป็นกังวลอย่างมากนะครับท่านประธาน จริง ๆ ทั่วโลกเขาไม่ทําอย่างนั้นนะครับ ของเราไม่รู้ทําไมถึงไปยอม หรือไปตกลงกันว่าจะปิด เป็นความลับ และของเรานี้พอบอกว่าปิดเป็นความลับก็เถรตรงมากครับ คือประเทศอื่น ๆ เขาบอกว่าปิดเป็นความลับ หมายความว่าเขาไม่ให้เผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ในแง่ถ้อยคํา ของข้อตกลงนะครับ แต่จะมีการเปิดเผยให้กลุ่มที่มีผลประโยชน์ได้เสียรับรู้รับทราบ ตลอดกระการของการเจรจา ตรงนี้ขอทําความเข้าใจนะครับว่าไม่อยากเห็นกรณีดังกล่าว จะบานปลาย สร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมเหมือนกรณีของไทย-สหรัฐ ซึ่งเป็นผลมาจากการ ไม่เปิดเผยนี้ครับ แล้วบอกเป็นเรื่องลับ ซึ่งจริง ๆ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เลยครับ ทั้งสหภาพยุโรป ทั้งสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศเอฟตานี้ ผมได้พูดคุยกันชัดเจน ไม่ได้มีข้อเรียกร้องที่ให้เป็นความลับให้ลักษณะที่รัฐบาลและหัวหน้าคณะเจรจาขณะนี้เข้าใจ เปิดเผยได้ครับ แต่ไม่ใช่เผยแพร่นะครับ เพราะว่าการเปิดเผยมีความสําคัญเวลาท่านไปหารือ กับกลุ่มต่าง ๆ เพื่อขอความเห็นเขา ท่านคงต้องเปิดเผยว่ากําลังจะไปตกลงกันในเนื้อหา คืออะไร ถ้าไม่เช่นนั้นจะคุยกันไม่ได้สาระครับ ท่านประธานครับ ในส่วนของค้าสินค้าผมจะ ลงในตัวกรอบเลยนะครับ ที่ผมเห็นว่ามันมีบางประเด็นที่ต้องมีความชัดเจนมากขึ้น หรือท่าที ของรัฐบาลเป็นอย่างไรต้องมีความชัดเจน

ประการแรก ในเรื่องของระเบียบพิธีศุลกากรและการอํานวยความสะดวก ทางการค้า ผมเข้าใจว่าเขาเรียกร้องให้เราแก้กฎหมายครับ ของเราจะแก้กฎหมายไหมครับ ความจริงกฎหมายนี้ที่ร่างแก้ พ.ร.บ. ศุลกากรนี้จ่ออยู่ที่สภาตอนช่วงเปลี่ยนผ่านของรัฐบาล เผอิญรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้หยิบขึ้นมาทํา อันนี้ก็จะเป็นเงื่อนไขของทั้งสหภาพยุโรปของทีพีพี และของกรณีเอฟตาด้วย อยากทราบนิดหนึ่งครับว่าความประสงค์แนวทางยุทธศาสตร์ ของรัฐบาลในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร

ประการต่อมากฎว่าด้วยถิ่นกําเนิดสินค้า จริง ๆ แล้วตอนนี้เราเริ่มมีข้อตกลง เขตการค้าเสรีกับหลายประเทศ หลายกลุ่ม แล้วเราก็พบว่าเราไปเจรจาแต่ละครั้งแต่ละกลุ่ม มีกฎเรื่องถิ่นกําเนิดสินค้าที่แตกต่างกันออกไป อันนี้สร้างปัญหาให้ภาคการผลิตอย่างมาก เพราะว่าท่านลองคิดดูนะครับ โรงงาน ๆ หนึ่งผลิตสินค้าขึ้นมาเพื่อส่งไปประเทศหนึ่ง ที่มีข้อตกลงกับเราด้วยเงื่อนไขหนึ่ง พอไปเจออีกความตกลงหนึ่งไปเจออีกเงื่อนไขหนึ่ง ปรับกระบวนการผลิตอย่างไร ตรงนี้ต้องฝากท่านไว้นิดหนึ่งนะครับ จริง ๆ เราควรจะมี ยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนว่าวันนี้เราเดินไปสู่การเจรจากับสหภาพยุโรป เรากําลังจะเจรจาเอฟตา ชิลี เปรู ไม่เป็นไรนะครับ จบไปแล้ว ๒ อันนี้เราจะไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่าเรื่องถิ่นกําเนิด สินค้า เพราะไม่เช่นนั้นท่านได้ข้อตกลง แต่ท่านไม่ได้ประโยชน์ เพราะปัจจุบันนี้ท่านประธาน ทราบไหมครับว่ามีการสํารวจเอกชนทั่วโลกนะครับว่า ได้ประโยชน์จากความตกลงเหล่านี้ สักกี่เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานทราบไหมครับ ผลสํารวจออกมาภาคธุรกิจเอกชนทั้งโลกไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเหตุผลอันหนึ่งที่สําคัญก็คือว่ากฎเรื่องถิ่นกําเนิดสินค้านั้นมันแตกต่างกัน ระหว่างความตกลงแต่ละอัน แล้วก็เป็นปัญหา แล้วบางกรณีบริษัทก็เลือกที่จะไม่ใช้ประโยชน์ จากการลดกําแพงภาษีเพราะมันยุ่งยากในการขอและการปรับกระบวนการผลิตภายใน ตรงนี้ต้องขอความชัดเจนนิดหนึ่งว่าของเราเองมียุทธศาสตร์ไหมครับ ยุทธศาสตร์ในการ เจรจาถิ่นกําเนิดสินค้าว่าเราจะเดินทิศไหน ตอนนี้ของอาเซียนเรามีกรอบหนึ่ง อาเซียน บวก ๑ บวก ๑ บวก ๑ คือประเทศจีน ประเทศเกาหลีใต้ ประเทศญี่ปุ่น ก็มีกรอบหนึ่ง ตอนนี้ไปบวกประเทศจีน ประเทศอินเดีย มีประเทศอินเดีย ประเทศออสเตรเลีย ประเทศ นิวซีแลนด์ ก็มีอีกกรอบหนึ่ง สร้างปัญหาอย่างมากครับ ตอนนี้ท่านมีโอกาส เพราะท่านกําลัง จะเริ่มเจรจาของทั้งสหภาพยุโรปและเอฟตาคู่ขนานกันไป สหภาพยุโรปเพิ่งเริ่มไป ๒ รอบ เป็นโอกาสนะครับที่ท่านจะมีการกําหนดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของคู่เจรจาและของประเทศ ไทยว่า ถิ่นกําเนิดสินค้าในที่สุดแล้วจะมีหน้าตาอย่างไร และมีความคงเส้นคงวาในแต่ละ ความตกลงมากน้อยแค่ไหน

ประการต่อมา มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดในข้อ ๔.๒ ท่านบอกว่า สอดคล้องกับหลักการของความตกลงขององค์การการค้าโลก เขียนไว้ก็ดีนะครับ แต่ในการ บังคับใช้เรื่องนี้ท่านคงต้องทําความเข้าใจกับกฎหมายการตอบโต้กับทุกตลาดก่อน กฎหมาย ฉบับนี้เป็นกฎหมายฉบับเดียวในโลกที่ทําให้ผู้ที่ถูกสงสัยว่าทุ่มตลาดนี้เสียประโยชน์ทันที ก่อนที่จะมีการพิสูจน์ว่าเขาผิดจริงหรือไม่ เพราะกฎหมายฉบับนี้ซึ่งเหมือนกันทั่วโลก รวมทั้ง ประเทศไทยด้วย ให้สิทธิในการตั้งการยื่นหลักประกันล่วงหน้าเลยในวันที่คุณถูกสงสัย วิธีที่ท่านจะไปเจรจานี่ จริง ๆ แล้วก็ต้องเป็นการเจรจาในลักษณะว่าก่อนที่จะมีการบังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้กับบริษัทใดก็แล้วแต่ ควรจะให้มีการหารือกันเสียก่อน ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่จะมีข้อกําหนดว่าจะใช้มาตรการในการเรียกร้อง ให้มีการนําแบงก์ (Bank) การันตีหรือหลักประกันของธนาคารไปค้ําไว้ เพราะไม่เช่นนั้น ถ้าท่านเดินผิดทาง องค์การการค้าโลกไม่ได้พูดเรื่องนี้ไว้นะครับท่านประธาน ไม่ได้พูดไว้ ประเด็นที่สําคัญปัญหามันไม่ได้อยู่ที่องค์การการค้าโลก ปัญหาอยู่ที่ตัวกฎหมายของตัวมันเอง ซึ่งมันมีหลักที่พิเศษกว่ากฎหมายฉบับอื่นของทั่วโลกนี่นะครับ ตรงนี้ก็อยากจะทราบว่า ท่านจะเดินทางไหนนะครับ

ประการต่อไปที่ผมเป็นห่วงนิดหนึ่งในเรื่องของแรงงาน ในข้อ ๘.๒ ท่านมี ความตั้งใจที่จะขอให้ผู้บริหารและบุคลากรที่มีฝีมือทุกระดับของไทยเข้าไปทํางานในประเทศ เหล่านั้นได้ ท่านต้องไม่ลืมแรงงานครับ แรงงานที่มีการเข้าไปทํางานในประเทศเหล่านั้น และถูกเอาเปรียบมาตลอดก็คือแรงงานที่เข้าไปทํางานชั่วคราวและเป็นแรงงานที่ถือว่าไม่ใช่ เป็นแรงงานฝีมือ เรื่องนี้ผมก็พูดในกรณีของสหภาพยุโรปไปแล้ว คนไทยมีแรงงานไปทํางาน เช่น ไปช่วยเก็บผลผลิตการเกษตรในบางฤดู บางเดือนเท่านั้นนะครับ มีคนไทยซึ่งไปทํางาน เป็นแม่บ้าน เป็นคนเลี้ยงลูก อยู่หลายกรณีครับ มากน้อยแตกต่างกันแล้วแต่ประเทศ แต่ในเมื่อเรามีโอกาสในการไปเจรจาความตกลงลักษณะนี้ทําไมเราไม่นึกถึงคนพวกนี้ครับ แม้กระทั่งแรงงานที่ถือว่ามีทักษะหรือมีฝีมือ ท่านเชื่อไหมครับ ตอนนี้แม้กระทั่งธุรกิจสปา ของเราเองเขาไม่ถือว่าคนเหล่านั้นเป็นแรงงานมีฝีมือนะครับ แล้วกว่าจะได้ใบอนุญาตทํางาน ๓ ปีนะครับ ตรงนี้ท่านเองก็ยังเขียนมาในลักษณะเดิม ไม่ได้มีการเผื่อถึงกลุ่มแรงงาน ซึ่งถูกจํากัด ณ วันนี้ว่าไม่ได้มีทักษะ บางครั้งก็จะโดนกีดกันด้วยความสามารถทางภาษา บางครั้งถูกกีดกันด้วยวุฒิบัตรหรือปริญญาบัตรหรือวุฒิทางการศึกษา ผมเรียกร้องจริง ๆ ว่า ท่านต้องเปิดให้แรงงานทุกระดับนะครับ ไม่ใช่เฉพาะผู้บริหารและผู้มีฝีมือเท่านั้น ถ้าเขียน อย่างนี้มันคือสิ่งที่เราอยากเห็นเขามาเมืองไทย แต่ไทยไปประเทศเขาเราจะเสียประโยชน์ อย่างมากถ้าท่านเขียนกรอบการเจรจาไว้เพียงเท่านี้ ผมเคยเรียกร้องในเรื่องของสหภาพ ยุโรปมาแล้ว ขอให้ท่านพิจารณานําไปปรับปรุงในส่วนของเอฟตาด้วยนะครับ

ในเรื่องเปิดเสรีทางการเงินในข้อ ๘.๔ จริง ๆ แล้วประเทศไทยมีแผนการ เปิดเสรีทางการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป มีแผนแม่บทเรียบร้อยแล้ว คําถามมีอยู่สั้น ๆ ว่า ท่านจะไปเจรจาเปิดตามแผนแม่บทเราใช่ไหม ถ้าใช่ ผมไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ใช่หรือเร็วกว่า แผนแม่บทเรา ปัญหาจะมีตามมาอย่างมากเลยครับ ตรงนี้ขอความชัดเจนนะครับ เพราะมัน เป็นภาคธุรกิจบริการที่มีความละเอียดอ่อนสูง มีการแข่งขัน ซึ่งผมคิดว่าทําให้มันดีขึ้นได้ ใช่ แต่ในขณะนี้ความพร้อมของเรามันต้องควบคู่ไปกับมาตรการของรัฐบาลในการที่จะเข้าไป ช่วยปรับปรุงให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ตรงนี้เป็นประเด็นที่อยากขอความชัดเจน

ในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่หลายท่านพูดไปนะครับ แต่ผม ติดใจข้อ ๑๑.๑ ของท่าน ข้อ ๑๑.๑ ในกรอบอื่น ๆ ไม่มีถ้อยคําที่ท่านเติมเข้าไปในกรอบนี้ ในกรอบนี้ท่านเติมเข้าไป กรอบอื่น ๆ บอกว่าสอดคล้องกับระดับการคุ้มครองตามความตกลง ขององค์การการค้าโลก ซึ่งอันนี้ผมไม่ติดใจ ถูกต้องแล้ว เพราะเราพยายามผลักเรื่องนี้ให้ไป เจรจาในเวทีขององค์การการค้าโลก แต่ท่านเติมเข้าไปครับ และ หรือ ความตกลงระหว่าง ประเทศที่ไทยเป็นภาคี อันนี้มีนัยสูงมากเลยครับ หมายความว่ารัฐบาลกําลังมีความประสงค์ ที่จะไปเจรจากับบางกลุ่มหรือบางข้อตกลงที่นอกเหนือไปจากความตกลงที่เรามีในระดับของ การคุ้มครองขององค์การการค้าโลกเช่นนั้นหรือ ถ้าท่านไม่มีความจําเป็นที่จะต้องใส่ถ้อยคํานี้ เข้าไปเลยครับ แล้วท่านก็ต้องระวังด้วยนะครับว่าถ้าท่านไปเจรจาแล้ว ไปผูกพันในเรื่อง ทรัพย์สินทางปัญญาในระดับที่สูงกว่าหรือครอบคลุมมากกว่าขององค์การการค้าโลกแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นท่านต้องให้สิ่งเดียวกันกับทุกประเทศในโลกนี้ทั้งหมด ไม่ว่าท่านมีข้อตกลง เอฟทีเอหรือไม่ ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ทราบแต่ตรงนี้เป็นข้อกําหนด ทีนี้พอท่านใส่อย่างนี้เพิ่มเติมมาในกรณีนี้ เป็นการเฉพาะขอความชัดเจนครับ ท่านตั้งใจจะให้เขามากกว่าความผูกพันของเราหรือเปล่า ถ้าไม่ได้ต้องการทําอย่างนั้น ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในข้อ ๑๑.๔ นี้ท่านพูดไว้ชัดนะครับ ท่านบอกว่า จะไม่ให้มีข้อจํากัดใด ๆ ในการใช้ความยืดหยุ่นและข้อยกเว้นในเรื่องทริปส์ โนว์ฮาว (TRIPs Know-how) ทริปส์ พลัส (TRIPs Plus) ท่านเขียนไว้หมดตรงนี้ท่านวางแผนไว้อย่างไรครับ ในการเจรจาหรือยุทธศาสตร์คืออะไร ผลกระทบรุนแรงมากนะครับท่านประธานครับ เรื่องนี้ ถ้าเขียนอย่างนี้ผลกระทบรุนแรงจริง ๆ ซึ่งมันหมายถึงว่าเอฟทีเอที่เราลงนามไปแล้วทั้งหมด ถ้าวันนี้ท่านเดินไปเอฟตา บอกให้เขามากกว่าองค์การการค้าโลกท่านต้องให้กลุ่มเหล่านั้น ทั้งหมดครับ ศึกษาไว้หรือเปล่าครับ ผลกระทบจะเป็นอย่างไร ใส่ถ้อยคํานี้ครับ ขอคําตอบ ชัดเจนนะครับ

ในเรื่องของข้อ ๑๕ การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืนท่านพูดถึงเรื่องเปิดโอกาส ให้กําหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมภายในประเทศเพิ่มเติมในอนาคตได้ ตรงนี้มันก็ดูเหมือนว่า จะขัดแย้งกับหลักที่ท่านใช้ในการเขียนกรอบมาตลอด หลักที่ท่านใช้ในการเขียนกรอบ คือท่านใช้บอกว่ากรอบของท่านนี่จะไม่ไปเกิน หรือต้องสอดคล้องกับกติกาของ องค์การการค้าโลกทั้งสิ้นเลย แต่ตรงนี้ท่านเปิดช่องไว้ บอกว่าภายในประเทศกําหนดเพิ่มเติมได้ มันหมายความว่าอย่างไรครับ จริง ๆ แล้วในแต่ละประเทศเวลาเราไปเจรจานี้ครับ ถ้าท่าน ยึดหลักกรอบพหุภาคีมีอย่างไร ก็เอาตามนั้นก็จบ อันนั้นก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่ไปเขียนช่องไว้ อย่างนี้หมายความว่าอย่างไรครับ ประเทศไทยหรือประเทศเขาสามารถที่จะเพิ่มความเข้มข้น ของมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะถูกนํามาใช้ในการกีดกันทางการค้าได้ ท่านเปิดช่อง ให้เขาทําไมครับ ตรงนี้ครับ และอันนี้ก็ไม่ปรากฏในกรอบฉบับอื่น ๆ นะครับ ตรงนี้ต้องขอ ความชัดเจนนะครับว่าแนวคิดของรัฐบาลในเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ท้ายที่สุดครับ ก็อยากขอ ความชัดเจนครับว่าท่านก็มีไบรอัน เคฟ ศึกษาให้ท่านแล้วว่ามีผลกระทบอย่างไรบ้าง มาตรการเยียวยาคืออะไรครับ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบครับ ท่านควรจะต้องรายงานให้สภา รับทราบ ถ้าท่านบอกว่าวาระนี้ยังเป็นวรรคสามของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่เป็นไรครับ แต่เมื่อไรเดินเข้ามาอีกทีหนึ่งก็ต้องทวงถามอีกเหมือนกัน และผมคิดว่าในเมื่อท่านพร้อม อยู่แล้ว ในเมื่อท่านศึกษาสําเร็จแล้ว เรียบร้อยแล้ว ทําไมไม่รายงานให้เราทราบละครับว่า มาตรการในการที่จะไปดูแลเยียวยาเป็นอย่างไร ผมยกตัวอย่างนะครับ ในเรื่องมี ๒ เรื่องที่ ท่านควรจะระมัดระวังอย่างยิ่งครับ

เรื่องแรก สินค้าประมง สินค้าประมงตอนนี้มีความพยายามที่ใช้กฎระเบียบ ต่าง ๆ ที่อ้างสิทธิสัตว์ อ้างสิทธิในการตกปลานะครับ กําหนดเงื่อนไขมากมายเลยครับ และวันนี้เรียนให้ท่านทราบเลยนะครับ ว่าเขาไม่ได้ปฏิบัติเท่าเทียมกัน ประเทศไทยโดนให้ใช้ เงื่อนไขแบบเต็มรูปแบบ ในขณะที่ประเทศที่มีความสัมพันธ์พิเศษกับกลุ่มบางกลุ่ม เช่น สหภาพยุโรป ไม่จําเป็นต้องทํา ตรงนี้ท่านกําลังจะเดินเข้าไปโต๊ะเจรจา ท่านมีความเข้าใจ เรื่องนี้ขนาดไหน

อีกเรื่องหนึ่ง ที่เป็นเรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องจีเอสพี สิทธิพิเศษทางภาษี หลายท่านพูดไปแต่อาจจะยังไม่ครบถ้วนในแง่ของเนื้อหา ใช่ครับ ตอนวันเริ่มก่อตั้งจีเอสพีนั้น มันเป็นมาตรการฝ่ายเดียว เป็นการให้ประเทศกําลังพัฒนาเท่านั้น เป็นการให้แต้มต่อ แต่หลังจากที่จีเอสพี ซึ่งมีกรอบอายุเพียง ๑๐ ปีครับ ทั้งสหรัฐอเมริกาของสหภาพยุโรป เช่นกัน เราก็ยังยืนยันที่จะไปขอสิทธิประโยชน์อันนี้ต่ออายุไปเรื่อย ๆ พอเราต่ออายุ ไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าถูกใช้จีเอสพีเป็นเครื่องมือในการต่อรองแลกเปลี่ยนกับประเทศที่ร้องขอ ประเทศไทยโดนต่อรองมาตลอดครับ แต่สิ่งที่เราค้นพบก็คือว่าจีเอสพีตอนนี้กลายเป็น เครื่องมือหนึ่งในการกีดกันทางการค้า เพราะประเทศที่ได้รับสิทธิจีเอสพีบางประเทศไม่ได้ ถูกข้อจํากัดอย่างประเทศไทย ตรงนี้ท่านมีประเด็นต่อสู้มากมายในการเจรจา ท่านยอมไม่ได้ เพราะประเทศไทยเสียประโยชน์และไม่ใช่เป็นการไปเจรจานี้เพื่อเลี่ยงหนี ข้อจํากัดของเราในเรื่องจีเอสพี แต่ข้อต่อสู้ของท่านต้องเป็นเรื่องของการต่อสู้ว่าคุณใช้จีเอสพี เป็นเครื่องมือเป็นการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีและมีการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน ในระหว่างประเทศที่เป็นคู่ค้าของประเทศที่ท่านไปเจรจา ตรงนี้นะครับ ขอทําความเข้าใจ และขอมีความชัดเจน เพราะว่าประเทศไทยในที่สุดแล้วเราคงไม่ได้สิทธิประโยชน์จีเอสพี อีกยาวนาน นี่คือเหตุผลที่ทําไมมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญก็พูดเรื่องนี้ว่าท่านเองก็ต้องมี แผนในการที่จะปรับโครงสร้างภาคการผลิตของเราเพื่อให้สามารถต่อสู้ได้แข่งขันได้ โดยไม่ต้องพึ่งจีเอสพีเพราะตอนนี้จีเอสพีกลายเป็นเครื่องมือเจรจาไม่ใช่เรื่องของการให้ แต้มต่ออย่างนี้ต่อไป เรื่องนี้ของทั้งสหภาพยุโรปของเอฟตาและของสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน หมดครับ ก็อยากฟังจากท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีแผนในเรื่องนี้อย่างไรและท่านมีความเข้าใจ ในเรื่องนี้ตรงกันไหมกับความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ในหลายกรณี ก็ขอคําตอบด้วยครับก่อนที่ เราจะได้มีโอกาสลงมติ ขอบคุณครับ