รัฐสภา · ครั้งที่ ๑๐ · ๑๑ กันยายน ๒๕๕๖

บัญญัติ เจตนจันทร์ แปรญัตติรัฐธรรมนูญ โดยขอให้ตัดมาตรา 10 ที่กำหนดให้ไม่ต้องมีการเลือกตั้งหรือสรรหา สมาชิกวุฒิสภาใหม่ และกล่าวว่า การไม่บัญญัติไว้นี้จะทำให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติทันที และไม่ควรจะมีการบัญญัติว่าไม่มีการสรรหาหรือมีการเลือกตั้งขึ้นมาทดแทนนะครับ

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้แปรญัตติ ในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐ แล้วก็ได้สงวนคําแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการไว้ คือกระผมนั้น ได้เสนอให้ตัดในร่างมาตรา ๑๐ ออกทั้งมาตรา เหตุเนื่องจากกระผมเห็นว่าหากบัญญัติไว้ จะมีอันตรายต่อระบบประชาธิปไตยแล้วก็ทําให้ระบบรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวุฒิสมาชิก และวุฒิสภานั้นผิดรูปออกไป การผิดรูปของโครงสร้างของวุฒิสภาก็ส่งผลให้มีความผิดปกติ ของโครงสร้างของรัฐสภาด้วย เพราะรัฐสภานั้นประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ความผิดรูปของมันก็คือว่าเท่าที่สมาชิกรัฐสภาได้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เห็นร่องรอยของความเร่งรัด เร่งรีบ แล้วก็ผมมาฟังคําอภิปรายแล้วก็ มองเห็นว่ามันมีเงื่อนเวลาที่จะต้องเร่งรัด เร่งรีบไว้ ถ้าหากว่าดูตามร่องรอยของการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญตามที่กรรมาธิการได้ให้ผลผลิตออกมานี้นะครับ ก็คือว่าสมมุติว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้วมีการประกาศใช้ แล้วก็ประกาศใช้ หลังวันที่ ๒ ธันวาคม ระยะเวลาจนถึงวันที่ ๒ มีนาคมซึ่งเป็นวันสิ้นสุดวันที่ ส.ว. มีอายุใน ส.ว. รุ่นนี้ การที่จะตราร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๒๐ วันก็จะมี ความยุ่งยาก ลําบาก และมีปัญหา และหากว่าเมื่อพิจารณาไปจนถึงมาตรา ๑๑๗ ในการแก้ไข ของกรรมาธิการนั้น ก็พบว่ามีการตัดถ้อยคําที่เป็นประโยชน์ต่อการเชื่อมต่อหรือ ความต่อเนื่องของวุฒิสมาชิกออกไป ก็คือว่าในกรณีที่สมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงต้องให้ สมาชิกวุฒิสภายังมี อํานาจหน้าที่ในการเป็นวุฒิสภาต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาใหม่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นความเร่งรัด เร่งรีบในการพิจารณาของกรรมาธิการ และในสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สองนั้นก็ทําให้เกิดสุญญากาศแน่นอนครับ เกิดสุญญากาศ ของ ส.ว. เกิดขึ้น ถ้าหากว่าเราใช้ในร่างมาตรา ๑๐ ที่กําหนดว่าไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ส.ว. หรือการสรรหา ส.ว. ขึ้นมาทดแทน เมื่อร่างรัฐธรรมนูญนี้ประกาศใช้ แล้วก็เมื่อไปดู ในร่างมาตรา ๑๑๑ ซึ่งก็สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๑ ก็กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภา ถ้าไม่น้อยกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมของวุฒิสภา ทีนี้ถ้าน้อยกว่านั้น ก็จะต้องมีการเลือกตั้งหรือสรรหา อันนี้ถ้อยคําตามรัฐธรรมนูญเดิมขึ้นมาให้แล้วเสร็จ ภายในเวลาที่กําหนด และเมื่อดูในร่างมาตราต่าง ๆ ของท่านกรรมาธิการแล้วก็พบว่าถ้าหากว่า ในมาตรา ๑๐ นี้ยังคงไว้จะทําให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติทันที ยกตัวอย่าง ๕ เปอร์เซ็นต์ ของสมาชิกวุฒิ ๑๕๐ คนก็ประมาณ ๗-๘ คน เพราะถ้าหากมี ส.ว. เกิดแอคซิเดนท์ (Accident) ผมไม่ยกตัวอย่างว่าแอคซิเดนท์อะไร มีอันเป็นไปนะครับ ก็ทําให้องค์ประกอบนั้นไม่ครบ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ทันที แต่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้ ก็บอกว่าไม่ต้องเลือกตั้ง ไม่ต้องสรรหาขึ้นมาทดแทนใหม่ เพราะฉะนั้นมันจะมีความแน่นอน อย่างไรในหลักคณิตศาสตร์ทางการเมืองว่าเงื่อนเวลาต่าง ๆ ที่ท่านกรรมาธิการหรือ ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญแต่แรกได้มองไว้จะมีความครบถ้วน มีความสมบูรณ์ที่จะปิดช่องว่าง ต่าง ๆ เหล่านี้ออกไปได้นะครับ ผมเห็นว่าไม่ควรจะมีการบัญญัติว่าไม่มีการสรรหาหรือ มีการเลือกตั้งขึ้นมาทดแทนนะครับ เพราะเหตุการณ์ในกาลข้างหน้ามันมีความเปลี่ยนแปลง ได้ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นการที่จะไม่บัญญัติไว้กลับจะเป็นประโยชน์มากกว่า แล้วในกรณี ของวุฒิสมาชิกที่มีจํานวนมากที่ได้ลาออกไปโดยสมัครใจก็เป็นไปได้ หรือมีเหตุการณ์ แอคซิเดนท์อุบัติเหตุที่จําเป็นจะต้องออกไปก็เป็นไปได้ แล้วเราจะนํารัฐธรรมนูญฉบับไหน หรือมาตราไหนมาบังคับใช้ แล้วไหนบอกว่า ส.ว. มีความสําคัญ มีความสําคัญมาก ถึงขนาด จะต้องคืนสิทธิให้พี่น้องประชาชนด้วยวาทกรรมว่าการเลือกตั้งเท่านั้นเป็นดุลยพินิจของ พี่น้องประชาชนที่ทําให้เป็นการคืนอํานาจให้ประชาชน อันนี้ไม่เพียงแต่มาตรา ๑๐ ที่ผมเอง ก็ผิดหวังไม่สามารถที่จะร่วมออกแบบรัฐธรรมนูญได้ มันก็ล่วงเลยมาหลายมาตราแล้วนะครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๓ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ ซึ่งเป็นมาตราที่สําคัญที่ผมได้มีโอกาส อภิปรายไปนะครับ แล้วจะมาบิดเบี้ยวในมาตรา ๑๐ นี้อีก แล้วทําให้วุฒิสมาชิกในสภาของ เราไม่สามารถทําหน้าที่ได้นะครับ อันนี้ไม่รวมถึงขณะที่มีการยุบสภา เมื่อมีการยุบสภา วุฒิสมาชิกก็ต้องทําหน้าที่นะครับ เพราะฉะนั้นบทบาทหน้าที่สําคัญของวุฒิสภาที่มี การบัญญัติไว้จํานวนมากนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ก็ดี การกลั่นกรองกฎหมายก็ดี การพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๔ ก็ดี การแต่งตั้ง และถอดถอนองค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญก็ดี เมื่อวุฒิสภาไม่มีจํานวน วุฒิสมาชิกเพียงพอที่จะประชุมได้แล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็สุญญากาศในการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นเหตุผลที่ผมเสนอตัดในร่างมาตรา ๑๐ นี้ ออกไปก็ด้วยเหตุที่ว่าในมาตรา ๑๐ นี้ถ้าคงไว้จะเป็นภัยอันตรายต่อระบบประชาธิปไตยของ ประเทศไทย แล้วก็จะทําให้การเมืองการปกครองนั้นบิดเบี้ยวไป ทําให้ความยุติธรรมที่จะ เกิดขึ้นในประเทศนี้บิดเบี้ยวไป แล้วก็การแก้ปัญหาต่าง ๆ ในประเทศนี้บิดเบี้ยวไป ผมเลย อยากจะเสนอให้ท่านประธานได้เรียนท่านกรรมาธิการได้กรุณาถอนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ออกไปพิจารณาแล้วก็ทบทวนใหม่นะครับ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาต่อ ประเทศไทยในระยะยาวต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ