ชรินทร์ หาญสืบสาย หารือเรื่องความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลีและขอให้รัฐสภาเร่งพิจารณา
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดตาก ก่อนอื่น ผมก็ใคร่ขอชมเชยสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่จัดเตรียมเอกสารประกอบ การพิจารณาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับชิลีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง และการแก้ไข ความคลาดเคลื่อนในตารางความผูกพันการเปิดตลาดเสรีของไทย คือแม้เอกสารจะไม่ยาว แต่ว่าสามารถรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ได้ครบครัน คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกทุกท่าน เป็นอย่างดีนะครับ เรื่องการจัดทําการค้าเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ผมว่าทางรัฐสภาเรา ก็ได้พิจารณากันหลายร่างหลายฉบับ ผมก็แน่ใจว่าพวกเราต่างตระหนักถึงความสําคัญ ของเอฟทีเอหรือว่าเขตการค้าเสรีในยุคการค้าปัจจุบัน เพราะว่าในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมานี้ ความพยายามของประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้ ต้องการที่ให้การค้านี้นะครับ มันขับเคลื่อนไป อย่างรวดเร็ว มีอุปสรรคน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านภาษีอากรหรือว่าสิ่งที่ไม่ใช่ภาษี คือทั้ง ทาริฟ (Tariff) และนอนทาริฟ (Non-Tariff) ที่เป็นอุปสรรคกีดขวาง หรือ แบร์ริเออร์ (Barrier) นะครับ จริง ๆ แล้วประเทศทั้งหลายในโลกนี้ที่ผ่านมาจริง ๆ แล้วเราหวังพึ่งว่า เราจะได้อาศัยองค์การการค้า หรือว่าดับบลิวทีโอที่จะเป็นผู้เปิดการค้า องค์การการค้า ประเทศต่าง ๆ แต่ในรอบหลาย ๆ รอบที่ผ่านมานั้นก็ไปได้ดี แต่จนกระทั่งรอบสุดท้าย คือรอบโดฮาราวด์ (Doha Round) นะครับ เจรจาถึงวันนี้ก็ ๑๑ ปีเศษ ๆ เข้าไปแล้ว ก็ยังไม่สามารถจะตกลงกันได้ ดังนั้นการค้าจึงไม่ค่อยที่จะคล่องตัวเท่าที่ควร แต่ขณะเดียวกัน ก็มีหลายประเทศที่เห็นว่าเมื่อเจรจากันในกรอบพหุภาคีหรือหลาย ๆ ประเทศ ไม่ประสบความสําเร็จ ก็หันมาใช้วิธีการเจรจาประเทศต่อประเทศ คือการแบบทวิภาคี ประเทศหลายประเทศก็สามารถที่จะค้าขายกันได้มากขึ้นโดยอาศัย กรอบการค้าระหว่างกัน เพราะฉะนั้นประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศหนึ่งที่เราต้องพึ่งพา การส่งออกเป็นสําคัญ เศรษฐกิจของประเทศไทยถ้าไม่มีการส่งออกนะครับ เราก็คงจะ ไม่มีเงินมาทํารถไฟใต้ดินหรือว่าทํารถไฟฟ้า หรือสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ มากมาย เหมือนปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการส่งออกถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญของประเทศไทยนะครับ ในเมื่อประเทศต่าง ๆ เขาจับคู่เจรจาการค้ากัน ถ้าหากว่าเราไม่ทําอย่างเดียวกันเราก็จะ ถอยหลัง ขีดความสามารถของเราก็จะสู้ประเทศต่าง ๆ ไม่ได้ พูดถึงเรื่องขีดความสามารถ นะครับที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าคอมเพททิทีฟเนส (Competitiveness) มีการรายงาน ในหลายหน่วยงานที่สําคัญ โดยเฉพาะเวิลด์ อิคอนอมิค ฟอรัม (World Economic Forum) หรือว่าที่ประชุมของเศรษฐกิจโลกที่อยู่ที่สวิสเซอร์แลนด์ ล่าสุดก็รู้สึกของเราจะอยู่ที่ อันดับ ๓๗ อันดับ ๓๘ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าขีดความสามารถของเรามันถอยหลังลงไป แย่ลงกว่าเดิม การส่งออกเป็นเรื่องหนึ่ง การส่งออก การลงทุนเป็นตัวสําคัญที่จะชี้วัดว่า เราไปได้ดีมากน้อยแค่ไหน และในกรณีของชิลีซึ่งเป็นประเทศหนึ่ง ที่จริง ๆ อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีอลงกรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านก็พูดไว้แล้วว่าตั้ง ๑๐ ปีมาแล้ว หรือกว่า ๑๐ ปี ทําให้เราเสียโอกาสมากมาย แทนที่ว่าเราจะได้วัตถุดิบราคาถูกลง ต้นทุนต่ํา แล้วก็ สามารถที่จะส่งออกสินค้าไปให้กับชิลีได้มากขึ้น เราก็ทําไม่ได้ แต่จะเป็นเพราะเหตุใดก็ลอง วิเคราะห์กันดูนะครับว่าทําไมเราถึงดําเนินการล่าช้า ในขณะที่หลาย ๆ ความตกลง เราสามารถทําไปได้รวดเร็ว แล้วก็ทําให้การส่งออกของเรา การค้าระหว่างเรากับประเทศ ต่าง ๆ นั้นมีปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นนะครับ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการค้าระหว่างไทย กับชิลี จากเอกสารที่สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรรวบรวมมานี้นะครับก็จะเห็นว่า ตั้งแต่ในปี ๒๕๕๑ ถึงปี ๒๕๕๕ หรือว่าเป็นระยะเวลา ๔ ปี การค้าของ ๒ ประเทศก็มีการค้า เพิ่มพูนมาโดยตลอด โดยในปี ๒๕๕๕ คือปีที่แล้ว ไทยส่งออกไปถึง ๖๔๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าสัก ๔ ปีเพิ่มขึ้นถึง ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ ส่วนไทยเรานําเข้าจาก ชิลีหรือว่าชิลีส่งมาให้ไทยในปีที่แล้ว ๓๑๕ ล้านเหรียญ แต่เมื่อรวมทั้ง ๔ ปีแล้วก็เพิ่มขึ้น ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อดูตัวเลขนําเข้าส่งออกก็จะเห็นว่าไทยเราเป็นฝ่ายได้ดุลการค้าหรือภาษา ชาวบ้านเรียกว่า ได้เปรียบดุลการค้า นี่ก็เป็นเครื่องชี้อย่างหนึ่งนะครับว่าเรามีโอกาสดีมาก ที่จะค้าขายกับชิลี แต่ว่าที่บอกว่าเพิ่มขึ้นถึง ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ ส่งออกที่ไทยเราส่งไปชิลี ในรอบปี ๔ ปีส่งออกเพิ่มขึ้นถึง ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มากเลยนะครับ ศักยภาพที่เราจะ ส่งสินค้าให้กับชิลีนั้นมากกว่านี้อีกมากมายนะครับ ดูนะครับ ตัวอย่างสินค้าที่เราส่งไป ไม่ว่า จะเป็นยานยนต์ ปลากระป๋อง เครื่องใช้ไฟฟ้า ยางและก็ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก แล้วก็ เครื่องวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปูนซีเมนต์ ซึ่งศักยภาพก็สูงมาก และโอกาสที่เราจะ เปิดตลาดข้าวซึ่งเรามีปัญหาค่อนข้างจะมากว่าไม่มีประเทศที่จะรองรับ รวมทั้งตลาดข้าวนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีการทําเขตการค้าเสรีหรือว่าเอฟทีเอระหว่าง ๒ ประเทศนะครับ ผมก็เชื่อและมั่นใจว่าเราจะสามารถสิ่งสินค้าดังกล่าวข้างต้นเมื่อสักครู่นี้ไปให้ชิลีได้มากขึ้น และขณะเดียวกันก็จะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะนําสินค้าจากชิลีมามากขึ้น พวกนักดื่มสุรา คอไวน์ทั้งหลายนะครับ ท่านคงจะทราบดีนะครับว่าเหล้าองุ่นหรือไวน์ของชิลีนั้นราคาไม่แพง แต่ว่าคุณภาพก็ไม่เป็นรองใครนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะทําให้การค้า ๒ ฝ่ายมีปริมาณ เพิ่มขึ้นก็จะมีโอกาสเช่นเดียวกันนะครับ ชิลีมีสินค้าที่เราจะสามารถนําเข้า เช่น พวกทองแดง พวกสินแร่เหล็ก แล้วก็แร่ธาตุต่าง ๆ อีกมากมาย รวมทั้งปลาป่นด้วยนะครับ ผมเองได้เคยไป ประเทศชิลีเมื่อประมาณสัก ๑๐ ปีที่ผ่านมานะครับ ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิกทุกท่านว่าชิลีมีความรู้เรื่องประเทศไทยมากพอสมควร แล้วก็มีทัศนคติที่ดีต่อคนไทยมาก ๆ นะครับ มองประเทศไทยในแง่ดีนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าการเพิ่มศักยภาพ กระชับความสัมพันธไมตรีระหว่างกันให้มากขึ้น โดยการทําเอฟทีเอ ระหว่างกันก็จะทําให้การค้าและการลงทุน ๒ ฝ่ายเพิ่มขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยนะครับ ในโอกาสที่ ประธานาธิบดีของชิลีจะมาเยือนประเทศไทยในต้นเดือนตุลาคม ตอนนี้ก็ต้นเดือนแล้ว ผมยังไม่ได้ทราบข่าวเลยว่าต้นเดือนนั้นวันที่เท่าไรกันแน่นะครับ ที่จะมาประเทศไทย แวะประเทศไทยก่อนที่จะไปประชุมเอเปค ที่อินโดนีเซียนะครับ ผมว่าอันนี้ก็เป็น โอกาสอันดีมากเลยที่ทางรัฐสภาเราจะต้องผ่านความตกลงฉบับนี้นะครับ เพื่อว่า ท่านประธานาธิบดีชิลีจะได้เป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงระหว่างกันนะครับ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อเราพิจารณาถึงผลดีผลเสียของการจัดทําเขตค้าเสรีระหว่างกัน นะครับ แน่นอนว่าก็คงมีบ้างหรอกว่าเราเสียเปรียบได้เปรียบ จะเสียเปรียบอย่างนั้นตรงนี้ แต่การทําการค้า การทําความตกลงลักษณะนี้นะครับ ผมต้องเรียนความเห็นเลยว่า เราจะต้องมองระยะยาวไม่ใช่มองระยะสั้นหรือมองระยะเฉพาะหน้า การทําเขตการค้าเสรี ระหว่างกันมันจะทําให้สินค้าของเรานั้นมีโอกาสที่จะเข้าไปขายในประเทศคู่ความตกลงของ เรา โดยเสียค่าใช้น้อยที่น้อยลงคืออย่างน้อยที่สุดเสียภาษีน้อยลงแล้ว เสียภาษีน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะทางไกลมากนะครับ การเดินทางจากไทยไปชิลี ชิลีมาไทย จําได้ว่า ไม่ต่ํากว่า ๒๐ ชั่วโมงนะครับ ๒๑-๒๒ ชั่วโมง เพราะฉะนั้นการค้านี้ ระยะทางไกลก็จะต้องเสีย ค่าขนส่งค่อนข้างจะแพงอยู่แล้ว ค่าขนส่ง ฉะนั้นถ้าหากว่าไทยได้ภาษีลดลงมา คือทางชิลีเอง เขาลดภาษีลง เพราะว่าเรามีข้อตกลงกัน แล้วถ้าชิลีส่งมาให้ประเทศไทย แล้วเราเองก็ต้องลด ภาษีให้กับเขา ตามข้อแลกเปลี่ยนครับอันนี้จะเกิดประโยชน์ทั้ง ๒ ฝ่าย อาจจะมีการเสียเปรียบ ได้เปรียบกันบ้าง แต่ขอให้มองระยาว การทําข้อตกลงระยะยาวแล้วจะเป็นประโยชน์ระยะยาว อย่างไม่ต้องสงสัยนะครับ อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อที่น่าคิดเหมือนกันว่าเมื่อทําการค้า เขตการค้าเสรีเรียบร้อยแล้ว เอฟทีเอเรียบร้อยนี่นะครับ สิ่งที่น่าวิตกและน่ากลัวคือว่า แล้วเอกชนของเราจะรู้ประโยชน์ไหม จะทราบหรือเปล่า แล้วจะใช้ประโยชน์มากน้อย เพียงใด คุ้มค่ากับความพยายามของภาครัฐที่อุตส่าห์ริเริ่มให้มีการเจราระหว่างกัน จากการเสียเงินค่าใช้จ่ายไปก็มากมายพอสมควรนะครับ แต่ว่าเมื่อมีความตกลงขึ้นมาใช้ แล้วเราได้ใช้ประโยชน์มากน้อยแค่ไหน คุ้มค่าหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก็ใคร่จะขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังทางท่านรัฐมนตรีว่า เรามีแผนอย่างไรว่า เมื่อทําความตกลงเรียบร้อยแล้วเอกชนของเราจะใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ สมกับที่รัฐบาล เห็นความสําคัญ หรือเอกชนบางฝ่ายเองก็เรียกร้องว่าอยากจะให้ดําเนินการโดยเร็วที่สุด นะครับ ก็จากการพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ โดยรอบด้าน ผมคิดว่าสาระสําคัญของความตกลง อันนี้ก็มีเนื้อหาความตกลงที่จะต้องตกลงกัน ที่ ๒ ฝ่ายได้ตกลงเห็นชอบแล้ว คือตาราง ข้อผูกพันในการค้าต่าง ๆ และต่อมาก็คือเอกสารที่เกี่ยวข้องคือทั้ง ๓ ภาษานะครับ ไทย อังกฤษ แล้วก็สเปน แล้วก็การแก้ไขความคลาดเคลื่อนในตารางข้อผูกพัน ซึ่งก็เป็น เรื่องปกติ การทํางานมันก็จะมีการผิดพลาดกันบ้าง แต่ว่าการแก้ไขตัวเลขความคลาดเคลื่อน ในตารางข้อผูกพัน รัฐบาลไทยกับรัฐบาลชิลีก็มีความเข้าใจสอดคล้องต้องกันแล้ว เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าผมจะขอสนับสนุนความตกลงนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย และการส่งออกของไทยต่อไป ขอบพระคุณมากครับ