ธนา ชีรวินิจ พูดถึงปัญหาการแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะมาตรา ๑๐ และ ๑๒ ที่มีการขัดกัน และยังขัดกับมาตรา ๑๓๗ และ ๒๗๐ นอกจากนี้ยังพูดถึงการแก้ไขระเบียบคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้คนเลือกตั้งเข้ามา และมีการแก้ไขอีกครั้งโดยไม่ทราบว่ามันจะเอาใจกันไปถึงไหน
ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา สิ่งที่ผมอภิปรายได้พยายามชี้ให้ท่านประธานเห็นว่ามันมีการขัดกันของ การแก้ไขกฎหมาย ผมก็โยงให้ท่านประธานเห็นว่ามาตรา ๒ ก็ไปขัดมาตรา ๑๐ ที่กําลัง อภิปราย มาตรา ๑๐ ก็ไปขัดมาตรา ๑๒ วรรคสอง ไปขัดมาตรา ๑๓๗ ไปขัดมาตรา ๒๗๐ แล้วมันขัดไปหมดนะครับท่านประธาน แล้วเราเป็นคนออกกฎหมายเราไม่ละเอียดรอบคอบ หรือท่านประธาน พอมาถึงมาตรา ๓ ท่านบอกให้มี ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน แล้วก็มาดู มาตรา ๑๐ ท่านบอกให้สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีอยู่ ๑๕๐ คน ยังคงมีสมาชิกภาพและปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาต่อไป และให้อยู่ต่อไปตามมาตรา ๑๑ ก็คือ ให้อยู่ต่อไป ประกอบกับมาตรา ๑๒ จนกว่าจะสิ้นสุดสมาชิกภาพวันที่สมาชิกวุฒิสภาได้รับ เลือกตั้งเข้ามาใหม่ ผมมี ๒ ประเด็นในเรื่องนี้ครับท่านประธาน ในระหว่างที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ใช้บังคับ จนไปถึงกระบวนการหมดวาระของสมาชิกวุฒิสภา ส่วนนั้นท่านก็ไปออกกฎหมาย ในหลายเรื่องที่เป็นลักษณะการจํากัดสิทธิ แต่ว่าถ้ามาดูว่าเริ่มตั้งแต่มีพระราชกฤษฎีกา ให้กําหนดวันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา จนถึงวันที่มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ วุฒิสมาชิกสภาชุดใหม่มีกี่คนครับท่านประธาน ถ้าวันนี้เรามี ส.ว. สรรหาอยู่ ๗๐ คน ๗๐ คนนี้เขาไม่ได้ลาออกไปเลือกตั้งก็คือ ๗๐ คนนี้ก็จะรอวุฒิสมาชิกเลือกตั้งอีก ๒๐๐ คน ก็จะกลายเป็น ๒๗๐ คน แล้ว ๒๗๐ คนมันตรงกับมาตรา ๓ ไหมครับท่านประธาน มันก็ไม่ตรง แต่ผมเรียนท่านประธานว่า ท่านก็จะไปตัดสิทธิสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาให้หมด สมาชิกภาพไปโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านก็ทําไม่ได้ เพราะเขามาตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนให้การรับรอง ท่านจะใช้อํานาจแค่เสียงข้างมากในที่ประชุมรัฐสภา ไปปรับเปลี่ยนไปยุติการทําหน้าที่หรือการสิ้นสุดสมาชิกภาพของ ส.ว. ที่ได้รับการรับรองจาก รัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ท่านก็ทําไม่ได้ ทีนี้พอทําไม่ได้ท่านก็จะเดินธงไปด้านหนึ่ง ท่านก็จะติดปัญหา เพราะว่าท่านไม่ได้แก้ทั้งระบบอย่างที่ท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ได้เคยพูดว่า วิธีการแก้วุฒิสมาชิกและ ส.ส. นั้นมันมีชุดความคิด ส.ว. กับ ส.ส. ปี ๒๕๕๐ มันมีลักษณะ ของการเหลื่อมกันเพื่อการทําหน้าที่ ในเวลาที่ ส.ส. หมดอายุ ส.ว. ก็จะทําอะไรได้บ้าง ในเวลาที่ ส.ว. หมดอายุก็จะมีการเหลื่อมกันระหว่าง ส.ว. สรรหากับ ส.ว. เลือกตั้ง มันจะมี องค์กรนี้กันไปตลอด แต่ท่านคิดประเด็นเดียวว่าจะเอา ส.ว. เลือกตั้ง ท่านถึงแก้โจทย์ทั้งหมด ของระบบรัฐสภาไม่ได้อย่างไรครับ ท่านถึงต้องแก้กฎหมายแล้วก็ไปพันตัวเอง ไปพันตัวเอง ไปเรื่อย ไปขัดกับตัวเองไปเรื่อย ผมถึงเรียนท่านว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมยืนยันกับ ท่านประธาน ๑. ที่มาในการแก้ไขผมก็มองว่าไม่ชอบ แก้ไขกระบวนการแก้ไขก็ไม่ชอบ แก้ไขไปแล้วกฎหมายที่จะใช้บังคับก็ไม่ชอบ ใช้บังคับไม่ได้ นอกจากที่จะไปเปลี่ยนแปลง โครงสร้างหลักแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านอํานาจบาตรใหญ่ ใหญ่โตมากเลย วุฒิสมาชิกตามมาตรา ๑๑๙ เขาบอก สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงเมื่อ (๑.) ถึงคราวออกตามวาระ (๒.) ตาย (๓.) ลาออก (๔.) ขาดคุณสมบัติหรือลักษณะ ต้องห้าม (๕.) กระทําการต้องห้าม (๖.) วุฒิสภามีมติถอดถอนเรื่องอะไรก็แล้วแต่ (๗.) ขาดประชุม (๘.) ต้องคําพิพากษาให้ถึงที่สุด ประเด็นอื่นผมจะไม่พูดครับ ผมจะพูดถึง (๑) เท่านั้น ถึงคราวออกตามวาระ มาตรา ๑๑๙ และสมาชิกภาพของ ส.ว. เขามีวาระของ เขาอยู่ เลือกตั้งคราวที่แล้วเขาก็กําหนดว่าวาระกี่ปี ก็เลือกตั้งกันมา ไม่เอาครับ จะตอบแทน กันหรือเปล่าผมไม่ทราบ แต่เขาบอกว่าท้ายที่สุดกฎหมายฉบับนี้แก้แล้วคนที่ได้ประโยชน์ สูงสุดคือ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ทําไมเป็นอย่างนั้นล่ะครับท่านประธาน มันไปจับมือ มันไปมีผลประโยชน์ร่วมกันขนาดไหนครับ มันถึงเอื้อประโยชน์กันมากขนาดนี้ ตั้งแต่เดิม ที่เขาเลือกตั้ง ๖ ปี และเขาไม่ให้มีการต่อวาระ ก็เพราะว่าเขามาดํารงตําแหน่งเพียงครั้งเดียว ระยะเวลา ๖ ปีจึงเหมาะสม ท่านเสนอเข้ามา ๖ ปี กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาด้วยเหตุ ด้วยผลแล้วเห็นว่าเมื่อมาจากระบบเลือกตั้ง เวลาในการดํารงตําแหน่งก็ต้องเป็นลักษณะเดียวกัน ท้ายที่สุดที่ประชุมเห็นชอบว่ามาเป็น ๔ ปี เหมือนกับระบบเลือกตั้งอื่น ๆ แต่ท้ายที่สุดก็มีการไปเจรจาต่อรองกัน ผมก็ไม่ทราบว่า เจรจากันอย่างไร ท้ายที่สุดกรรมาธิการวิสามัญ แทนที่จะมาพูดจากันในที่ประชุมก็กลับมติ ไปอยู่มติเดิมเป็น ๖ ปี ซึ่งไม่มีระบบเลือกตั้งที่ไหนเขาให้คนมาจากการเลือกตั้งในประเทศ เดียวกันแต่แตกต่างกันแบบการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งนี้ ผมก็ตั้งข้อสงสัยว่ามันมี การตอบแทนกันหรือเปล่าท่านประธาน ๒. ไปแก้ไขระเบียบคุณสมบัติต่าง ๆ เพื่อให้คน เลือกตั้งเข้ามา แต่ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ไปกําหนดอีกครับ ไม่รู้ว่ามันจะเอาใจกันไปถึงไหน ในมาตรา ๑๒