สมเจตน์ บุญถนอม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๐ ที่ให้สมาชิกวุฒิสภามีสิทธิ์ลงสมัครเลือกตั้งอีกครั้ง และเรียกร้องให้ตรวจสอบความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานรัฐสภาครับ ขออนุญาตครับ ขออภัยที่เสียเวลาเล็กน้อยครับ เดี๋ยวผมก่อน ก็แล้วกันนะครับ ตามที่ผมได้ขอเสนอแปรญัตติตัดมาตรา ๑๐ ออก ทั้งมาตรานั้น ซึ่งคณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผมถึงได้ขอสงวนที่จะมาอภิปรายเหตุผลถึงการตัด มาตรา ๑๐ ทั้งมาตราออกไปนะครับ ก่อนอื่นก็อยากที่จะขอเรียนซ้ําอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ชอบมีการอ้างกันทุกครั้งว่าที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เพื่อคืนอํานาจให้กับประชาชน ก็เป็นคําถามที่ว่ามันจริงหรือเปล่า เพราะผมได้เรียนอยู่เสมอว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ถึงแม้จะเป็นฉบับเผด็จการ ฉบับ คมช. ปฏิวัติ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ฟังเสียงประชาชน มีการลงประชามติ เพราะฉะนั้นในการแก้ต่าง ๆ อะไรนั้นผมคิดว่าไม่มีพื้นฐานที่มาจาก ประชาชนเป็นฐานอํานาจ ผู้อนุมัติแล้ว การแก้ไขด้วยหลักการสําคัญนั้นควรจะไปสอบถาม ประชาชนนะครับว่า เห็นชอบต่อการแก้ไขนั้นหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแก้ไข องค์ประกอบของรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ๒ ประเภท ทั้งประเภทเลือกตั้งและสรรหา แต่อย่างไรก็ตามผมก็จะกลับมาเรียน ในเรื่อง ในส่วนที่ผมแปรญัตติไว้นะครับว่า สาเหตุที่ผมแปรญัตติไว้เพื่อที่จะตัดออกทั้งมาตรานั้น ผมมีเหตุผลที่จะขอเรียนว่าในมาตรา ๑๐ นั้น ยังคงให้สถานภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งและสรรหายังคงสภาพต่อไป เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ลงใน ราชกิจจานุเบกษา ถึงแม้ว่าผมจะเสียสิทธิที่จะไม่ได้อยู่ต่ออีก ๓ ปี แต่ผมก็ยินยอมที่จะ สละสิทธิตรงนั้น เนื่องจากเห็นว่าการที่ให้สมาชิกวุฒิสภานั้นยังดํารงหน้าที่ต่อไปนั้น มันจะเกิด ความเสียหายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกราบเรียนท่านประธานว่า อยากให้ท่าน กลับไปดูในมาตรา ๕ ที่ได้มีการแก้ไขไว้ ในมาตรา ๕ (๙) นั้น ได้แก้ไขเพื่อให้สมาชิกวุฒิสภา นั้นสามารถที่จะลงสมัครได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อมาพิจารณาประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐ ที่กรรมาธิการยังคงไว้ตรงนี้มันจะเกิดผลประการใดบ้าง อยากจะเรียนให้ทราบนะครับว่า ผลมันก็คือสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ทั้งชุดยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้ง ๒๐๐ ท่านเข้ามา ในระหว่างนั้นสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งที่หมดอายุ ในวันที่ ๒ มีนาคม จะสามารถไปลงรับสมัครเลือกตั้งได้อีกวาระหนึ่ง สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือว่า พื้นฐานถึงความไม่เท่าเทียมกัน ไม่เป็นธรรม สมาชิกวุฒิสภาที่ยังดํารงสภาพอยู่นั้นยังสามารถ กินเงินเดือน สามารถเดินทาง ใช้งบประมาณของประเทศ มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วก็ลงไป หาเสียงเลือกตั้ง ขณะเดียวกันผู้หาเสียงเลือกตั้งคนอื่นที่มิใช่สมาชิกวุฒิสภาไม่มีโอกาส รับสิทธิตรงนี้ ซึ่งสิ่งตรงนี้ผมคิดว่าไม่เป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอยากชี้เน้นย้ําไปที่ ประธานวุฒิสภา ซึ่งเป็นตําแหน่งที่สําคัญยิ่งนะครับ ท่านเป็นประธานวุฒิสภา ท่านเป็นผู้ที่ถือ งบประมาณของวุฒิสภาไว้ แต่ขณะเดียวกันท่านลงไปสู่การเลือกตั้งด้วย ท่านไปลงเลือกตั้ง โดยพื้นฐานที่จะเอาเปรียบต่อผู้ที่สมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาในจังหวัดฉะเชิงเทรา แต่ถ้าท่านประกาศ ท่านไม่ลงเลือกตั้ง ผมก็ยินดีนะครับที่จะถอนในสิ่งที่จะพูดไปทั้งหมดว่า สิ่งที่ท่านทํานั้นมันก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งนะครับ กราบเรียน ท่านประธานนะครับ ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพียงแต่มีความคิดในการที่จะมีการเลือกตั้ง ต่อไปอีกวาระหนึ่ง มันก็มีการเตรียมการที่จะหาเสียงเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า เพื่ออยากจะเรียนให้ ท่านประธานรัฐสภาได้รับทราบนะครับว่า ในวุฒิสภา มันมีการไปขอเงิน ขอรับการสนับสนุน งบประมาณจาก กสช. กสทช. หรือสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของ วุฒิสภา ไปของบประมาณเขามา ๓๐ ล้านบาท เพื่อที่จะมาจัดการอบรมเครือข่ายต่าง ๆ ของจังหวัดต่าง ๆ ขณะนี้ กสทช. อนุมัติงบประมาณมา ๑๐ ล้านบาท แล้วก็มาดําเนินการอบรม ๑๐ รุ่น ซึ่งผม จะกราบเรียนให้ท่านประธานรัฐสภาได้ทราบนะครับว่า มีการอบรมที่ ๑๘ จังหวัด ภาคอีสาน แต่ละรุ่น ๆ ละ ๓ จังหวัด ๆ ละ ๕๐ คน ๑ รุ่น ๑๕๐ คน ในจํานวน ๘ รุ่นนั้น ๑๘ จังหวัดภาคอีสาน ๓ จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง แล้วก็ ๓ จังหวัดภาคกลางบางส่วน ทําการอบรม จํานวน ๘ รุ่นนี้นะครับ เอามาอบรมที่พัทยา เวลาอบรม ๓ วัน ๒ คืน ขณะเดียวกันอีก ๒ รุ่น ๆ หนึ่งเป็นรุ่นจาก ๓ จังหวัดภาคตะวันออก เอาไปอบรมที่ จังหวัดเชียงใหม่ แล้วมีรุ่นพิเศษอีกรุ่นหนึ่งจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑๕๐ คน เอาไปอบรมที่ จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งตรงนี้ถามว่าถ้าท่านไม่ต้องลงต่อไป