ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หารือเรื่องความตกลงระหว่างไทย-ชิลี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแปลความตกลงเป็นภาษาไทยพร้อมกับภาษาอังกฤษและภาษาสเปน เพื่อให้ความชัดเจนและความถูกต้องของข้อความ และเรียกร้องให้ที่ประชุมรัฐสภาให้ความเห็นชอบความตกลงนี้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการค้าขายที่มั่นคงและเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของทั้งสองประเทศ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่ได้กรุณาอภิปราย หลายท่านก็ตั้งข้อสังเกตแสดงความห่วงใย หลายท่านก็แสดงความเห็นด้วย สนับสนุน หลายท่านก็มีประเด็นคําถาม ผมจะขออนุญาตขมวดรวมเอาทุกอย่างทุกประเด็น นะครับที่ท่านได้นําเสนอมาสรุปตอบเป็นหมวดหมู่แล้วก็นําเสนอผ่านท่านประธาน ดังนี้นะครับ จริง ๆ เป็นอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายนั่นละครับว่า ความตกลง ฉบับนี้ได้ถูกนําสู่การพิจารณาของรัฐสภาไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๖ เนื้อหาสาระ ที่เป็นใจความสําคัญในเวลานั้นก็ได้ถูกหยิบยกถกอภิปรายแล้วก็เห็นชอบกันไปแล้ว วันนี้สิ่งที่ รัฐบาลนํากลับเข้ามาด้วยเหตุผลสําคัญ
ประการแรก ก็คือทางการชิลีประสงค์จะให้มีการแปลเอาความตกลงนี้ เป็นภาษาสเปนขึ้นมาด้วยอีกฉบับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนครับว่าโดยปกติทั่วไปเวลาเขาตกลง เอฟทีเอกันก็จะยึดเอาภาษาอังกฤษเป็นหลัก แต่เมื่อชิลีประสงค์เช่นนี้ แล้วก็ยืนยัน รัฐบาลไทยก็มีความจําเป็นที่จะต้องแปลข้อตกลงดังกล่าวเป็นภาษาไทย พร้อมกับ รายละเอียดทุกอย่างครบถ้วนนะครับ เพื่อประกอบในการลงนามความตกลง ก็สรุปว่า จะลงนามความตกลงกันเป็น ๓ ภาษา ท่านแสดงความห่วงใยซึ่งก็เป็นเหตุเป็นผลครับว่า ถ้าภาษาสเปนเอาเข้ามาในที่ประชุมรัฐสภา แล้วใครจํานวนกี่มากน้อยจะเข้าใจในเวลา ที่ค่อนข้างกระชับ ก็ยากที่จะแตกฉานในรายละเอียดได้ แต่อย่างที่ผมเรียนชี้แจงตอนต้น นะครับว่าสาระสําคัญไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากรอบวันที่ ๑๒ มีนาคมที่ผ่านมา
ประการต่อมา นี่เป็นการเจรจาความตกลงทางการค้าระหว่าง ๒ ประเทศ ซึ่งต้องยืนอยู่บนผลประโยชน์ของ ๒ ประเทศเป็นสําคัญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ของทั้ง ๒ ประเทศเขาก็ต้องร่วมกันพิจารณา นั่นหมายความว่าชิลีเสนอเป็นภาษาสเปน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบในประเทศไทยก็ต้องพิจารณาเนื้อหาสาระว่ามันถูกต้อง ตรงสอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษที่ยึดถือเป็นหลักหรือไม่ ไทยเสนอเป็นภาษาไทย ก็จะต้องมีหน่วยงานทางการของชิลีตรวจสอบและให้การยอมรับเช่นเดียวกัน ก็เป็นไปแบบนี้ ส่วนที่ท่านมีมุมมองแล้วก็ตั้งเป็นประเด็นคําถามขึ้นมาต่อว่า ถ้าอย่างนั้นเมื่อมีผลในการ บังคับใช้ปฏิบัติ แล้วเกิดกรณีที่คลาดเคลื่อน เห็นต่าง หรือมีข้อพิพาทกัน จะจัดการกับสิ่งนี้ อย่างไร ก็ยืนยันว่าทํากันโดยที่เป็นหลักปฏิบัติสากลนั่นละครับ ก็จะยึดเอาหลักปฏิบัติที่ใช้ ฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ เรื่องความถูกต้องของตัวบทหรือตําแหน่งแห่งที่ ที่จะระบุ ข้อความ ที่จะยึดเป็นภาษาอังกฤษนั้นนะครับ เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ยืนยัน นะครับว่า โดยปกติในทางปฏิบัติของการเจรจาความตกลงระหว่างประเทศเราจะระบุถึง กรณีที่มีความตกลงมากกว่า ๑ ภาษา ก็จะระบุไว้ในบทบัญญัติสุดท้าย ซึ่งก็จะพบว่า หากมีความแตกต่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่มีข้อพิพาท หากจะไปบรรจุเรื่อง การระงับข้อพิพาทเป็นประเด็นเฉพาะก็เกรงว่าจะไม่เหมาะสม ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ ยืนยันว่าการระบุไว้ในตอนท้ายนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วก็ชอบแล้วในแนวปฏิบัติ
ประการต่อมา ที่นํามาพิจารณากันอีกเรื่องหนึ่ง ก็เพราะว่าหลังจากที่ได้มี การพิจารณากันแล้วในรอบก่อนนี้ ทางกระทรวงการคลังก็ได้ไปพบเห็นความคลาดเคลื่อน ของข้อความบางประการ โดยเฉพาะเรื่องของฐานภาษี ซึ่งเป็นความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น ในขั้นตอนของการบันทึกข้อมูล ก็เลยได้แก้ไข แล้วก็นําเข้ามาสู่ที่ประชุมรัฐสภาในคราวนี้ด้วย ก่อนที่จะมีการนําเข้ามาสู่ที่ประชุมของรัฐสภา ก็ได้มีการหารือ ได้มีการสรุปเห็นชอบตรงกันแล้ว ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้ง ๒ ประเทศ ก็ยืนยันนะครับว่าผ่านความเห็นชอบของ คณะรัฐมนตรีมา โดยข้อสรุปก็คือไม่เสียประโยชน์ใด ๆ ต่อประเทศไทย ตรงกันข้าม บางประเด็นที่มีการปรับแก้ ให้ประโยชน์ต่อประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน เช่น การแก้ไข อัตราภาษีให้สูงขึ้น จํานวน ๑๐ รายการ ในเรื่องของการแก้ไขอัตราภาษีฐานนะครับ ซึ่งตรงนี้แจ้งชิลี ชิลีบอกว่ารับได้ ก็จึงดําเนินการ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกนะครับว่า ในเรื่องของการเจรจาทําความตกลงระหว่างทางการไทยกับทางการ ชิลีนั้น ยังมีอีกหลายประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้กรุณาแสดงความห่วงใย เรื่องสปีด หรือความเร็ว ตรงนี้เห็นตรงกันครับ ผมก็เห็นด้วยว่าในเวทีการค้าการธุรกิจทั้งใน และระหว่างประเทศ ความเร็วก็เป็นข้อได้เปรียบ เสียเปรียบ ในเรื่องของการแข่งขัน ดังนั้น เราช้าไปกว่านี้ก็ไม่เป็นคุณใด ๆ แล้วละครับ แล้วผมก็มั่นใจว่าเมื่อเห็นตรงกันว่าเรื่องของ ความเร็วเป็นประเด็นสําคัญ เป็นข้อได้เปรียบเสียเปรียบสําคัญอย่างหนึ่ง วันนี้ที่ประชุม รัฐสภาก็จะกรุณาให้ความเห็นชอบ ความตกลงนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ได้มีการเริ่มต้น ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ ก็อย่างที่ทราบ วันนี้ ปี ๒๕๕๖ ตัวเลขกลม ๆ ก็ประมาณ ๑๐ ปี รัฐบาลชุดที่เริ่มต้นก็พยายามผลักดันมีความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลหลังจากนั้น ผมก็เชื่อว่าทุกฝ่ายก็เดินหน้า รัฐบาลชุดก่อนก็ใช้เวลา ๒ ปี ๘ เดือน ผลักดันมาได้ถึง ระดับหนึ่ง แต่ยังไม่บรรลุถึงขนาดนําไปสู่การปฏิบัติได้ รัฐบาลชุดนี้ก็มาดําเนินการต่อ แล้วในที่สุดก็จะนําไปสู่การปฏิบัติหลังจากทําความตกลงในวันที่ ๔ ตุลาคมนี้ ส่วนที่ เพื่อนสมาชิกแสดงความห่วงใยว่ากรณีที่จะมีการลงนามกัน โดยที่ท่านประธานาธิบดีชิลี จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยลงนามวันที่ ๔ ตุลาคมี้ เป็นเรื่องที่ทางการชิลียังไม่ได้ ให้ความเห็นชอบกับข้อความในข้อตกลงนี้ แล้วลงนามเสร็จต้องกลับไปขอความเห็นชอบอีก อันนี้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของเรารับทราบข้อมูลมาตั้งแต่ต้น เป็นแต่เพียงทางชิลี ได้แจ้งและยืนยันต่อประเทศไทยว่าแนวปฏิบัติที่เป็นปกติของทางชิลีต่อเรื่องนี้ก็คือจะต้องมี การลงนามความตกลงก่อน แล้วก็นําความตกลงที่ลงนามแล้วนําเสนอให้รัฐสภาของชิลี ให้ความเห็นชอบต่อไป ซึ่งก็เป็นกระบวนการทางกฎหมายทางระบบรัฐสภาปกติของทางชิลี ก็เหมือนกับของเราก่อนมี มาตรา ๑๙๐ แล้วก็มีการบังคับใช้ มีการตีความกันอย่างเข้มข้น เรื่องเหล่านี้หลาย ๆ เรื่องก็ไม่ต้องเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา แต่ภายหลังจากที่มีการบังคับใช้ มาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญ มีการตีความกันเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากกรณี ปราสาทเขาพระวิหารในรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช ทุกเรื่องทุกประเด็นที่มีความเกี่ยวข้อง หรืออาจจะเกี่ยวข้องเราก็ต้องกับต่างประเทศ คู่เจรจา คู่ตกลงต่าง ๆ เราต้องดําเนินการ ผ่านขั้นตอนของรัฐสภาเช่นเดียวกัน ดังนั้นเรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรซับซ้อนครับท่านประธาน
ประการต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศชิลีมีประชากรน้อยกว่าเรา พอสมควร นี่เป็นข้อเท็จจริงครับ แต่ศักยภาพทางการค้าทางเศรษฐกิจชิลี พูดง่าย ๆ ว่า ไม่ธรรมดา องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาและคณะกรรมาธิการ เศรษฐกิจแห่งภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน เขารายงานสถิติการขยายตัว ทางเศรษฐกิจของชิลีถือเป็น ๑ ใน ๕ ของโลกที่มีเศรษฐกิจขยายตัวสูงสุดในปี ๒๕๕๕ เขายังรายงานต่อด้วยซ้ําไปครับว่า ในบรรดาสมาชิกของกลุ่มประเทศในลาตินอเมริกา หรือกลุ่มสมาชิกขององค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนานั้น มีจํานวนทั้งสิ้น ๓๔ ประเทศ ชิลีเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุด ทีนี้มาจับคู่กับประเทศไทย เราค้าขายกับชิลี สินค้าที่แลกเปลี่ยนกันไม่ใช่เป็นสินค้าที่เป็นคู่แข่งขันกันโดยตรงครับ หลายรายการสินค้าก็เป็นสินค้าที่เกื้อหนุนกันและกันด้วยซ้ําไป ทําให้การค้าการขายระหว่าง ไทยกับชิลีก็เป็นไปด้วยความราบรื่น เราได้ดุลการค้ากับชิลีมาอย่างต่อเนื่องนะครับ เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งสักครู่นี้ บอกว่าการขยายตัวเมื่อสัก ๒-๓ ปีก่อน ขยายตัวเป็นหลัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์หรือกว่านั้น ซึ่งก็เป็นที่น่าพอใจ ส่วนในปี ๒๕๕๔ อัตราการขยายตัวลดลง เหลือเพียง ๐.๖ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพียงแต่ว่าถ้าท่านจะกรุณาพูดข้อเท็จจริงต่ออีกนิดหนึ่ง ก็จะปรากฏ ว่าในปี ๒๕๕๕ ที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวทางการค้าระหว่างไทยกับชิลี การส่งออกเพิ่มขึ้นถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ปี ๒๕๕๔ อย่างที่ทราบครับ หลายภูมิภาค หลายประเทศที่เป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจได้รับผลกระทบครับ สหรัฐอเมริกา ภูมิภาคอียู หรือแม้กระทั่งจีนก็ชะลอตัว ในประเทศไทยก็เกิดมหาอุทกภัยก็ส่งผลกระทบ เช่นเดียวกัน แต่ปี ๒๕๕๕ ก็กระโดดขึ้นมาอยู่ในระดับ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในระดับ ที่น่าพอใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่า เรื่องของระดับการเปิดตลาดสินค้าและบริการจะมากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากับ กรอบอาฟตา ก็ต้องเรียนว่าในเรื่องของการเปิดตลาดสินค้าก็ไม่เกินกรอบของอาฟตาครับ ส่วนสินค้าอ่อนไหวจะทยอยลดภาษี ๕ ปี แล้วก็ ๘ ปี ภายใน ๒ กรอบ ตัวเลขระยะเวลานี้ ส่วนบริการก็จะเปิดตลาดบริการเท่ากับในกรอบของอาเซียนนะครับ
เพื่อนสมาชิกสักครู่หนึ่งได้พูดถึงเรื่องข้าว นั่นหมายความว่าเราจะมีโอกาส ในการส่งออกข้าวไปประเทศชิลีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย แค่ไหน อย่างไร ก็ต้องเรียนว่าประเทศชิลีตกลงจะทยอยยกเลิกภาษีนําเข้าจากประเทศไทย ภายใน ๕ ปีนับจากวันที่ความตกลงนี้มีผลบังคับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ดีกว่าที่ประเทศชิลี เปิดตลาดให้กับทางประเทศเวียดนามแล้วก็ประเทศจีน ส่วนผลกระทบแน่นอนครับการตกลง เอฟทีเอกับทุกประเทศไม่ใช่เฉพาะประเทศชิลี มันก็อาจจะมีส่วนบวกส่วนลบ หรือผลกระทบ กับผู้ประกอบการในประเทศไทยอยู่บ้าง เพราะกว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ต้องผ่านความเห็นชอบ ประกอบกันกับทั้ง ๒ ประเทศนี้ ก็เรียนว่ารัฐบาลเองก็ได้เตรียมมาตรการต่าง ๆ ที่จะลด ผลกระทบของผู้ประกอบการ จะมีกองทุนเอฟทีเอที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการหากจะได้รับ ผลกระทบจากเอฟทีเอไทย-ชิลี ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ประกอบการหากเกิดผลกระทบขึ้นมาจริงก็คง จะมองเห็นช่องทางนี้อยู่เช่นเดียวกัน แผนงานที่เราเตรียมไว้หลังจากที่ข้อตกลงนี้ผ่าน การลงนามแล้วก็มีผลปฏิบัติ เราก็จะให้มีการใช้สิทธิประโยชน์โดยกระทรวงพาณิชย์ ผ่านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เตรียมแผนงานที่จะนําภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ส่งออกของเรานี่นะครับ สร้างเครือข่ายกับภาคเอกชนของประเทศชิลีในการขยายการค้า ระหว่างกัน ขณะเดียวกันหน่วยงานส่งเสริมการค้าของชิลีหรือเรียกว่าโปรชิลีก็เตรียมการ ที่จะนําผู้ประกอบการของทางประเทศชิลีมาเยือนประเทศไทยเพื่อจับคู่ทางธุรกิจ กับภาคเอกชนของประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเราก็ตั้งใจจะใช้ประเทศชิลีเป็นประตูในการ กระจายสินค้าไปลาตินอเมริกา ประเทศชิลีเองก็แน่นอนละครับ ในทางกลับกัน คาดหวัง จะให้ประเทศไทยเป็นประตูในการกระจายสินค้าของเขาในภูมิภาคอาเซียนเช่นเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องเป็นการผลักดันกันต่อ เพื่อนสมาชิกอาจจะมีคําถามประเภทว่า แล้วสินค้า และบริการบางตัวมันจะทําให้เกิดผลได้จริงไหม สปา ก็ดี ร้านอาหารไทย หรือกิจการ ประเภทต่าง ๆ ผมก็เรียนว่าในกรอบการตกลงเอฟทีเอ ถ้าประเภทสินค้าหรือบริการใด อยู่ในกรอบความตกลง ก็เป็นเรื่องที่ทั้งสองประเทศจะต้องระบุลงไปเพื่อรักษาเวทีทางการค้า เวทีทางธุรกิจให้กับภาคเอกชนของเราไว้ แต่เวลามีการผลักดัน แน่นอนครับต้องผลักดัน อย่างมียุทธศาสตร์ จะต้องมีการเน้นน้ําหนักไปยังธุรกิจหรือสินค้าบริการที่มีโอกาสสูงกว่า ส่วนสินค้าและบริการที่อาจจะมีโอกาสน้อยกว่าก็จะต้องมีการพยายามผลักดันด้วยมาตรการ เช่น จับคู่ทางธุรกิจ หรืออื่น ๆ ต่อไป เราจะมาคิดว่าอันไหนโอกาสน้อยไม่ใส่ลงไป อันไหน โอกาสไม่ค่อยมากตัดออกไปดีกว่า ก็เกรงว่าจะเป็นการเสียประโยชน์กับภาคเอกชน หากผ่านความตกลงไปในลักษณะดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้อธิบายความ ไปยังเพื่อนสมาชิกผ่านท่านประธานพอสมควรนะครับ แล้วเราก็ยังมีอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเป็น ประเด็นสําคัญเหมือนกันที่จะขอความเห็นชอบจากรัฐสภา เพราะฉะนั้นขอกราบขอบคุณ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ครับ สวัสดีครับ