รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๒ · ๒ ตุลาคม ๒๕๕๖

เกียรติ สิทธีอมร หารือเรื่องข้อพิพาทและการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในข้อตกลงระหว่างรัฐบาล และเรียกร้องความชัดเจนจากท่านรัฐมนตรี เกียรติ สิทธีอมร ยังหารือเรื่องการรับรองภาษาสเปนในสนธิสัญญา และการผิดพลาดของกระทรวงการคลังในการเจรจา โดยเรียกร้องการความจริงและความรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการอนุมัติข้อตกลง โดยถามเกี่ยวกับข้อมูลที่มีการศึกษาข้อได้ประโยชน์และข้อเสียประโยชน์ และผลกระทบที่เกิดขึ้นอยู่ที่ไหน

นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร สมาชิกรัฐสภา ในคําอภิปรายของผม ท่านรัฐมนตรียังตอบไม่ชัดเจนอยู่ ๑ ข้อ แล้วไม่ได้ตอบอีก ๒ ข้อนะครับ

ข้อที่ ๑ ที่ยังไม่ชัดเจน ก็คือเรื่องข้อพิพาทและการใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ผมชี้ให้เห็นว่าในเอกสารที่ท่านทําเสนอสภาบทสรุปฉบับนี้นะครับ เขียนไว้อย่างหนึ่ง ในข้อตกลงระบุไว้เป็นถ้อยคําอีกแบบหนึ่ง ที่เขียนสรุปไว้ในฉบับที่สรุปให้สมาชิกรัฐสภา รับทราบใช้ว่า ให้ยึดความตกลงฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก เป็นหลักนี้หมายความว่าไม่ต้อง ไปดูตัวอื่นเลย ไม่ต้องดูภาษาสเปน ไม่ต้องดูภาษาไทย แต่ถ้อยความในข้อตกลงจริง ๆ บอกว่ามีความถูกต้องเท่าเทียมกันให้ตัวบทฉบับภาษาอังกฤษมีผลเหนือกว่า อ่อน อ่อนลงไป เยอะเลยนะครับท่านประธาน ผมก็ตั้งคําถามว่าทําไมไม่เอาถ้อยคํานี้ที่ดีที่สุดนี้ ที่สรุปให้เรานี้ นะครับ ไปใส่ในข้อตกลง เพราะว่าผมเองก็เคยผ่านเวทีระหว่างประเทศมาพอสมควร เขียนอย่างนี้สร้างปัญหาการตีความครับ เอาละท่านบอกว่าท่านจะไม่ใส่ในบทข้อพิพาท ผมไม่ว่านะครับ ไม่ใส่ตรงนั้นไม่เป็นไร ถึงแม้การใส่ตรงนั้นดีที่สุดไม่เป็นไร แต่ถ้อยคําที่ระบุ อยู่ในข้อตกลงนี้ยังชัดไม่พอ และอาจะเป็นประเด็นที่ทําให้เกิดความขัดแย้งและมีกรณีพิพาท เราต้องเข้าใจ การใช้ข้อตกลงที่ลงนามระหว่างรัฐบาลนี้เอกชนเป็นคนใช้นะครับ และมี หลายกรณีที่เกิดความข้อพิพาทเกิดขึ้น เพราะการตีความของภาคเอกชนกับรัฐ ของทั้ง ๒ ประเทศ และเอกชนของทั้ง ๒ ประเทศ คําถามผมก็ง่าย ๆ ครับ ขอความชัดเจน ถ้าท่าน บอกว่าท่านจะไม่ปรับถ้อยคํานี้ ผมก็บอกว่าขอให้บันทึกไว้ แล้วท่านรัฐมนตรีรับผิดชอบไป นะครับ ถ้าเกิดข้อพิพาทจากถ้อยคําที่ไม่ชัดเจน แล้วท่านเลือกที่จะไม่แก้แม้ว่าสมาชิกรัฐสภา แห่งนี้ท้วงติงท่านแล้ว และมีโอกาสที่จะปรับปรุงให้มันชัดเจนมากขึ้นนะครับ ตรงนี้นะครับ ขอความชัดเจนเท่านั้นละครับ นั่นก็คือว่าท่านจะไม่แก้ไม่เป็นไรครับ แต่ท่านรับผิดชอบ

ข้อที่ ๒ ก็คือว่าการที่จะให้สมาชิกรัฐสภาให้รับรองภาษาสเปน ผมก็บอก เราไม่มีความสามารถที่จะทําได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมพร้อมที่จะรับรองแบบมีเงื่อนไขนะครับ เพราะว่าท่านรัฐมนตรีเองเมื่อสักครู่ชี้แจงบอกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาไปดูแล้ว ว่าถูกต้อง แต่ผมก็รู้จักนะครับ คนในหน่วยงานนะครับ มีใครที่กล้ารับผิดชอบคําแปลภาษา สเปน ไม่มีนะครับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายมีกี่คนครับ ที่รู้ภาษาสเปน รู้หลักกฎหมาย สเปนไม่มีนะครับ ถ้าจะให้พวกเรารับรองฉบับภาษาสเปน ยินดีครับ ขอรัฐมนตรียืนยันครับว่า ใครคือผู้รับผิดชอบความถูกต้องของภาษาสเปน ถ้าบอกรัฐบาลและ ครม. รับผิดชอบเต็ม ๆ ว่ามาเลยครับ แต่ต้องเป็นการอนุมัติอย่างมีเงื่อนไข ไม่ใช่เป็นการอนุมัติเหมือนฉบับ ภาษาอังกฤษและฉบับภาษาไทยที่พวกเราอ่านเข้าใจ ตรงนี้ขอความชัดเจนนะครับ ผมจะได้ ลงมติถูกครับ

ประการที่ ๒ คืออีก ๒ ข้อที่ถามไป ท่านไม่ตอบ ท่านบอกว่ากระทรวงการคลัง เป็นคนพบความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ผมก็ถามท่านครับมันผิดได้อย่างไร มันผิดปกติมากครับ เราทําเอฟทีเอมาไม่รู้ว่ากี่ประเทศ ผิดไปทีถึง ๒๐๒ รายการนี่เรื่องใหญ่นะครับ ความน่าเชื่อถือของกระทรวงเอง ความน่าเชื่อถือของทีมผู้เจรจาเอง ความน่าเชื่อถือของ ฝ่ายการเมืองที่กํากับดูแลการเจรจานั้นมีผลกระทบนะครับ แล้วถ้าท่านไม่บอกความจริงว่า มันเกิดอะไรขึ้น แล้วบอกว่ามันเกิดความผิดพลาด ไม่บอกว่าจากใคร แล้วท่านไม่บอกว่า ท่านแก้ปัญหาความผิดพลาดนี้จะไม่ให้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร ท่านคิดว่าเป็นธรรมสําหรับ สมาชิกหรือครับที่จะรับฟังแค่นี้ ว่าผิดพลาดแล้วผมขอเข้ามาใหม่ ๒๐๒ รายการครับ ผมคิดว่ารัฐมนตรีเองต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ครับ และต้องให้หลักประกันกับ สภาแห่งนี้ว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก ถ้าเราเข้าใจว่ามันเกิดปัญหาจากอะไร แล้วแก้ไปแล้ว ก็จะไม่มี โอกาสเกิดขึ้นอีก หลักประกันนี้สําคัญครับ ความน่าเชื่อถือของรัฐมนตรีสําคัญครับ ท่านกรุณาตอบเรื่องนี้ด้วยครับ ข้อเท็จจริงคือข้อเท็จจริงครับ ท่านไม่ต้องกลัว ใครทําผิด ท่านก็บอกมา ผมไม่ต้องการเอาเขาไปเข้าคุกหรืออะไรครับ แต่ต้องการเรียนรู้จากความผิด ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และไม่ต้องการให้มีการผิดพลาดเช่นนี้เกิดขึ้นอีก ขอความจริงนะครับ ขอความจริง อย่าหลีกเลี่ยงครับ ความผิดมันเกิดขึ้นแล้วครับ

ประการที่ ๓ ที่ผมติงไว้แล้วก็ไม่ได้ตอบ ณ วันนี้เรามาถึงวรรคสี่ของมาตรา ๑๙๐ ผมก็ถามว่าข้อมูลที่มีการศึกษาข้อได้ประโยชน์และข้อเสียประโยชน์ ผลกระทบที่เกิดขึ้น อยู่ที่ไหนครับท่านประธาน ต้องมอบให้สมาชิกพิจารณาด้วย วันนี้อยู่วรรคสี่ของมาตรา ๑๙๐ ซึ่งหมายความว่าท่านประธานเองก็ต้องร่วมรับผิดชอบว่า ถ้าวันนี้ให้เราเห็นชอบกับความตกลง ฉบับนี้ โดยที่กระบวนการตามมาตรา ๑๙๐ ยังไม่ปฏิบัติตามสมบูรณ์ รับผิดชอบอย่างไรครับ สภาแห่งนี้ทําถูกต้องไหมครับ ทําผิดรัฐธรรมนูญหรือเปล่าครับ คําถามมีอยู่ง่าย ๆ ตามวรรคสี่ ก็คือว่ามีการให้ประชาชนเข้าถึงรายละเอียดหนังสือสัญญาแล้วหรือยัง ผมเชื่อว่ายังนะครับ สมาชิกรัฐสภาเพิ่งเห็นวันนี้ครับ ข้อที่ ๒ ก็คือว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน กับผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม รู้หรือยังว่าเป็นใครครับ รัฐมนตรีไม่ได้ชี้แจงเลย นะครับว่าใครกระทบบ้าง แล้วจะเยียวยาเขาอย่างไร หรือมีโครงการในการปรับโครงสร้าง ของอุตสาหกรรมนั้น ๆ อย่างไร ยังไม่มี แล้วให้เราอนุมัติเห็นชอบถูกต้องแล้วหรือครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙๐ นี้เป็นความรับผิดชอบนะครับ ส่วนของท่านประธานก็คือ นําวาระเข้ามาทั้ง ๆ ที่กระบวนการยังไม่ครบถ้วน ท่านประธานก็รับผิดชอบ ส่วนของพวกเรา ถ้าเราเห็นชอบไปทั้ง ๆ ที่กระบวนการยังไม่สุดซอย ยังไม่ครบถ้วน เราก็รับผิดชอบว่าเรา ทําผิดรัฐธรรมนูญ แต่รัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ไม่ได้ชี้แจงเลยครับ ที่ผมถามไปว่าศึกษาเสร็จแล้ว ใช่ไหม ผลการศึกษาเป็นอย่างไร มีโครงการอะไรรับรอง ท่านก็จะบอกว่ามีกองทุนเยียวยา แต่กองทุนนั้นท่านประธานครับ มันตั้งมาตั้งนานแล้วครับ เป็นกองทุนที่ว่าใครเดือดร้อน วิ่งมาหา ไม่ใช่เป็นผลมาจากการศึกษาตามมาตรา ๑๙๐ ครับ ท่านตอบให้ดีนะครับ กองทุน ที่มีอยู่ไม่ใช่เป็นผลมาจากการดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ วรรคสี่ เป็นแค่เครื่องมือหนึ่ง เท่านั้นครับ แต่วรรคสี่บอกว่าก่อนที่ท่านจะไปผูกพัน ท่านต้องรู้ ท่านต้องมีโครงการ มาเยียวยา ต้องจัดสรรงบประมาณให้ ตรงนี้ครับ เราไม่ครบถ้วนครับ และรัฐมนตรีควร จะต้องตอบครับ เพราะไม่เช่นนั้นสมาชิกรัฐสภาจะลงคะแนนเสียงให้ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ปฏิบัติ ครบถ้วนตามมาตรา ๑๙๐ ใครรับผิดชอบครับ ขอบคุณครับ