ชานิ ศักดิเศรษฐ์ อภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงในมาตรา ๑๒ ของรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดํารงอยู่และการทําหน้าที่ของรัฐสภา และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา และการดำเนินการของรัฐบาลในสถานการณ์ที่มีการยุบสภา และหารือเรื่องหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา และว่าด้วยการถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งที่มีพฤติกรรมร่ํารวยส่อในทางทุจริต
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ การแปรญัตติในมาตรา ๑๒ ที่ผมทําไว้แล้วก็ได้สงวนความเห็นในฐานะของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนั้น ผมได้สงวนความเห็นไว้ดังนี้ครับ ผมได้ให้ตัดข้อความในมาตรา ๑๒ ซึ่งกําหนดว่าให้สมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งและให้สมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๐ ซึ่งมาจากการสรรหาเท่าที่เหลืออยู่ยังคงมีสมาชิกภาพต่อไปจนกว่าจะครบ วาระตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ข้อความนี้ผมได้เสนอให้ตัด แต่ว่าในก่อนหน้านี้ได้มีการลงมติในมาตรา ๑๐ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับยังคงมีสมาชิกภาพ และปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาต่อไป ความนี้ได้มีการลงมติไปแล้วโดยที่ประชุม เมื่อความนี้ ได้ลงมติไปแล้วทําให้คําแปรญัตติของผมซึ่งได้สงวนความเห็นไว้นั้นไม่มีความจําเป็นที่จะ เสนอให้ตัดอีกต่อไป แต่เนื่องจากในมาตรานี้คณะกรรมาธิการได้มีการเพิ่มเติมข้อความขึ้น ผมจึงจะอภิปรายเพื่อกราบเรียนกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าผมไม่เห็นด้วย กับข้อความที่เพิ่มเติมขึ้นของคณะกรรมาธิการ ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาทางหลักการซึ่งได้บัญญัติ เพิ่มเติมไว้อย่างนี้ครับ ซึ่งถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม นั่นก็คือว่าเมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกา กําหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเป็นการทั่วไปตามวรรคหนึ่งแล้ว สมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๐ จะปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาให้บุคคลดํารงตําแหน่งหรือถอดถอน บุคคลใดออกจากตําแหน่งตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมิได้ จนกว่าสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมาจากการเลือกตั้งทั่วไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้เข้าปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานครับ ข้อความที่เพิ่มเติมนี้เป็นปัญหาสําคัญ เป็นปัญหาทางหลักการที่เป็นการเพิ่มเติมโดยกําหนดให้สมาชิกวุฒิสภานั้นยังคงอยู่ แต่ว่า ขณะเดียวกันได้ไปกําหนดไม่ให้ทําหน้าที่ในขณะนี้ที่ดํารงอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ ผมได้ แปรญัตติไปในมาตราอื่น ๆ มา ๒ รอบแล้ว รอบนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกัน ที่ผมบอกว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องเดียวกันนั้นก็เพราะว่าการดํารงอยู่ของวุฒิสมาชิก การมีหรือไม่มี วุฒิสมาชิก การดํารงอยู่หรือไม่อยู่ของวุฒิสภาจําเป็นต้องดํารงอยู่เพราะเขามีอํานาจหน้าที่ เมื่อเราให้อยู่ แล้วไม่ยอมให้ การไม่ยอมให้มีอํานาจหน้าที่ สิ่งนี้จึงเป็นปัญหาที่ขัดแย้งกันอยู่ในทางหลักการ และสิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่ขัดกับเจตนารมณ์ของการมีหรือไม่มีวุฒิสภาอย่างแน่นอน ปัญหานี้ เป็นเรื่องสําคัญครับท่านประธาน ผมกําลังจะบอกกับท่านประธานว่าสมาชิกที่เหลืออยู่ แล้วเขาต้องทําให้เขาอยู่ได้ เพราะเราไปมีบทบัญญัติให้อยู่ แต่เมื่อบทบัญญัติให้อยู่แล้วเราไปมีบทบัญญัติเพิ่มเติมไม่ให้ เขาทําหน้าที่ การทําหรือไม่ทําหน้าที่ไม่อาจบอกได้ว่าเรื่องใดสําคัญหรือไม่สําคัญ ทุกเรื่องที่ สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อเป็นไปตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญจึงเป็นปัญหาของโครงสร้างแห่งรัฐ เมื่อเป็นปัญหาของโครงสร้างแห่งรัฐจะใช้ อํานาจอย่างไร ใช้อํานาจเมื่อใด ใช้อํานาจด้วยวิธีการใดจึงเป็นเรื่องที่ถูกกําหนดไว้ โดยรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ท่านประธานครับ กําหนดไว้อย่างไรครับ ถ้าเรากําหนดให้เขาต้องมี หน้าที่เราต้องให้เขามีทั้งฐานะ แล้วเราต้องให้เขาได้ทําหน้าที่นั้นอย่างสมบูรณ์ในสภาด้วย วุฒิสภาเขามีหน้าที่อะไรครับ ท่านประธานครับ วุฒิสภาจะนึกเอาเองว่าอยากจะทําหรือไม่ อยากทําอะไรนั้นไม่ได้อย่างแน่นอน วุฒิสภาจะต้องทําตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนด มีเรื่องใหญ่ที่จะต้องกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่าวุฒิสภาไม่ว่าเวลาใดถ้าเขายังดํารงอยู่ เขาจะต้องทําหน้าที่เรื่องใหญ่ ๓ ประการด้วยกันครับ
ประการแรกก็คือว่าเขาต้องทําหน้าที่รัฐสภา แล้วรัฐสภานั้นเมื่อวันที่เขามี สถานะอยู่ สมาชิกส่วนหนึ่งไปเลือกตั้ง แต่ส่วนหนึ่งเขาอยู่ เขายังต้องร่วมอยู่ในการทําหน้าที่ สมาชิกรัฐสภา หรือท่านประธานจะทราบไหมครับว่าในขณะที่เรากําลังเลือกตั้งสมาชิก วุฒิสภาอยู่ หรือประกาศวัน เวลา ของการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภานั้นอาจจะมีการยุบสภา เกิดขึ้นก็ได้ เมื่อมีการยุบสภาเกิดขึ้นก็ได้ นั่นก็แปลว่าสมาชิกที่เหลืออยู่เขาต้องทําหน้าที่ รัฐสภา
ประการที่ ๒ เขาจะต้องทําหน้าที่ตามที่วุฒิสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอื่น ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดให้เป็นอํานาจหน้าที่เป็นการเฉพาะ เขาต้องทําหน้าที่นั้น และเวลาแห่งการทําหน้าที่นั้นไม่ได้อยู่ในช่วงของการไปเลือกตั้งหรือไม่ไปเลือกตั้ง ช่วงเวลาที่ เขาอาจจะต้องทําวันนี้ ทําพรุ่งนี้ มันมีข้อกําหนดในการทํา
ประการที่ ๓ เขาต้องทําหน้าที่เฉพาะองค์กรที่ตัวเองกําหนด อย่างเช่น การถอดถอนสมาชิกวุฒิสภาด้วยกันเมื่อมีความผิด เมื่อมีปัญหา เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาต้อง ทําหน้าที่นั้น การไปเขียนว่าไม่ให้เขาทําหน้าที่จึงเป็นเรื่องที่ไม่ชอบ ทําไมหลักการต้องเป็น อย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ นั่นก็เพราะว่าสิ่งที่สําคัญที่สุดที่เราจะพูดถึงบนพื้นฐาน ในสิ่งนี้ก็คือว่าการดํารงอยู่ การอํานาจหน้าที่ที่จะต้องใช้ แล้วก็การทําหน้าที่นั้นมันมีเรื่องที่ ขาดไม่ได้เลย ท่านประธานครับ มันมีอยู่ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่รัฐ ๆ หนึ่ง รัฐชาติก็ดี หรือรัฐประชาชาติก็ดีที่ไม่มีตําแหน่งว่างเลยแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าว่างจะต้องมีคนทําหน้าที่นั้น อย่างชัดเจน เช่น ประเทศทุกประเทศย่อมมีประมุขรัฐ ไม่ว่าจะเป็นประมุขหรือ องค์พระประมุข เวลาแห่งการดํารงอยู่ของประมุขนั้นตามรัฐธรรมนูญกําหนดว่าไม่มีช่วงเวลา ที่ว่างเลย ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงแปลว่าจะต้องทําทันที นี่เป็นเรื่องที่ ๑ ซึ่งเดี๋ยวผมจะอธิบาย รายละเอียดให้ท่านประธานทราบ ผมอภิปรายครั้งนี้ผมคาดหวังต่อคณะกรรมาธิการ อีกเช่นเคยนะครับว่าเราจําเป็นต้องแก้ไขอย่างไร
เรื่องที่ ๒ เรามีรัฐบาล แม้มีการยุบสภา ผู้ที่ทําหน้าที่นายกรัฐมนตรีว่างเว้น ไม่ได้ครับ แม้ว่าจะมีการยุบสภารัฐบาลจะต้องรักษาการ คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องทํา หน้าที่แทน เป็นผู้บริหารประเทศ ไม่มีว่างเว้นแม้แต่วันเดียว นี่คือหลักการที่ต้องทําหน้าที่
ประการที่ ๓ รัฐสภา การดํารงอยู่ของรัฐสภาจะดํารงอยู่ตลอดไป วุฒิสภา อาจจะหมดวาระแล้วไปเลือกใหม่ คนที่ทําหน้าที่รัฐสภาคือสภาผู้แทนราษฎร แล้ววันเวลา ที่สภาผู้แทนราษฎรหมดวาระหรือยุบสภาไปเลือกตั้งใหม่ วุฒิสภาก็ต้องทําหน้าที่รัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทําหน้าที่ประธานรัฐสภาซึ่งมีอํานาจเป็นการเฉพาะ รวมทั้งมีอํานาจ ในรัฐสภา เขาจะต้องมีหน้าที่นี้ รัฐ ๆ หนึ่งตําแหน่งนี้จะขาดไม่ได้เลยแม้แต่วันเดียว นี่เป็นสิ่งที่ ถูกกําหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ศาลยุติธรรม ประธานศาลฎีกา ผู้ดํารงตําแหน่งประมุขของฝ่ายยุติธรรมเป็นตําแหน่งที่อาจจะต้องหมดวาระ แต่ว่าในวันที่ หมดวาระจะต้องมีผู้ทําหน้าที่เป็นประธานศาลฎีกา
องค์ประกอบทั้ง ๔ ประการนี้ ทั้งประมุขรัฐ ทั้งนายกรัฐมนตรี ทั้งรัฐสภา และทั้งศาลกระบวนการยุติธรรม ทั้ง ๔ ประการนี้ท่านประธานครับ เป็นสิ่งว่างเว้นเลย ไม่ได้ แม้แต่นาทีเดียว เมื่อว่างเว้นไม่ได้ การกําหนดให้มีหรือไม่ให้มีจึงไม่ใช่กําหนดตามใจเราว่า กําหนดให้ ส.ว. อยู่ แต่บทบัญญัติก็คือว่ากําหนดไม่ให้ทําหน้าที่ แม้การทําหน้าที่ บางอย่างนั้นก็เป็นปัญหา รัฐสภามีหน้าที่อย่างไรครับท่านประธาน ส.ว. ที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่ง ไปเลือกตั้ง นี่ผมอภิปรายบนพื้นฐานที่ว่าผมได้ยอมรับแล้วนะครับว่าเขาได้โหวต ในมาตรา ๑๐ แล้ว เขายินดีที่จะให้ ส.ว. ที่มีอยู่ ดีอยู่ ถ้าอยู่เขาก็ต้องทําหน้าที่ และเขาต้อง ทําหน้าที่อะไรครับ เขาต้องทําหน้าที่รัฐสภา หน้าที่รัฐสภากําหนดไว้ที่ไหนครับ กําหนดไว้ ในมาตรา ๑๓๖ ท่านกรรมาธิการลองตามผมมาดูสิครับว่าเขากําหนดให้ต้องทําอะไร มาตรา ๑๓๖ ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา ๑๙ ให้การปฏิญาณตนของผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ต่อรัฐสภา ตามมาตรา ๒๑ ให้การรับทราบ การแก้ไขเพิ่มเติมตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบสันติวงศ์ พุทธศักราช ๒๕๑๗ ตามมาตรา ๒๒ การรับทราบหรือให้ความเห็นชอบในการสืบสันติวงศ์ ตามมาตรา ๒๓ ทุกมาตราที่ผมเอ่ยถึง มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ ล้วนแล้วแต่เป็น อํานาจที่ต้องทําและไม่สามารถที่จะกล่าวได้ว่าไว้วันก่อน รอให้เลือกตั้งเสร็จ รอเวลาอื่น มันไม่ได้ทั้งสิ้น เหตุการณ์เหล่านี้มีขึ้นเมื่อใดต้องทําหน้าที่ทันทีเมื่อนั้น และเขาเป็นรัฐสภา คนเดียวด้วยซ้ําไป ถ้ามีการยุบสภาผู้แทนราษฎรซ้อนลงไปในวันนั้น ซึ่งการยุบ สภาผู้แทนราษฎรนั้นบอกไม่ได้ครับท่านประธานว่าปีหน้าจะยุบ ว่าสิ้นเดือนนี้จะยุบ มันเป็นเรื่องของเงื่อนไขทางการเมืองที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาก็จําเป็นต้องยุบสภา การมีมติ ให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องอื่นในสมัยประชุม การให้ความเห็นชอบในการปิดสมัยประชุม ผมจะไปเร็ว ๆ นะครับ การปิด-เปิดสมัยประชุม การตราข้อบังคับ การใช้ความเห็น ล้วนไปถึงมาตรา ๑๓๗ ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาให้ใช้อะไร การกําหนดว่าให้ทํา หน้าที่อย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของวุฒิสภา หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร ในการทําหน้าที่รัฐสภานั้นเป็นการทําตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เมื่อบางประการ กําหนดว่าให้มี หรือกําหนดไว้ให้มีก็ไม่ได้ แต่ว่าในขณะเดียวกันครับท่านประธาน ในมาตรา ๑๓๒ ได้กําหนดยกเว้นไว้อีกเหมือนกันว่าในวันเวลาที่ไม่มีสภาแล้วให้มีการทํา หน้าที่ เขาจะให้ทําอะไรบ้าง เขาก็กําหนดไว้อีกเหมือนกันว่าจะมีการประชุมวุฒิสภาไม่ได้ เว้นแต่จะต้องมีกรณีต่อไปนี้ ซึ่งเขาก็กําหนดเงื่อนไขไว้เป็นหลักการตามรัฐธรรมนูญว่าอะไร ที่ทําได้ อะไรที่ทําไม่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปกําหนดเพิ่มเติมว่าไม่ให้ทํา หรือไปกําหนด เพิ่มเติมว่าให้ทํา เพราะโครงสร้างของการให้ทําหรือไม่ให้ทํามันเป็นเรื่องของระบบการเมือง บางเรื่องขาดเวลาไม่ได้แม้แต่วันเดียว บางเรื่องรอได้เพราะมีกระบวนการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถูกกําหนดไว้ทั้งสิ้น การกําหนดอีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ ที่เป็นหน้าที่โดยเฉพาะ ของสมาชิกวุฒิสภา นั่นก็คือการถอดถอนออกจากตําแหน่งที่คณะกรรมาธิการไปกําหนดว่า ห้ามไม่ให้คนที่เหลืออยู่ทํา เขาเขียนว่าอย่างไรท่านประธาน ในมาตรา ๒๗๐ ในตอนท้ายของ วรรคแรกเขาบอกว่า วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่งได้ หมายถึงคนที่เป็น ผู้ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา สมาชิกวุฒิสภา ประธานศาลฎีกา ประธาน ศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครอง อัยการสูงสุด ผู้ใดมีพฤติกรรมร่ํารวยส่อในทางทุจริต ส่อว่ากระทําผิดร้ายแรงต่อหน้าที่ ส่อว่าทําผิดร้ายแรงต่อหน้าที่ยุติธรรม ส่อว่าจงใจใช้หน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง วุฒิสภาถอดถอนผู้นั้นออกจากตําแหน่งได้ บทบัญญัติวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับ ผู้ดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย ผู้พิพากษาด้วย พนักงานอัยการด้วย การถอดถอนหรือไม่ถอดถอนไม่ใช่เรื่องวุฒิเขานึกเอาเองหรือไม่นึกเอาเอง เมื่อกระบวนการ เหล่านี้มาถึง กระบวนการเหล่านี้ตกอยู่ในเวลานั้น เขาไม่มีสิทธิหลีกเลี่ยงที่จะไม่ทํา และ ถ้าไม่ทําก็เกิดผลเสียหายต่อประเทศชาติ ต่อรัฐทั้งสิ้น การดํารงอยู่ของผู้เป็นประมุขแห่งรัฐ การดํารงอยู่ของผู้นํานายกรัฐมนตรี การดํารงอยู่ของประธานรัฐสภาและการดํารงอยู่ของ ประธานศาลยุติธรรม นั่นเป็นกระบวนการที่เขาไม่ยอมให้ขาดเวลาเลยแม้แต่นาทีเดียว เมื่อไม่ยอมให้ขาดเลยแม้แต่นาทีเดียว เราไปกําหนดให้คนหนึ่งมีอํานาจ ไม่มีอํานาจให้ทํา หน้าที่ ไม่ให้ทําหน้าที่ กระบวนการเหล่านี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญแน่นอนและขัดต่อ เจตนารมณ์ในการภารกิจแห่งรัฐ ซึ่ง ๔ ประการที่ผมได้กําหนดนี้ได้บอกกับท่านประธาน แล้วว่าการไปกําหนดไว้อย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นอีกท่านประธานครับ ในขณะที่ เขารักษาการอยู่นี้ที่เขาทําหน้าที่เขาไม่ได้ถอดถอนบุคคลที่ผมอ่านมาทั้งหมดยาวเฟื้อยแล้ว ทั้งนั้นนะครับ ท่านไปดูได้ในมาตรา ๒๗๗ มาตรา ๒๗๑ สมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยกว่า หนึ่งในสี่ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภามีสิทธิเข้าชื่อร้องขอต่อประธาน วุฒิสภาเพื่อให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา ๒๗๔ ให้ถอดถอนสมาชิกวุฒิสภาออกจากตําแหน่ง ได้ด้วย เขายังต้องถอดถอนคนเขาเองอีก เกิดวันนั้นมีวุฒิสมาชิกไปถูกสอบสวนไปทําอะไรผิด ถึงเวลาที่จะต้องเฉ่งกันแล้วต้องถอดถอนแล้ว เขาก็ต้องเอาคนที่อยู่ของเขาภายในที่ทําผิดนั้น ออกไป แล้วเราไม่ให้เขาประชุมนี่เป็นปัญหาที่ขัดต่อหลักการ เป็นปัญหาต่อเรื่องราวทั้งสิ้น และในกรรมาธิการผมคิดว่าเราไม่ได้ถกเถียงกันเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ข้อความนี้ท่านประธานครับ ไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากได้หรือไม่อยากได้ แต่ผมเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เรามุ่งจริง ๆ ครับ อยากได้อะไรเอาอันนั้น ไม่อยากให้อะไรไม่ให้ อันนั้น ซึ่งอย่างที่ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานมาตลอดว่ารัฐธรรมนูญนั้นมันไม่ใช่แก้ไข เพื่อให้สิ่งที่เจ้าของเขาอยากได้ และสิ่งที่เจ้าของก็ไม่อยากได้ การอยากได้หรือไม่อยากได้ มันไม่มีปัญหาส่วนตัวดํารงอยู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่มันเป็นระบบการเมือง และระบบ การเมืองของประเทศไทยมันเป็นระบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข และระบบนี้ เป็นกระบวนการเป็นขั้นตอน เป็นสิ่งที่เราดําเนินการมาแล้วทั้งสิ้น การมีอํานาจหน้าที่ ทุกอํานาจหน้าที่ล้วนแต่ละต้องดําเนินการไปให้จบสิ้นทั้งสิ้น มาตรา ๒๗๐ กับมาตรา ๒๗๑ ที่ผมได้อ้างให้ท่านประธานฟังนั้นมันเป็นกระบวนการจริง ๆ ท่านประธานจะเห็นว่าข้อความ ที่ถูกกําหนดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นมันทําให้เราขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ มันขัดต่อมาตรา ๑๓๖ มาตรา ๑๓๗ ขัดต่อมาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๑ การขัดแย้งอย่างนี้ผมคิดว่ามันเป็นการเติมข้อความไปโดยไม่จําเป็น ผมคิดว่าเป็นการเพิ่มเติม ข้อความแบบขัดเขิน ใจหนึ่งอยากจะให้ ส.ว. สรรหาออกไปให้หมด แต่กลับมาคิดไปคิดมาว่าถ้าให้ออกไม่หมด ระบบก็ถูกสรรหามาตามรัฐธรรมนูญเดิม ตัวเองไปเขียนให้เขาพ้น ก็รู้สึกว่าขัดใจนิดหน่อย กลัวว่าจะไปขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตราที่เขาสรรหามา ก็เลยขัดใจก็คือทิ้งไม่ได้ ทิ้งไม่ได้ก็เลย เอาไว้ พอเอาไว้ก็กลัวอีกว่าถ้าให้เขาอยู่เสร็จเขาจะต้องทําหน้าที่ พอเขาจะทําหน้าที่ถอดถอน ใครได้บ้าง ก็ถอดถอนนายกรัฐมนตรีได้ เพราะนายกรัฐมนตรีก็รอถูกถอดถอนอยู่หลายเรื่อง ประธานสภาก็ถอดถอนได้ ประธานสภาผมก็ยังอยู่ และอาจจะถูกถอดถอนรออยู่ รองประธานวุฒิสภาก็รอถอดถอนอยู่ สมาชิกบางคนก็ถูกร้องเรียนรอถอดถอนอยู่ ให้อยู่ แต่พอเขาสอบสวนเสร็จไม่ให้ถอน อย่างนี้ท่านประธานครับ มันแปลว่าอะไร มันไม่ใช่เรื่องที่ เราจะต้องมานั่งดูแลกันโดยการที่ตามใจตัวเอง เพราะฉะนั้นการเพิ่มข้อความนี้เป็นข้อความ ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นข้อความที่ไม่ชอบ ขัดต่อหลักการ ขัดต่อเจตนารมณ์ และขัดต่อระบบการเมือง ตามที่มีวุฒิสภาของประเทศไทย ผมอยากเรียกร้องให้ท่านคณะกรรมาธิการตัดข้อความ ที่เพิ่มเติมเหล่านี้ออกไป กราบเรียนเพื่อนสมาชิก ทั้งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา เราต้องยอมรับหลักการกันนะครับ ถ้าเรากล้าตัดสินใจที่จะโหวตให้เขาดํารง อยู่ต่อไป แม้ว่าดุลยภาพของสภาอาจจะเปลี่ยนแปลง อาจจะมีปัญหาอย่างใดในอนาคต แต่เมื่อเรายอมให้เขาอยู่แล้ว เราจะยอมให้เขาอยู่อย่างไม่มีหน้าที่ ยอมอยู่อย่างไม่ให้ทํางาน ยอมอยู่อย่างให้เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบ เราจะยอมให้เขามีอยู่ทําไม เพราะฉะนั้น ความในข้อนี้ผมถึงกราบเรียนกับท่านประธาน กราบเรียนกับท่านคณะกรรมาธิการ และกราบเรียนกับเพื่อนสมาชิกว่าขอให้ตัดข้อความนี้ออกไปครับ จะทําให้ความสมบูรณ์ ของสิ่งที่เราแก้ไขนั้นมันสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ