จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ อภิปรายเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีใจความหลักเกี่ยวกับการแก้ไขมาตรา 10 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกวุฒิสภา และมีคำถามเกี่ยวกับการบังคับใช้ร่างแก้ไขนี้
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๐ เป็นมาตราพิเศษ กล่าวคือที่เราได้พิจารณามาทั้งหมดนี้ครับ ร่างแก้ไขดังกล่าวนี้มี ๑๓ มาตรา เราพิจารณาจบ ไปแล้ว ๙ มาตรา ใน ๙ มาตราที่พิจารณาจบไปแล้ว ลงมติไปแล้ว เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เล่มนี้ แต่ตั้งแต่มาตรา ๑๐ เป็นต้นไปเป็นมาตราที่ร่างเพิ่ม ขึ้นมาใหม่เพื่อบังคับใช้ประกอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เล่มนี้ ดังนั้นตั้งแต่มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ ว่าเป็นบทเฉพาะกาล แต่ท่านไม่ใส่ว่าเป็นบทเฉพาะกาล ท่านใส่เป็นมาตราเรียงไว้ทั้งหมด ๔ มาตรา ผมจะอภิปรายในส่วนของมาตรา ๑๐ ครับ มาตรา ๑๐ มี ๒ วรรค มีทั้งส่วนที่ ผมเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เมื่อดูเนื้อความทั้งหมดผมต้องตัดทิ้งทั้งมาตรา ในส่วนที่ เห็นด้วยก็คือในวรรคแรกครับ ในวรรคแรกท่านเขียนไว้อย่างนี้ครับ ให้สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ คือถ้าเราผ่านกฎหมายนี้ออกไปได้ และใช้บังคับให้ยังคงมีสมาชิกภาพและปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาต่อไป กล่าวคือสมมุติว่าเราผ่าน ร่างนี้ในวาระที่สามไปแล้ว เสนอทูลเกล้าฯ แล้ว ประกาศบังคับใช้แล้ว ให้วุฒิสภา ชุดปัจจุบันนี้ครับที่มาพิจารณากฎหมายอันนี้อยู่ยังเป็นวุฒิสภาต่อไป ตรงนี้ผมเห็นด้วยครับ ทั้งส่วนสรรหาและส่วนเลือกตั้ง ส่วนท่านจะไปลงไม่ลงอะไรต่อไปนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในวรรคหนึ่งที่ผมเห็นด้วย ที่เห็นด้วยนี่ครับ ไม่ใช่เพราะกรรมาธิการร่างมาถูกนะครับ หรือกรรมาธิการคิดว่าไม่ควรตัดทิ้งออกไป แต่กรรมาธิการทําตามรัฐธรรมนูญครับ เมื่อกรรมาธิการทําตามรัฐธรรมนูญผมถึงสนับสนุน กรรมาธิการทําตามรัฐธรรมนูญ ตรงไหนครับ ในมาตรา ๒๙ ครับ ในมาตรา ๒๙ เขียนไว้ว่า การจํากัดสิทธิและเสรีภาพ ของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทํามิได้ คําว่า สิทธิและเสรีภาพของบุคคล ในที่นี้หมายถึงว่าสิทธิและเสรีภาพของวุฒิสมาชิกทั้งหมดที่ดํารงอยู่ในปัจจุบันนี้ ท่านไปตัดทิ้ง ไม่ได้ อันนั้นผมจึงสนับสนุนในวรรคหนึ่ง ส่วนในวรรคสองครับ ท่านประธานครับ ส่วนในวรรคสองเขียนว่าอย่างนี้ครับ ในกรณีที่การดํารงตําแหน่งของวุฒิสภาตามวรรคหนึ่ง ว่างลง คือสมมุติว่าวุฒิสภาปัจจุบันมีอันเป็นไปด้วยเหตุใดก็ตาม เช่น ตาย ลาออก หรือจุด ๆ อื่น ๆ ตามที่รัฐธรรมนูญนี้บังคับไว้ ไม่ต้องให้มีการสรรหาวุฒิสมาชิกใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติม หรือไม่ต้องเลือกตั้ง ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งใหม่ขึ้นมาเพิ่มเติม ปัญหามันอยู่นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ท่านเขียนไว้ว่าในกรณีการดํารงตําแหน่งของวุฒิสภาสมาชิกวุฒิสภา ตามวรรคหนึ่งว่างลงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก่อนการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้ มันมีปัญหาอยู่นิดเดียวคือคําว่า ก่อน นี่ครับ ก่อนที่รัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขนี้จะบังคับใช้ ปัญหามันอยู่ตรงไหนครับ เมื่อสักครู่ท่านวิทยา แก้วภราดัย ได้ยกตัวอย่างว่า สมมุติเรารับวาระที่สามฉบับนี้ไปแล้ว แล้วพวกผมไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่ามีขั้นตอนพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญเลยไปถึงก่อนเดือนมีนาคมปีหน้า แล้วร่างแก้ไขนี้ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ปรากฏว่าเมื่อมีวุฒิสมาชิกชุดใหม่ขึ้นมาเราไม่สามารถ เลือกตั้งซ่อมได้เลยครับ ในส่วนวุฒิสมาชิกที่มาจากทั้ง ๗๗ จังหวัด นั่นคือปัญหาที่ ๑ ในส่วนของผมผมสมมุติว่าเราไม่ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ สมมุติว่าเราพิจารณาวาระที่สองจบ วันนี้สมมุตินะครับ และเรามีการทูลเกล้าฯ พิจารณามีการบังคับใช้ก่อนวันที่ ๓๐ เดือนนี้ แสดงว่าอะไรครับ วุฒิสมาชิกชุดนี้ครับจะหมดอายุวันที่ ๒ มีนาคม นับจากวันที่ ๓๐ เดือนนี้ ไปถึงวันที่ ๒ มีนาคม มันมีกําหนดวันช่วงเวลาอยู่ ๑๘๒ วันครับ ๑๘๒ วันเกิดอะไรขึ้นครับ เกิดอะไรขึ้นตรงที่มาตรา ๘ เรารับรองไปแล้วครับ เราลงมติ ไปแล้วครับ ถ้าไม่ถึง ๑๘๐ วันไม่ต้องเลือกตั้งซ่อม คราวนี้ถ้ามันมีผลบังคับใช้วันที่ ๓๐ เดือนนี้ ปัญหาคือมัน ๑๘๒ วัน ๒ วันส่วนเกินเกิดอะไรขึ้นครับ ผมเลยบอกว่าวรรคสองนี่ ท่านเขียนผิด ท่านเขียนด้วยความมั่นใจว่าเสียงมากลากไปได้ รัฐธรรมนูญนี้ขัดขวางอย่างไร ก็ไม่ได้ ท่านจะแก้ไขอย่างไรก็ได้ ปิดอภิปรายอย่างไรก็ได้ คําวินิจฉัยของประธานเป็นที่สุด ท่านเลยมั่นใจว่าอย่างไรก็ผ่าน อาจจะเสนอทูลเกล้าฯ ให้ช้านิดหนึ่ง จะได้จบก่อนวันที่ ๒ ตุลาคมเดือนหน้า เมื่อผมอภิปรายอย่างนี้แล้ว เพื่อให้ไปเข้าข่าย ๑๘๐ วัน ท่านกรรมาธิการ พยักหน้า แสดงว่าผมพูดจริงครับ และพูดถูกครับ ไม่ว่าในประเด็นไหนก็ตาม ในเรื่อง เสียงข้างมากลากไป หรือการวินิจฉัยของประธานเป็นที่สุด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในวรรคสองนี้ผมจึงไม่เห็นด้วย และคิดว่ามันขัดกันเองครับ ท่านมาจํากัดสิทธิว่า ๒ วันนี้ ถ้ามีใครมีอันเป็นไปหลังวันที่ ๓๐ นี้ครับ ท่านบอกว่าไม่ต้องเลือกตั้งซ่อม ผมเลยคิดว่า อันนี้เป็นการจํากัดสิทธิเขาและขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นนะครับ ทั้งส่วนที่ต้องสรรหาเพิ่มเติมและเลือกตั้งเพิ่มเติมหรือเปล่า จะเป็นการกระทํามิได้ เพราะฉะนั้นผมขอให้บันทึกไว้ตรงนี้ครับ ว่าสมมุติถ้ารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมอันนี้ มีอันเป็นไปไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจากการร้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญ หรือไม่ร้องผ่าน ศาลรัฐธรรมนูญก็ตาม ถ้ามีอันเป็นไปไม่สามารถบังคับใช้ได้ แล้วไปมีผลบังคับใช้หลังวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๗ คือปีหน้า ผมคิดว่ากรรมาธิการทุกท่านที่นั่งอยู่ตรงนี้จะต้องรับผิดชอบ และผู้ที่ลงมติทุกมาตราทั้งฉบับจะต้องรับผิดชอบต่อไป ขอบคุณมากครับ