รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖

สมชาย แสวงการ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 10 และ 13 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการไม่ขัดต่อหลักการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการไม่ส่งผลกระทบต่อสถาบันการเมือง และยังเสนอแนะให้ยกเลิกข้อห้ามทั้ง 3 กรณีในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ก็ขออนุญาตกรุณา อย่างนี้ท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเด็น แล้วผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะพูดก็ไม่ยาว ไม่ยาวหรอกครับ มันก็จะจบอยู่แล้ว ถ้าไม่ประท้วงเยอะ ๆ นี้ ก็ไปได้นะครับท่านประธาน จําเป็นต้องอธิบาย เพราะมันจะเกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่แค่ที่นั่งเล็ก ๆ นี้นะครับ ที่นั่งของสมาชิกรัฐสภา เวลาประชุมร่วมกันของรัฐสภานี้นะครับ มัน ๗๐๐ กว่าที่ มันไม่พอจริง ๆ ครับ มันมีเก้าอี้แค่ ๗๐๐ ที่ ท่านประธานก็ยังสร้างสภาใหม่ไม่เสร็จ ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่าสมาชิก วุฒิสภาแต่ละท่านใช้เงินงบประมาณแผ่นดินนี้เฉลี่ย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่คอยบริการ มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ ท่านประธานเป็นประธานของวุฒิสภาทราบดีครับ เฉลี่ยหัวละ ๑๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานแก้ไข ตอนนี้เรามีอยู่ ๑๕๐ คน ก็ประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ท่านแก้ใหม่เป็น ๒๐๐ คน ผมก็ว่าโอเคครับ เป็น ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่แก้แล้วยังให้มีอีก ๗๓ คนนี้ ท่านต้องเปลืองเงินงบประมาณอีกปีละ ๗๓๐ ล้านบาท ๓ ปี เงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธาน ไม่มีความจําเป็นครับ ไหน ๆ เราจะแก้แล้ว พ้นไปเลยครับ ท่านประธาน ให้สุดซอย ให้มีแต่ ส.ว. เลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นี้ก็ทําไป ผมไม่ได้ติดใจอะไร เพียงแต่ผมขอกราบเรียนว่ามันขัดหลักการ มันขัดหลักการ ตั้งแต่ต้น เพราะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอํานาจ มันเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอํานาจไม่พอ ท่านยังไปเขียนซ้ําไว้อีกมาตรา ๑๐ เขียนเกินหลักการเข้ามาอีก เขียนให้พวกผมอยู่ต่อ ทั้ง ๆ ที่ท่านมีเหตุผลและหลักการชัดเจนว่าให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง อันนี้มันเขียนขัดกันเองครับท่านประธาน เรารีบร้อน เราร้อนรนหรืออย่างไรไม่ทราบนะครับ ก็ฝากท่านกรรมาธิการ ผมอยากเห็นท่านแก้ไขกฎหมายให้เป็นที่ประจักษ์กับสังคมว่า แก้ด้วยความรอบคอบสุขุมเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง มิได้เป็นประโยชน์ กับส่วนตน ว่านเครือและพวกพ้องนะครับ ผมกราบเรียนสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ อยากยกข้อความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งส่งถึงท่านประธานแล้ว เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ มาตรานี้ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเห็นว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีเจตนารมณ์ที่จะสร้างความโปร่งใส และสร้างดุลยภาพในฝ่าย นิติบัญญัติ โดยกําหนดให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีหน้าที่สําคัญในการตรวจสอบและ การกลั่นกรองกระบวนการนิติบัญญัติ รวมถึงการพิจารณาเลือกแต่งตั้ง ให้คําแนะนํา หรือให้ ความเห็นชอบให้บุคคลดํารงตําแหน่งในองค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ และการถอดถอน บุคคลออกจากตําแหน่ง วุฒิสภาจึงควรมีความเป็นกลางปราศจากการแทรกแซง ทางการเมือง ดังนั้นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญดังกล่าว จึงควรคํานึงถึงเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญประกอบด้วย การยกเลิกข้อห้ามทั้ง ๓ กรณีดังกล่าว มีลักษณะที่เอื้อประโยชน์ ให้กับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต่าง ๆ สามารถมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ได้ทันที เช่นนี้ย่อมเป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าวแล้วข้างต้น ซึ่งจะส่งผล กระทบต่อดุลยภาพของรัฐธรรมนูญโดยภาพรวม อีกทั้งยังเป็นการเอื้อให้ผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองต่าง ๆ อาจเข้าแทรกแซงและครอบงําวุฒิสภาได้ เป็นการขัดต่อเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้สมาชิกวุฒิสภามีความเป็นกลาง โปร่งใส และปลอดจาก การแทรกแซงใด ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ด้วยความเป็นห่วงนะครับว่าเรากําลัง มีปัญหาในมาตรา ๑๐ ที่เราแก้ไขเกินหลักการ และยังคงให้สมาชิกวุฒิสภาสรรหาอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าท่านกรรมการปฏิรูปกฎหมายท่านจะมีความเห็นว่าเห็นด้วยที่ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมา จากการสรรหาเท่าที่เหลืออยู่ ยังคงมีสมาชิกภาพอยู่ต่อไปจนกว่าครบวาระตามบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะให้ได้กําหนดข้อห้ามในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาให้บุคคล ดํารงตําแหน่งหรือถอดถอนบุคคลใดออกจากตําแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากหลักการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การดําเนินการแก้ไขจะต้องไม่ส่งผลให้สถาบัน การเมืองไม่สามารถทําหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ได้ เว้นแต่เป็นกรณีความจําเป็นของ ระยะเวลานั้น อันนี้ความจริงอยู่ในมาตรา ๑๓ แต่ผมพูดเพียงเล็กน้อยแล้วจะจบแล้วครับ ดังนั้นการห้ามสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการสรรหา ซึ่งย่อมมีสถานะเหมือนสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาให้บุคคลดํารงตําแหน่ง หรือถอดถอนบุคคลใดออกจากตําแหน่งตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญนี้น่าจะขัดกับหลักการ ดังกล่าวข้างต้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า อันนี้เดี๋ยวผมจะไปพูดในมาตรา ๑๒ ซึ่งเป็น ประเด็น แต่ว่าในส่วนของมาตรา ๑๐ ท่านบัญญัติให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยังมีสมาชิกภาพอยู่ต่อไป และปฏิบัติหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานและท่านประธานคณะกรรมาธิการครับว่าเป็นการแก้ไข ที่เกินหลักการ เพราะท่านต้องการให้มี ส.ว. มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น แล้วพอแก้ไขเกิน หลักการและรวมถึง