ธนา ชีรวินิจ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการแก้ไขที่ไม่สอดคล้องกับหลักการของรัฐธรรมนูญ และอาจก่อให้เกิดปัญหาวิธีปฏิบัติในการดำเนินการแก้ไข
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปแก้ไข ท่านไปตัดสิทธิการทําหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญ ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด ๑๕ หมวด บวกบทเฉพาะ กาลและภาคผนวก แต่ท่านประธานรู้ไหมครับว่า ใน ๑๕ หมวด มีอยู่หมวดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า หมวดการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ๑. การตรวจสอบทรัพย์สิน ๒. การกระทําที่เป็น การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ๓. การถอดถอนจากตําแหน่ง ๔. การดําเนินคดีอาญา ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านกําลังเขียนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้วุฒิสมาชิกและวุฒิสภาไม่สามารถดําเนินการ และปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหลักการสูงสุดในการที่จะทําหน้าที่ ถ้าท่าน ต้องการที่จะเขียนให้วุฒิสมาชิกไม่สามารถดําเนินการถอดถอนได้จริง ท่านต้องเข้าไปแก้ มาตราในเรื่องของการถอดถอน ในเรื่องของการดําเนินการ ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๒ แต่ทําไมท่านไม่เข้าไปทํา ท่านประธานทราบไหมครับ เพราะท่านรู้ว่ามันจะ สุ่มเสี่ยงต่อการไปแก้ไขที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมี คําวินิจฉัยไว้ ท่านถึงพยายามแตะอย่างเดียว ท่านพูดอย่างเดียวว่าไม่ได้แก้เรื่องอื่น แก้อย่างเดียวคือที่มาของ ส.ว. ให้มาจากการเลือกตั้ง มันจะเสียหายอะไรกันนักกันหนา ถ้าพูดอย่างนี้ครับท่านประธาน คนต้องเห็นด้วยกับท่าน แต่ถ้าพูดต่อมาว่าท่านแก้ให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งอย่างเดียวใช่หรือไม่ ไม่ใช่ครับ ท่านไปเปลี่ยนดุลอํานาจในการทํางานของ วุฒิสภา แล้วด้วยความหวาดระแวงว่าวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นไม่ได้ตอบรับ หรือตอบสนองในการทําหน้าที่ของท่าน ของรัฐบาล ท่านจึงไม่เอาไว้ เพียงแต่ช่วงเวลาในการ ประกาศราชกิจจาเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง พระราชกฤษฎีกาไปสู่การเลือกตั้ง เพียงแค่ ๒-๓ เดือน ท่านยังไม่ยอมเลยครับ ท่านจึงต้องมาเขียนในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครั้งนี้ แต่ท่านหารู้ไหมครับว่าการเขียนมาตราในรัฐธรรมนูญครั้งนี้กําลังนําไปสู่การเขียนกฎหมาย ที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เป็นไปได้ อย่างไรครับท่านประธาน ท่านเขียนรัฐธรรมนูญว่า ในกรณีที่การดํารงตําแหน่งของสมาชิก วุฒิสภาตามวรรคหนึ่งว่างลง ตามบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ท่านฟังให้ดี นะครับ ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ต้องดําเนินการเลือกตั้งหรือสรรหา สมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่แทนตําแหน่งที่ว่าง มาตรา ๒ ท่านเขียนว่าอย่างไรครับ มาตรา ๒ รัฐธรรมนูญนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา ๒ ท่านเขียนอย่างนี้ครับ ซึ่งเป็นหลักการปกติของการเขียนกฎหมาย ก็คือให้ใช้บังคับนับแต่ วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เอาอีกครับ มีอํานาจแล้วต้องใช้ครับ กฎหมายนี้เขาให้ใช้ ในวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทําไมรู้ไหมครับท่านประธาน เพราะเป็นวันที่ประกาศ ต่อสาธารณชนว่ามันมีกฎหมายแบบนี้ใช้บังคับอยู่ในประเทศ มันมีผลผูกพันกับคนทุกคน ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้ ไม่ว่าจะเห็นหรือไม่เห็น ไม่ว่าจะเข้าหรือไม่เข้าใจกฎหมายที่ออกมา แต่ทุก คนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน แล้วท่านไปเขียนมาตรา ๑๐ ให้รัฐธรรมนูญนี้มีผล ใช้บังคับก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้สําเร็จ ท่านเอาอํานาจตรงไหนไปเขียนครับ ระหว่างที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สําเร็จ ท่านไปใช้บังคับอะไรกับใครไม่ได้ ผมถึงเรียนว่าเวลา เขียนกฎหมายของท่าน ท่านตั้งธงไว้ว่าท่านต้องการอะไร แล้วท่านก็เดินไปจุดหมายของท่าน ท่านไม่ได้ดูเลยว่าจุดหมายของท่านเดินไปแล้วนั้นมันจะก่อให้เกิดปัญหาวิธีปฏิบัติ ในการดําเนินการแก้ไขกฎหมายหรือไม่อย่างไร พอมันเดินไปแล้วมีปัญหา ท่านอ้างคาถา คําเดียวครับ เสียงข้างมาก พวกผมเจอมาตลอดครับ เสียงข้างมาก มีอะไรท่านก็บอก ให้ที่ประชุมวินิจฉัย ก็เสียงข้างมาก ผมเรียนท่านเลยว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่กฎหมาย ปกติ เพราะฉะนั้นเขาถึงไม่ให้อํานาจท่านไปร่างข้อบังคับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรครับ เขาให้ท่านได้อย่างเดียวคือไปร่างข้อบังคับในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะถ้าเมื่อไรก็ตาม ให้รัฐธรรมนูญอยู่ภายใต้กฎกติกาปกติในการออกกฎหมาย มันก็หนีไม่พ้นการถูกครอบงํา โดยเสียงข้างมาก และผมเชื่อว่าตอนที่เขาร่างข้อบังคับหรือกฎหมายต่าง ๆ เขาไม่เห็นภาพการประชุมรัฐสภา ที่ผ่านมา ๑๐ วันนี้หรอกครับ ว่าเสียงข้างมากใช้อํานาจก้าวล่วงเสียงข้างน้อยขนาดไหน ท่านประธานเชื่อผมเถอะครับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ทําให้มีการเขียน รัฐธรรมนูญให้ชัดเจนยิ่งขึ้นถ้าจะมีฉบับต่อไป ว่าเสียงข้างมากไม่ใช่เสียงที่จะมากําหนด ครอบงํา ตัดสิทธิเสียงข้างน้อย แล้วก็ความเห็นที่จะได้รับฟัง นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าพวกผมสู้มาตลอด และสิ่งที่ผมสู้ มีข้อเท็จจริง มีหลักกฎหมาย มีสิ่งที่จะ อ้างอิงให้ท่านประธาน ท่านประธานดูครับ แตะไปตรงไหนโดนหมดครับ มาตรา ๓ ให้ยกเลิก ความในมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และให้ใช้ข้อความนี้แทน วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก ซึ่งราษฎรเลือกตั้งจํานวน ๒๐๐ คน เห็นไหมครับ เขียนไว้เลยครับว่ามาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คน แล้วในกรณีเหตุการณ์ใด ๆ ก็ตามทําให้สมาชิกวุฒิสภาไม่ครบจํานวนตาม วรรคหนึ่ง แต่มีจํานวนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕ ของจํานวนสมาชิกวุฒิสภาทั้งหมด ให้ถือว่า วุฒิสภาประกอบด้วยจํานวนสมาชิกดังกล่าว