พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อภิปรายเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลี และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงหลักในการลําดับความสําคัญในการทําข้อตกลง เพื่อให้เห็นชัดเจนว่าประเทศไทยจะได้อะไรบ้าง และไม่ให้ข้อตกลงนี้เป็นรูปแบบเดิม ๆ ที่ไม่มีประโยชน์
เรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ครับท่านประธาน คือผมพยายามได้อ่านข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐชิลีกับรัฐบาลไทย ในวันนี้นะครับ ผมเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าผมมีความข้องใจ แล้วก็อยากจะ สอบถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าข้อตกลงการค้านี้ผมสังเกตมาหลายครั้ง ใน ๒ ปีที่ผ่านมา ทางรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ก็ดี ทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศก็ดี เวลาท่านเอาข้อตกลงต่าง ๆ มาเข้าสภาแห่งนี้ตามรัฐธรรมนูญ ผมได้อภิปรายหลายครั้งครับว่าวันนี้อยากให้ทางท่านรัฐมนตรีวันนี้กรุณาได้ตอบได้ไหมครับ ว่าท่านใช้หลักในการลําดับความสําคัญในการทําข้อตกลงต่าง ๆ เพื่อจะเข้าสภานี้อย่างไร อย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้กรุณาอภิปรายไว้ ผมเห็นว่าเวลามันจวนตัวมากมันเป็นการมัดมือชกสภามาโดยตลอด เอาเข้าวันนี้อีก ๒ วัน ไปเซ็นสัญญากับเขา กับที่สําคัญที่สุดก็คือว่าผมอยากเห็นครับท่านประธานฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรี ผมอยากเห็นว่ารัฐบาลนี้ตอบหน่อยได้ไหมครับว่ามีข้อตกลงอะไรบ้างที่มันมี ความสําคัญ แล้วเรียงลําดับความสําคัญว่าประเทศไหนที่เราควรจะต้องไปเซ็น เพราะรัฐบาล ได้มียุทธศาสตร์ว่าอยากจะช่วยอุตสาหกรรม อยากจะช่วยภาคการผลิตของประเทศไทย อยากจะช่วยการส่งออกของประเทศไทย ท่านลําดับความสําคัญหน่อยได้ไหมครับ ไม่ใช่ พอเขาจะมาเยือนประเทศไทย ท่านก็พยายามหาเวลาเรียกประชุม รบกวนเวลาของสภา ให้ท่านประธานได้เรียกประชุม รัฐสภาเพื่อใช้แนวทางในการผ่านสภาตามรัฐธรรมนูญ แล้วรูปแบบในการนําเข้ามาเดี๋ยวผม จะอภิปรายว่าเป็นรูปแบบเดิม ๆ เลยครับ ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรี ผมเชื่อว่า ท่านอ่านท่านก็คงเบื่อเหมือนกันก็เป็นรูปแบบที่ทํามาเดิม ๆ ไม่ได้มีสาระอะไรที่ให้เห็นเลยว่า ทําไมประเทศไทยจะได้อะไรมากน้อยแค่ไหน ท่านมีโอกาสได้ไปถามนักธุรกิจผู้ประกอบการ หรือยัง และที่สําคัญที่สุดมันมีอีกหลายเรื่องมีข้อสนธิสัญญาตั้งแต่สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ผลักดันและเตรียมเอาไว้ ท่านเอาไปไว้ไหนครับ ลําดับความสําคัญในการ นําเข้ามาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนร่วมต่อประเทศไม่มีครับ แล้วถึงเวลาก็เอาเข้ามา ผมจําได้ เมื่อครั้งที่แล้วไม่นานมานี้เอาเข้ามาที ๔ ฉบับ ประเทศอะไรผมก็ยังจําชื่อประเทศยังไม่ได้เลย เหมือนกันวันนี้ผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างให้ทางท่านนายกรัฐมนตรีว่ามีสั้น ๆ อยู่เรื่องหนึ่ง ผมฟังแล้วก็อ่านในบทสรุปที่ได้เสนอเข้ามาในทีนี้ว่า พยายามจะผลักดันในเรื่องของ อุตสาหกรรมถ้าเกิดผ่านข้อตกลงอันนี้ไปก็จะมีในเรื่องของรถยนต์ก็ดี ในเรื่องของ ปลากระป๋องก็ดี ในเรื่องของการขนส่งอุปกรณ์ต่าง ๆ ผมเรียนท่านรัฐมนตรีครับ ผมได้ สอบถามเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสุกิจ ก้องธรนินทร์ ของจริงเลยครับ ท่านได้ไปทําธุรกิจของครอบครัวที่ทํามานานได้ส่งน็อตกับสกรูพวกตัวน็อตต่าง ๆ ลองไปเปิด ตลาดที่ประเทศชิลี ปรากฏว่าพอไปถึงทํายังไม่ทันไรเลยครับ บวกค่าส่ง บวกค่าเดินทาง บวกกระบวนการในการขนส่งทั้งหลายก็ต้องหยุดครับ เพราะระยะทางระหว่างประเทศไทย ไปประเทศชิลีโดยความคุ้มทุนมันไม่มีครับ และยิ่งผมเห็นท่านบอกว่าท่านจะส่งเสริม อุตสาหกรรมกล้วยไม้ ฟาร์มกุ้ง มันจะเป็นไปได้อย่างไรครับ ขนาดน็อตกับสกรูซึ่งมันไม่เสีย มันยังไปไม่ทันเลยครับ ไปไม่ถึงเลยครับ ผมถึงบอกว่ารูปแบบในการทําการศึกษา รูปแบบ ในการทําสรุปความสําคัญไม่มีครับ ก็เป็นรูปแบบเดิม ๆ ก็เขียนไป จุดอ่อน จุดแข็งก็เขียนไป เป็นรูปแบบฟอร์แมท (Format) มา แล้วถึงเวลาก็เอามาให้สภาได้อนุมัติ และที่ผมเจ็บใจ มากที่สุดและเสียใจมากที่สุดฝากท่านประธานไปก็คือว่าทุกครั้งที่มีการทําข้อตกลง สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ท่านจะอ้างตลอดเวลาเป็นธุรกิจบริการ แล้วก็ธุรกิจนวดสปา แล้วก็ร้านอาหารไทย อันนี้ก็เหมือนกันครับ อันนี้ก็เป็นรูปแบบปกติไม่ว่าจะไปทํากับใคร ก็อ้างเรื่องนี้ครับ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านไปศึกษาหรือยังว่าคนชิลีเขาอยากจะรับประทาน อาหารไทย เมื่อไปแล้วจะมีถึง ๕๐-๑๐๐ รายไหมที่จะได้ประโยชน์จากการที่ท่านไปเซ็น ข้อตกลงอันนี้ คงมีบ้าง แต่ก็คงเป็นส่วนน้อยครับ ประชากรในชิลีมีอยู่ ๑๖-๑๗ ล้านคน ท่านบอกท่านจะไปทําสปา จะไปทําร้านอาหาร ธุรกิจบริการก็เป็นรูปแบบเดิม ๆ เหมือนที่ ท่านเอาเข้ามาว่าไปทํากับจีนกับประเทศอื่น ๆ แต่ถามว่ารายละเอียดในการศึกษาจริง ๆ เพื่อวิเคราะห์และเป็นประโยชน์กับประเทศมีหรือไม่ ผมไม่เห็นครับ ไม่นับว่าอุตสาหกรรม ภาคการผลิตก็ดี อุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมเบาที่เขาดําเนินการอยู่ในประเทศไทย ขณะนี้ท่านทําอะไรบ้างหรือยัง ๓๐๐ บาทท่านก็โยนภาระให้เขา น้ําท่วมเมื่อปี ๒๕๕๔ นิคมอุตสาหกรรม ๗ นิคม บอกเอาอยู่ก็พังหมด วันนี้ท่านกลับไปดูเขาหรือยังครับ แล้วท่าน บอกว่าท่านจะส่งออกไปโน้นไปนี่ ผมดีใจถ้าเกิดท่านทํากับประเทศที่มันมีความจําเป็น แล้วก็มีความสําคัญจริง ๆ เพราะถ้าท่านทําจริง ๆ ผมเชื่อครับว่าตัวเลขการส่งออกคงไม่ลด พรวดพราดลงมาทุกปีแบบนี้ แล้วผมก็เฝ้าคอยดูว่าถ้าไปเซ็นกับประเทศชิลีในครั้งนี้ ตัวเลข การส่งออกมันเยอะขึ้นหรือไม่ ผมไม่เชื่อครับ ผมถึงต้องฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการไม่มา ผมก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ไปครับว่า ตัวเลขการส่งออกมันเป็น ความเจ็บปวด เป็นความชอกช้ําของประเทศไทยครับ น้อยมากในทุก ๆ รัฐบาลมีการเพิ่ม ตัวเลขการส่งออกอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เป็นหน้าเป็นตาเป็นกําลังใจให้กับภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต แม้กระทั่งผู้บริโภค แต่วันนี้ตัวเลขคาดการณ์ออกมาตกตลอด แล้วอยู่ดี ๆ วันนี้ ท่านมาท่านก็อ้างอิงผม ให้ท่านรัฐมนตรีดูในหน้า ๒๘ ครับ ผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี ได้อ่านตรงนี้หรือไม่ แต่ผมเข้าใจว่าเป็นข้าราชการได้ทําขึ้นมาเป็นบทสรุปก็อ้างอิงไปถึงจะทําธุรกิจสปา ร้านอาหาร นวดไทย ค้าปลีก ค้าส่ง สถาปัตย์ ก่อสร้าง ท่องเที่ยว โรงแรม มันจริงหรือครับ ท่านประธาน ถามท่านรัฐมนตรีมันจริงเท็จแค่ไหนประเทศชิลี ผมถึงมีความจําเป็นที่จะต้อง เรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าเป็นไปได้อยากให้ท่านกรุณาไปลําดับ ความสําคัญของข้อตกลงที่จะมีข้างหน้านี้นะครับ เอาละครับวันนี้เขาจะมาอยู่ ๒-๓ วันนี้ ผมเชื่อว่าอย่างไรด้วยเสียงข้างมากท่านก็คงต้องให้ผ่านไป แต่ผมอยากจะฝากไปว่าในอนาคต อันใกล้ถ้าสามารถลําดับความสําคัญได้ว่าอะไรที่เป็นประโยชน์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ประเทศ ที่เราควรจะต้องไปรีบเซ็นสัญญากับเขาแล้วเราจะได้ประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรม ต่อการส่งออกของประเทศผมคิดว่าจะดีกว่า ดีกว่าที่จวนตัวแล้วเอาเข้ามาแบบนี้แล้วก็ มาตอบกัน ทํากันลวก ๆ แบบนี้แล้วก็ผ่านกันไปโดยที่เหมือนกับไม่ผ่านไม่ได้เพราะเขาจะมา อยู่แล้ว มันก็เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ต้องต้อนรับในฐานะ ผู้นําประเทศ อันนี้เราก็เข้าใจแต่ผมคิดว่าในสาระสําคัญในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกรัฐสภา ผมอยากให้รัฐบาลได้ให้ความสําคัญและเรียงลําดับความสําคัญให้ชัดเจนว่าอะไรคือสิ่งที่ควร มาก่อน อะไรคือสิ่งที่เราไปเจรจา ยุทธศาสตร์อะไร อุตสาหกรรมอะไรที่เราไปเซ็นกับเขาแล้ว เราจะได้ประโยชน์ เรียงมาเลยครับ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ อะไร ข้าว เมื่อสักครู่ผมได้ยิน ท่านสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าข้าวก็อาจจะเป็นเป้าหมายหลักที่เราจะส่งไปชิลี ผมก็ไม่เห็น ในนี้ครับว่าตกลงไปเซ็นแล้ว คราวนี้ข้าวจะส่งไปให้เขาเท่าไรครับ ส่งจริงไหม ตัวเลข การส่งออกด้านอื่น ๆ จะดีขึ้นอย่างไร ผมก็ขออนุญาตท่านประธานสั้น ๆ ครับว่าชิลีก็เป็น ส่วนหนึ่ง ผมอยากให้เป็นตัวอย่างให้กับรัฐบาลว่าจากนี้ไปการจะนําอะไรเข้ามาในสภา โดยเฉพาะในข้อตกลงต่าง ๆ ท่านลําดับความสําคัญมาหน่อยได้ไหมครับว่าจะได้ประโยชน์ อะไร แค่ไหน มากน้อย ตัวเลขการส่งออกจะได้ดีขึ้น พวกเราก็จะได้สบายใจขึ้นครับว่าชาวไร่ ชาวสวน ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตก็จะได้รู้สึกว่ามีความหวังกับรัฐบาลชุดนี้บ้าง แต่ไม่ใช่นึกอะไรก็อยากจะหยิบอะไรเข้ามาแล้วก็เอาเข้ามาเพราะเขาจะมา แล้วพวกเรา ก็ต้องมาพูดไปภายใต้ประมาณ ๑๐ กว่าแผ่นนี้ละครับ ผมคิดว่าแบบนี้มันไม่เป็นการส่งเสริม ประเทศ แต่มันเป็นการทําร้ายประเทศ มันทําให้อุตสาหกรรมซึ่งเคยเข้มแข็งของประเทศไทย ต้องล่าถอยแล้วก็ถดถอยเพราะเราไม่มียุทธศาสตร์ นึกอยากหยิบอะไรก็หยิบขึ้นมา อุตสาหกรรมก็ต้องไปศึกษาให้ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมภาคไหนคือสิ่งที่ท่านต้องเอาจริงเอาจัง นี่ยังดีนะครับเป็นชิลี ถ้าเป็นประเทศอื่นผมเชื่อว่าท่านคงใส่เข้าไปอีกว่าก็มีอาหารฮาลาล ซึ่งจะต้องส่งเสริมด้วย ซึ่งก็ได้ยินจนชินแล้วแต่วันนี้ก็ไม่ทราบอยู่ไหนครับ รัฐบาลนี้ให้ ความสนใจขนาดไหนผมก็ไม่ทราบ แต่ผมก็อยากให้ท่านได้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้บ้าง เพราะตัวเลขการส่งออกมันตกลงทุกที แล้วมันทําให้ประเทศเสียหาย ผมก็ขออนุญาตฝาก ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีสั้น ๆ นะครับเพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคตให้มันได้มี การจัดการที่ดีแล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยรวม อย่าเอาแต่อนาคตข้างหน้า ใครมาก็เอาเข้ามาใช้สภาแห่งนี้ ใช้เสียงข้างมากแล้วก็ผ่านไปเพื่อจะได้ไปเซ็นสัญญากับเขา ในวันพรุ่งนี้และวันมะรืนนี้ ผมคิดว่านี่เป็นการบริหารจัดการที่ไม่น่าจะเหมาะสมกับ การบริหารประเทศแบบนี้ โดยเฉพาะในเรื่องของการส่งออกแล้วก็การค้าระหว่างประเทศ ขอบคุณท่านประธานครับ