เกียรติ สิทธีอมร เสนอแนะว่าเอกสารที่ส่งมาให้สมาชิกสภาอนุมัติควรส่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ เพื่อให้สมาชิกมีโอกาสศึกษาและอภิปราย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการเปลี่ยนแปลงรายการสินค้าระหว่างเจรจากับฝ่ายรัฐมนตรี และความไม่สอดคล้องกันของภาษาในข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษที่ถูกใช้เป็นหลัก นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการอนุมัติภาษาสเปนและขออนุมัติข้อตกลงการค้าระหว่างไทย-ชิลี และเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงรายละเอียดและปฏิบัติตามกระบวนการครบถ้วนตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอบคุณท่านประธานครับ ที่เรียงตามคิวนะครับ ผมก็ขอร่วม ตั้งข้อสังเกตในเรื่องที่ส่งเป็นวาระเข้าสภาในวันนี้นะครับ
ประการแรกครับท่านประธาน เอกสารที่ส่งมาให้มันได้รับวันนี้นะครับ แล้วมี ทั้งหมด ๓ ตั้ง และท่านประธานก็จะให้พวกเราอนุมัติเอกสาร ๓ ตั้งนี้ ภาษาสเปนนี่ ผมยังหาคนแปลไม่เจอเลยครับ ไม่ได้ให้โอกาสเราเลย เอกสารที่มีความละเอียดอ่อน และมีสาระสําคัญมากขนาดนี้ครับท่านประธานครับ ท่านบรรจุวาระโดยไม่ส่งเอกสาร ให้ล่วงหน้า ๑ อาทิตย์ไม่ได้หรอกครับ ใครจะศึกษาครับ มันก็กลายเป็นว่าโดยกระบวนการ ของมันเองจะทําให้สมาชิกไม่กล้าอภิปรายครับ ยกเว้นคนที่ติดตามใกล้ชิดเท่านั้น คนที่เหลือ ไม่มีสิทธิอภิปรายเลยครับ ผมว่ากระบวนการตรงนี้ครับต้องขอเรียนท่านประธานว่า ต้องปรับปรุงครับ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่มีความสําคัญครับ แล้วรู้ล่วงหน้าว่าจะบินมาวันที่ ๔ ที่จะมาลงนามกันนี้ รู้ล่วงหน้ากันเป็นอาทิตย์ครับ ไม่ใช่เพิ่งรู้ครับ เพราะฉะนั้นต้องขอ กราบเรียนท่านประธานว่ากระบวนการของสภาของเราเองก็ต้องปรับปรุง เพราะไม่อย่างนั้น สมาชิกจะมีเพียงไม่กี่คนที่จะลุกขึ้นอภิปราย เพราะไม่มีโอกาสศึกษา แต่เป็นความตกลง ที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง
ประการที่ ๒ ที่ผมได้อ่านอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ติดตามใกล้ชิดนี้นะครับ ก็จับประเด็นได้ว่าที่ท่านเอาเข้ามาสภาวันนี้ เพราะมันมีความคลาดเคลื่อน อันนี้ก็ถูกต้อง และก็เขียนไว้ในเอกสารอยู่แล้ว และท่านรัฐมนตรีก็รายงานกับสภาอยู่แล้ว แต่อยู่ดี ๆ แค่บอกว่า คลาดเคลื่อน แล้วก็ขอเข้าสภานะ พลาดไปแล้ว ข้าพเจ้าพลาดไปแล้ว โปรดอภัย ให้ข้าพเจ้าเถิด และช่วยอนุมัติให้ด้วย เป็นอย่างนั้นหรือครับ ความตกลงสําคัญขนาดนี้ พลาดได้ขนาดนี้ ผมต้องการทราบว่าใครทําผิดครับ ใครพลาด พลาดที่ใคร อยู่ดี ๆ มาบอก พลาดกันขนาดนี้ครับ มันไม่ได้หรอกครับท่านประธาน นี่คือสภาครับ นี่คือรัฐสภาครับ การทํางานของหน่วยงานของรัฐและฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง ต้องรับผิดชอบครับ แสดงว่า เอกสารที่ส่งให้เข้าสภานี่ครับ มันผิดตั้งแต่วันที่ส่งเข้ามา และเมื่อมีความคลาดเคลื่อนแล้ว อะไรคือหลักประกันว่าที่เหลือนี่ ที่ผ่านมามีอะไรคลาดเคลื่อนอีกไหม แล้วจากนี้ไปจะมีอะไร คลาดเคลื่อนอีกไหม ถ้าไม่มีการสอบข้อเท็จจริงว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร ตรงนี้ผมคิดว่า สําคัญนะครับท่านประธานครับ เราจะมองว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ ไม่ได้ครับ พอเอาเข้าสภา เอาอย่างไรเดี๋ยวสภาก็อนุมัติให้ แต่พลาดได้อย่างไรครับ เรื่องที่เป็นสาระสําคัญขนาดนี้ ที่พลาดประเด็นแรกก็คือว่าท่านบอกว่า มันมีรายการโควตาภาษี ซึ่งเคยใส่เข้าไปเอาไปเจรจา ท่านประธานครับ คนติดตามองค์การการค้าโลกรู้ดีครับ โควตาภาษีเขาเลิกใช้ตั้งนานแล้ว พลาดได้อย่างไรครับ ผมไม่เข้าใจครับ คนที่จะทําด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ รู้ตั้งนานแล้วครับ เรื่องนี้ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเลยนะครับ อัตราภาษีฐานไปเขียนมาจากไหน ไปลอกมาจากไหนภาษีฐาน เอาเข้าสภาผิดได้ และวันนี้ขอแก้ รัฐมนตรีหน้าแตกครับ อย่างนี้ครับ รัฐบาลเองก็เสียหน้า เสียความน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่ง นะครับ ต้องทราบว่าที่พลาดมาครั้งที่แล้วมันจะเป็นครั้งเดียวและจะไม่เกิดขึ้นอีก ก็คือ ต้องมีการตรวจสอบว่ามันพลาดเพราะอะไร เพราะใคร และรัฐมนตรีควรจะต้องเป็นคนตอบ ให้ได้
ประการที่ ๓ ที่บอกว่ารายการสินค้าแตกย่อยนะครับ คือท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีครับ แตกย่อยนี่ครับ มันขึ้นอยู่กับวันที่เราเดินไปเจรจากับเขา เราบอกเราจะใช้พิกัดกี่หลักครับ แสดงว่าท่านไปเปลี่ยนใจใช่ไหมครับ เคยจะใช้พิกัด ๖ หลัก ๘ หลัก วันนี้จะใช้ ๔ หลักหรือเปล่า มันไม่ใช่เรื่องความผิดพลาดครับ ผมไม่แน่ใจนะว่า มันเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการไปเจรจา เพราะปกติเขาตกลงกันแต่ต้นว่าจะลงลึกกี่หลักครับ ไม่ใช่รายการแตกย่อย อันนี้ช่วยตอบให้มันชัดเจนหน่อยได้ไหมครับ ว่าจริง ๆ มันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เชื่อครับว่าอยู่ดี ๆ วันที่เดินเข้าไปเจรจาบอกจะคุยกัน ๘ หลัก ซึ่งละเอียดมากนะครับ แล้ววันนี้กลับมาบอกว่าไม่เอาแล้ว ๘ หลัก ขอถอดออกหมดเลย ท่านรัฐมนตรีอาจจะ ไม่คุ้นเคยนะครับเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งเลยครับ แล้วเป็นเรื่องที่อยู่ดี ๆ เขามา เปลี่ยนแปลงระหว่างทางครับท่านประธาน ก็ขอคําอธิบายที่ชัดเจนนะครับว่าสาระ ที่มันเปลี่ยนแปลงไป ใครรับผิดชอบ เกิดขึ้นเพราะอะไร แล้วมีการเปลี่ยนแปลงจากกรอบ การเจรจาที่รัฐสภาเคยให้ไว้หรือไม่ ตรงนี้ขอความชัดเจนนะครับ
ประการที่ ๒ ในเรื่องภาษา ผมคิดว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งแรกที่สภาแห่งนี้ ถูกร้องขอให้เห็นชอบกับภาษาที่ไม่ใช่ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ความตกลงระหว่างประเทศ ที่ผ่านมาเท่าที่ผมทราบจนถึงวันนี้ก็ขอความเห็นชอบภาษาอังกฤษเป็นหลัก วันนี้เอาละ ทางโน้นเขาขอมา ประเด็นที่สําคัญก็คือว่า เราจัดการกับปัญหาการตีความอย่างไร ผมก็ไล่ดู อย่างรวดเร็วในฉบับภาษาไทยที่ท่านส่งเข้ามาในตั้งนี้เขียนไว้นะครับ แต่มันอยู่ในบทบัญญัติ สุดท้าย ไม่ได้อยู่ในบทบัญญัติการระงับข้อพิพาท ท่านฟังให้ดีนะครับ อยู่ในบทบัญญัติ สุดท้าย และหัวข้อที่พูดถึงเรื่องภาษาเป็นหัวข้อเดียว ๑๖.๖ ความถูกต้องของตัวบท ไม่ได้พูดถึงการตีความนะครับ ความถูกต้องของตัวบท แล้วก็เขียนไว้ว่าทั้ง ๓ ภาษานี้ มีความถูกต้องโดยเท่าเทียมกันในกรณีที่แตกต่างกันให้ตัวบทฉบับภาษาอังกฤษมีผลเหนือกว่า ในแง่ความตกลงระหว่างประเทศครับท่านประธาน เขียนอย่างนี้อ่อนที่สุด อ่อนที่สุดแล้วก็ เคยมีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นแล้วเพราะเขียนกันอ่อนอย่างนี้ จริง ๆ จะต้องไปเขียน แยกหมวดเลยครับ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องการระงับข้อพิพาทว่าในการตีความ ข้อตกลงถึงจะมี ๓ ภาษาเท่าเทียมกันให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งท่านเขียนไว้ในรายงาน ส่งให้สภานะครับ แต่คําพูดที่เขียนไว้ในรายงานที่ส่งสภาไม่ตรงกับคําพูดที่ปรากฏในข้อตกลง ท่านประธานช่วยอธิบายทีครับ เอกสารที่รายงานให้สภาฉบับนี้ หน้า ๒ เขียนว่ามีความถูกต้อง เท่าเทียมกัน อย่างไรก็ดีในอนาคตหากเกิดปัญหาในการตีความ ชัดเลยนะครับ มีปัญหา ในการตีความให้ยึดความตกลงฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก เขียนอย่างนี้ถูกครับ แต่ทําไม ไม่อยู่ในข้อตกลงนี้ แสดงว่าเอกสารนี้ท่านให้พวกเราหลงเชื่อว่าที่เขียนไว้ในเอกสารที่เป็น ข้อตกลงนั้นดีแล้วหรือครับ ไม่ตรงกันนะครับ และความหมายในการแก้ปัญหาคําขัดแย้ง ไม่ตรงกันนะครับ ตรงนี้ผมคิดว่ามันเป็นความเสี่ยง และต้องบอกว่าคนที่ไปเจรจานี้ ไม่รอบคอบ ไปยอมให้มีการบันทึกในบทบัญญัติสุดท้าย ไม่ได้พูดในเรื่องของการระงับ ข้อพิพาท ผิดพลาดนะครับ ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมการอนุญาโตตุลาการระหว่าง ประเทศอยู่ ๓ ปี เรื่องอย่างน้ําไปสู่ความขัดแย้งในการปฏิบัติตามข้อตกลงชัดเจน มันขัดแย้ง กันไหมครับท่านประธานว่ามันถูกต้องเท่าเทียมกันหมด เขียนไว้อย่างนี้นะครับ แต่ไม่ได้ บอกด้วยว่าตีความอย่างไร ใช้อะไรเป็นหลัก แต่บอกว่าถ้ามันต่างกันภาษาอังกฤษเหนือกว่า แล้วท่านประธานไปดูนะครับ ฉบับภาษาอังกฤษนะครับ ผมก็เชื่อว่าที่แปลมานี้ก็ไม่ตรงกับ ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษใช้คําพูดถ้อยคําที่เข้มกว่า เข้มกว่าที่แปลมาเป็นภาษาไทย เล็กน้อย แต่ยังเข้มไม่พอและหมวดหมู่จัดไม่ถูก เราเสียเปรียบนะครับ โดยเฉพาะถ้าเมื่อไร เขาจะหยิบภาษาสเปนมาใช้ ตรงนี้ผมคิดว่ารัฐมนตรีต้องชี้แจงให้ชัดเจน ท่านก็คงจะบอกว่า มันเขียนไว้อย่างนี้ไม่มีปัญหาหรอก ภาษาอังกฤษมันเหนือกว่า ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมบอก ท่านนะครับ ผมเห็นมาแล้วว่าขัดแย้งกัน เพราะเขียนอย่างนี้ไม่รู้กี่กรณีแล้ว แล้วท่านกําลัง จะบอกสภาแห่งนี้ช่วยอนุมัติที รอบคอบแล้ว ผมกําลังชี้ว่าไม่รอบคอบและยังไม่เป็นข้อตกลง ตรงที่ สอดคล้องกับบทสรุปที่ท่านเขียนให้กับสภาแห่งนี้ ไม่ตรงนะครับ ถ้อยคําไม่ตรง ผมอยากได้ถ้อยคําที่ท่านเขียนในบทสรุปลงไปในบทความ ในข้อตกลงตรงนี้ คําถามมีอยู่ว่า ท่านพร้อมจะแก้ไหม แก้ได้ไหม แก้กันในสภาตรงนี้ได้ไหม ยังทันนะครับ ควรจะเขียนเลยครับ ตีความเอาภาษาอังกฤษเป็นหลักแค่นั้นละครับ ชัดแล้วครับ แต่ไม่ได้เขียนอย่างนี้ นี่คือประเด็นของภาษา
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ในการที่จะให้สมาชิกอนุมัติภาษาสเปนนี้ หารือท่านประธานจริง ๆ ครับว่า ให้พวกเราทําวิธีไหน ผมไม่รู้ภาษาสเปนเลยครับ มันหมายความว่าถ้าท่านจะให้เราเห็นชอบ เราก็เห็นชอบได้แค่ว่า เพราะฉบับเป็นภาษาสเปน นั้นมีคนรับผิดชอบในการแปล ตรงนี้ใครรับผิดชอบครับ ภาษาสเปนนี้ใครตรวจสอบ ใครแปล ในรายงานที่ท่านส่งมาท่านบอกว่า กรมสนธิสัญญา ถามหน่อยครับใคร ในกรมสนธิสัญญารู้ภาษาสเปนครับ มีไม่กี่คนและไม่มีใครที่มีความสามารถถึงขนาด เป็นนักกฎหมายรู้ภาษาสเปน รู้กฎหมายสเปนในการที่จะอนุมัติแล้วส่งต่อมาให้สภาแห่งนี้ เห็นชอบ ผมว่าที่เราทําได้คือเห็นชอบภาษาอังกฤษ เห็นชอบภาษาไทย ได้ ภาษาอังกฤษ คือมันภาษาสากลอยู่แล้ว แล้วเราก็ทํากันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ให้เราเห็นชอบภาษาสเปน เราก็บอกได้ต้องเห็นชอบแบบมีเงื่อนไข หมายความว่าเห็นชอบตามที่คุณส่งมาและยืนยัน โดยรัฐมนตรีว่าแปลถูก และผู้ยืนยันเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องของการแปลนั้น ๆ ไม่ใช่ ให้สภาแห่งนี้เป็นคนรับผิดชอบภาษาสเปน ท่านประธานเห็นความแตกต่างไหมครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีความสามารถ ขีดความสามารถผมไม่พอที่จะเห็นชอบภาษาสเปน ที่ส่งมาให้เลย แต่ถ้าให้ผมเห็นชอบ เพราะว่ารัฐมนตรียืนยันว่ามันถูกต้องนะครับ และพร้อม จะรับผิดชอบกับความถูกต้องของภาษานี้ ยินดีครับ มันต้องเป็นการรับรองอย่างมีเงื่อนไข ท่านประธานต้องพิจารณาให้ดีนะครับ วันนี้ให้สภาแห่งนี้รับรองภาษสเปน เราทําไม่ได้ ไม่มีใครทําได้สมาชิกในห้องนี้ อันนี้ก็จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ด้วยนะครับ ผมเชื่อว่าประเทศไทย ไม่เคยนะครับ แล้วผมก็ไม่เข้าใจว่าจริง ๆ แล้วท่านไปเจรจาอย่างไร ทําไม่ต้องยอมครับข้อนี้ ทุกประเทศร้องขอหมดครับท่านประธาน แต่ประเทศไทยไม่เคยยอมหรอกครับ เพราะว่า สิ่งที่เราใช้เป็นบรรทัดฐานเป็นหลักสากล ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ภาษาไทยเราก็เอาภาษาไทย ใช้ในประเทศแต่ไม่เป็นหลักของความตกลง ทําไมยอมครับ ขอความรู้หน่อยครับ ไม่เคยเห็น เหมือนกันครับ ยอมได้อย่างไรครับ ยอมแล้วสร้างปัญหาให้พวกเราในฐานะสมาชิกที่จะ ไปอนุมัติในสิ่งที่เราไม่รู้เลย ตรงนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ
ประการต่อมาครับ เรื่องที่ท่านนําเข้า ครม. ก็ดีละครับ แต่ถ้าท่านจําได้ วันที่กรอบการเจรจานําเข้าสภานี้ วันนั้นท่านก็บอกว่าการศึกษาในเรื่องผลกระทบยังพร้อม แล้วรัฐธรรมนูญก็บอกว่ายังไม่ต้องพร้อมก็ได้ วันที่เอากรอบการเจรจาเข้า อันนั้น ทุกฝ่ายยอมรับ แต่วันนี้ วันนี้ที่ท่านเอาเข้าสภานี้เข้ามาพิจารณาครั้งนี้ มันไปถึงวรรคสาม แล้วครับของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ไม่ใช่ไปถึงวรรคสี่แล้วนะครับ ไม่ใช่วรรคสามแล้ว วรรคสามกรอบเจรจา วันนั้นท่านไม่พร้อม ไม่มีใครว่าท่านได้ แต่วันนี้มันมาถึงวรรคสี่ ซึ่งขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน ก่อนที่จะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรี ต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น ทําหรือยัง ประชาชน เข้าถึงหรือยัง และในกรณีที่มีการปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการ แก้ไขหรือเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็วเหมาะสมและเป็นธรรม ท่านกําลัง จะลงนามวันศุกร์นี้ วรรคสี่ท่านทําหรือยังครับ ตรงไหนคือรายงานว่าผลกระทบเป็นอย่างไร กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม มีผลกระทบเป็นอย่างไร และมีมาตรการเยียวยา เขาอย่างไร วันนี้ไม่มีนะครับ ที่ท่านเอามาเข้าสภานี้ไม่มีเรื่องนี้เลย แสดงว่าท่านประธานครับ เรากําลังจะไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ได้ปฏิบัติตามแล้วนะครับ แต่ทุกครั้งถ้าท่านประธานจําได้ เราอนุมัติตอนมันอยู่วรรคสาม ตอนกรอบการเจรจา ซึ่งยัง ไม่ต้องศึกษาสําเร็จ แต่วันนี้มันอยู่วรรคสี่ครับ ตรงนี้ครับ ผมคิดว่าที่รัฐมนตรีเสนอเข้ามา ยังไม่ครบถ้วน ก็ต้องยืนยันกันว่าท่านจะทําอย่างไรต่อครับ แล้วท่านประธานจะให้สภาแห่งนี้ อนุมัติเห็นชอบข้อตกลงนี้ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ปฏิบัติครบถ้วนตามมาตรา ๑๙๐ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ ใครรับผิดชอบครับ ที่เราไม่ทําตามมาตรา ๑๙๐ ใครรับผิดชอบ ที่ผมพูดอย่างนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วยกับการที่จะไปทําความตกลงกับประเทศชิลีนะครับ ท่านประธาน ผมเป็นคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใน กนส. อนุมัติกรอบการเจรจา เพราะผมเห็นด้วยว่า เป็นสิ่งที่ดี แต่ผมไม่เห็นด้วยที่รัฐมนตรีหรือ ครม. จะไม่ทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และจะให้สภาแห่งนี้ สมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องนี้อนุมัติทั้ง ๆ ที่ท่านยังไม่ทํา ตามกระบวนการครบถ้วน ของมาตรา ๑๙๐ ไม่ถูกต้องครับ ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ท่านเอง ตอนอภิปราย ตอนแถลงนโยบายกับสภา ๒ ปีที่แล้ว ผมติงครับ ผมติงรัฐบาล ทําไม กลุ่มประเทศลาตินอเมริกาไม่อยู่ในเป้าหมายสําคัญของท่าน ของรัฐบาล ไม่เขียนนะครับ ไม่ได้อยู่ในนโยบายเลยนะครับ แต่วันนี้ถ้าเขาไม่บินมาท่านคงไม่กระตือรือร้นขนาดนี้ หรอกครับ แต่ตัวเลขมันฟ้องครับท่านประธาน ตัวเลขมันฟ้องว่าไม่ได้สนใจเขาจริง ๆ หรอก วันนี้ท่านมารายงานในสภาแห่งนี้ บอกสําคัญอย่างโน้น อย่างนี้ แต่ในความเป็นจริงตัวเลข ฟ้องมากครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ตัวเลขการค้าไทย-ชิลี วันที่พวกผมเข้ามาดูแลนี้ ปี ๒๐๐๙ ไทยค้ากับชิลี ๓๐๐ ล้านเหรียญ ทราบไหมครับ ปี ๒๐๑๐ เท่าไรครับ เพิ่มขึ้น ๓ เท่าครับ ๘๐๐ กว่าล้านบาท ส่งออก ประเทศไทยเคยส่งออก ๑๓๙ ล้านเหรียญ ปี ๒๐๑๐ ส่งออก ๕๑๔ ล้านบาท ๓.๕ เท่าครับ แต่จากนั้นเป็นต้นมาครับ มันก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ พอปี ๒๐๑๑ หรือปี ๒๕๕๔ หลังจากนั้นต่อมาเพิ่มขึ้นไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ อย่างนี้ เพิ่มขึ้นไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เขาเรียกโตตามธรรมชาติ ไม่ได้โตด้วยการบริหารจัดการ แต่โต ๓ เท่านี้โตเพราะบริหารจัดการ แล้ววันนี้ท่านก็มาบอกว่ามันสําคัญ ต้องรีบอนุมัติ ต้องรีบเซ็น มันจะดีกับเราอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ไม่ได้อยู่ในนโยบายของรัฐบาลเลยครับ ท่านช่วยชี้แจงหน่อยครับ ตอนนี้หมายความว่ารัฐบาลเปลี่ยนนโยบายแล้วใช่ไหมครับ จะให้ ความสําคัญกับกลุ่มประเทศลาตินใช่ไหมครับ กลุ่มประเทศลาตินอเมริกา ท่านประธานทราบไหม ๒-๓ ปีที่แล้วเราค้ากันประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านเหรียญ ทั้งภูมิภาคกับประเทศไทย จริง ๆ มีโครงการที่วางไว้เยอะมากเลยครับ ที่จะทําให้มันขยับได้ไปถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านเหรียญ ภายใน ๒-๓ ปี ผมจัดคณะไปเยือน ท่านประธานทราบไหมครับเขามีออเดอร์ (Order) เลยครับ สั่งเดี๋ยวนั้นเลยครับ แต่รัฐบาลชุดนี้ยังไม่เคยมีคณะไปลาตินอเมริกาเลย สํานักงาน ผู้แทนการค้าไม่เคยไปลาตินอเมริกาเลย แต่วันนี้ท่านเดินมาบอกสภาแห่งนี้ช่วยอนุมัติที มันสําคัญเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่กระบวนการท่านก็ยังไม่สมบูรณ์ตามมาตรา ๑๙๐ ทั้ง ๆ ที่ ข้อความในข้อตกลง ผมคิดว่ามันเป็นข้อความที่กํากวมและสร้างปัญหาได้ ผมคิดว่ารัฐมนตรี ต้องชี้แจงนะครับ ก่อนที่สภาแห่งนี้จะอนุมัตินี่ ขอความชัดเจนในคําถามผมทั้งหมดนะครับ แล้วท่านประธานเองก็ต้องรับผิดชอบด้วยว่า ถ้าจะให้เราเห็นชอบ ทั้ง ๆ ที่มาตรา ๑๙๐ ยังไม่ทําสมบูรณ์ ทําได้ไหมครับท่านประธาน ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วรัฐมนตรีต้องรายงานครับว่า ผลการศึกษาเป็นอย่างไร และมาตรการรัฐบาลจะรองรับเยียวยาคนที่ได้รับผลกระทบ เป็นอย่างไรนะครับ ท่านประธานต้องรับผิดชอบในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ความครบถ้วน นะครับ แล้วก็ขอความกรุณารัฐมนตรีตอบทุกข้อนะครับ แล้วขออย่าใช้เวทีสภาว่าเขาตอบ อย่างไรก็ได้ ไม่ต้องตอบทุกคําถามก็ได้ ผมเจอหลายรอบแล้วครับท่านประธาน เขาตอบแล้ว เขาเลือกจะตอบแค่นี้ให้ประชาชนตัดสิน ไม่ใช่ครับ วันนี้สมาชิกตัดสินครับ ท่านต้องตอบ ทุกข้อที่ถาม เพราะไม่เช่นนั้นเราจะไม่อยู่ในสถานะที่จะใช้ดุลยพินิจในการเห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบได้เลยครับ ขอบคุณครับ