ไพบูลย์ นิติตะวัน ชี้แจงสิทธิอภิปรายตามข้อบังคับข้อ ๙๙ และคัดค้านญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๐ ที่มองว่าเป็นการสร้างภาพ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา ทําหน้าที่ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมต้องทําการชี้แจงให้กับประชาชนที่ได้รับชม ทางบ้านว่า ผมได้มาอภิปรายนั้น ผมเห็นว่าผมมาตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ ส่วนเมื่อสักครู่ที่มี ท่านจะไปเสนอปิดอภิปรายนั้น ท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๓๒ (๕) ซึ่งอยู่ในส่วนที่ ๔ ของการเสนอ ญัตติทั่วไป ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการอภิปรายตามหมวด ๗ แต่ส่วนที่ผมอภิปรายนี้เป็น หมวด ๗ ว่าด้วยการเสนอและการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ข้อ ๙๙ ผมมีสิทธิ โดยสมบูรณ์ครับ ดังนั้นผมขออนุญาตกลับเข้าไปสู่ประเด็นที่ผมแปรญัตติไว้
ตามมาตรา ๑๐ ที่ท่านผู้เสนอญัตติ แล้วผ่านท่านคณะกรรมาธิการมานั้น ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีสมาชิกภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ประเด็นสําคัญก็คือเขียนว่า ยังคงมีสมาชิกภาพและปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาต่อไป ท่านประธานครับ ญัตตินี้ผมเห็นว่าเป็น ญัตติสร้างภาพ จริง ๆ แล้วมันไม่ได้จําเป็นอะไรเลยนะครับ แต่ว่าที่ต้องเขียนตรามาตรานี้ไว้ ก็เพื่อด้วยเหตุผลซึ่งผมจะอภิปรายต่อไป
แล้วในส่วนวรรคสองเช่นเดียวกันครับ ที่เขียนว่า ในกรณีการดํารงตําแหน่ง ของสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคหนึ่งว่างลงตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก่อนการแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ต้องดําเนินการเลือกตั้งหรือสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ขึ้นใหม่แทนตําแหน่งที่ว่าง ที่จริงก็เหลือไม่ถึง ๑๘๐ วันอยู่แล้ว สําหรับสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้ง ท่านก็ต้องพ้นอยู่แล้ว แล้วก็เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ ซึ่งยังมีผลอยู่แล้วว่า ถ้าไม่ถึง ๑๘๐ วัน ก็ไม่ต้องเลือกตั้ง ดังนั้นการที่เพิ่มเติมตรงนี้ก็ไม่ต้อง ไปเขียนหรอกครับว่าต้องดําเนินการเลือกตั้งอะไร ถ้าจะบอกว่าเพื่อเป็นเรื่องของการสรรหา โดยเฉพาะ ก็อย่างเดียวก็ได้ แต่ไปเขียนให้มันเป็นการสร้างภาพ ดังนั้นท่านประธาน ที่ผมเสนอการแปรญัตติตัดมาตรานี้ออกไปทั้งมาตรา ก็เพราะว่าเห็นมาตรา ๑๐ เจตจํานง จริง ๆ แล้วก็อยู่ตรงวรรคหนึ่งว่า ยังคงมีสมาชิกภาพและปฏิบัติหน้าที่วุฒิสภาต่อไป เพื่อที่จะ ยึดโยง กับไปให้สอดรับกับมาตรา ๑๒ อยู่ในบรรทัดที่ ๓ เพราะว่าสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีสมาชิก ภาพอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ นี่ โดยหลักมาตรา ๑๑๙ ไม่ได้ถูกแก้ไข มาตรา ๑๑๙ นั้น เป็นเรื่องที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาจะสิ้นสุดลงเมื่อ นะครับ มีอยู่ทั้งสิ้น ๘ ข้อ ตั้งแต่ข้อที่ ๑ ครับ ถึงคราวออกตามวาระ ถ้าไม่ถึงวาระก็ไม่ต้องออก ๒. ตาย ๓. ลาออก ๔. ขาดคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑๕ ซึ่งแม้นท่านไปแก้ไขในมาตรา ๑๑๕ แล้ว กลับยิ่งทําให้คุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ส.ว. สรรหา ที่จะต้องอยู่ต่อไปตามแนวนี้ ในมาตรา ๑๐ นั้น ไม่ได้มีผลอะไรเลย ส.ว. สรรหายังอยู่ต่อ ที่ผมพูดนี้ไม่ใช่ว่าผมว่าจะต้องให้ อยู่อะไรต่าง ๆ ผมกําลังพูดถึงรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ส่วนตัวของผม ผมสนับสนุนแนวคิดของท่านสมชายครับ คือถ้าจะเอาเลือกตั้ง มีที่มา ส.ว. แบบ ส.ส. จริง ๆ ท่านก็เดินหน้าไปเลยครับ ไม่ต้องไปเอา ส.ว. สรรหามาติ่งไว้หรอกครับ แต่ถ้ากระบวนการไม่เป็นอย่างนั้นก็จะได้เป็นไปตามเดิมนะครับ ให้มันชัดเจนไปเลย แต่ผมกําลังพูดแต่เรื่องรัฐธรรมนูญที่ไปโยงมาตรา ๑๐ นะครับ ดังนั้นในเรื่องคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามที่จะต้องให้พ้นจากตําแหน่ง เป็นที่มาที่ท่านไม่จําเป็นที่จะต้องมี วรรคหนึ่งเพื่อที่จะมารับรองสถานภาพ ก็ไม่พ้นอยู่แล้ว ไม่ว่ามาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ เรื่องขาดประชุม มาตรา ๘ ไม่มีเหตุใดที่ ส.ว. สรรหา ที่ท่านเป็นห่วงเหลือเกินนั้นจําเป็น จะต้องไปบัญญัติมาตรา ๑๐ ไว้หรือ แล้วก็ในส่วนที่ผมอยากจะเรียนว่าการที่ต้องไปเขียน มาตรา ๑๐ นั้นเพื่อไปสอดรับในเรื่องซึ่งผมจําเป็นต้องอภิปราย เพราะว่ามาตรา ๑๒ ซึ่งในบรรทัดที่ ๓ มันยึดโยงมามาตรา ๑๐ ครับ ผมอภิปรายอยู่ในประเด็น คือในมาตรา ๑๒ ซึ่งบรรทัดที่ ๓ นั้นเขียนไว้ว่า ให้สมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐ ที่เราพิจารณาอยู่นี้ ซึ่งผมเห็นว่าต้องตัดออกไปนั้นนะครับ เขียนว่า ให้สมาชิกวุฒิสภาตามมาตรา ๑๐ ซึ่งตาม มาตรา ๑๐ นั้นหมายถึงทั้งเลือกตั้งและสรรหา ในมาตรา ๑๒ เขียนว่า ให้สมาชิกวุฒิสภา ตามมาตรา ๑๐ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งสิ้นสุดสมาชิกภาพในวันที่สมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับ การเลือกตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่ นี่เป็นประเด็นครับ การเขียนมาตรา ๑๐ สร้างภาพแล้ว ยังเพื่อที่จะให้รองรับมาตรา ๑๒ ก็เพื่ออะไรครับ ในมาตรา ๑๐ ประกอบกับมาตรา ๑๒ นั้น เป็นการขยายวาระครับ เป็นการขยายวาระให้สมาชิกวุฒิสภาเลือกตั้ง ซึ่งตามบทบัญญัติเดิมแล้ว จะต้องครบวาระในวันที่ ๒ มีนาคม แต่ท่านเขียนรัฐธรรมนูญนี้ไว้ ซึ่งผมเข้าใจว่าผู้เขียน ก็คือ ส.ว. เลือกตั้งนะครับ กลับไปเขียนไว้เพื่อขยายระยะเวลาดํารงตําแหน่งตามวาระ ให้ ส.ว. เลือกตั้งนั้นแทนที่จะสิ้นสุดในวันที่ ๒ มีนาคม กลับให้ขยายว่าวาระในการดํารง ตําแหน่งนั้นไปอีกหลายเดือน ไปอีกหลายเดือนเพราะว่าไปรอให้เลือก ส.ว. วุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ แต่ไม่ต้องไปอ้างหรอกครับว่าเพื่อรับรองให้ ส.ว. สรรหา อยู่ไปได้ เพราะอยู่ได้อยู่แล้ว แต่ประเด็นที่ใส่มาตรา ๑๐ นี้ไว้เพื่อที่จะไปรองรับมาตรา ๑๒ ให้ ส.ว. เลือกตั้งขยายวาระในการดํารงตําแหน่งออกไปอีกหลายเดือนต่างหากครับ สิ่งนี้ เป็นสิ่งซึ่งเป็นเจตจํานงจริง ๆ ท่านประธานครับ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๒ อีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งมันขัดหลายประเด็นแล้วละครับ เพราะว่ามาตรา ๑๒๒ ว่า จะกระทํา การให้เกิดการขัดกันแห่งผลประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ก่อนหน้าหลายกรณี แต่ตอนนี้เป็นอีกกรณีหนึ่ง คือขยายวาระที่สิ้นสุดการดํารงตําแหน่งของตนเองนั้นให้เพิ่มขึ้น อีกหลายเดือนนะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๐ นี้เป็นการบัญญัติไว้เพื่อประโยชน์ ให้ ส.ว. เลือกตั้งเท่านั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่เคยมีครั้งใดครับ ที่ผู้ที่มีอํานาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแก้ไขให้เป็นประโยชน์กับตนเอง ไม่เคยปรากฏ มาก่อน ครั้งนี้เป็นความวิปริต เป็นความอัปยศอย่างยิ่ง ซึ่งมีการแก้ไขให้ประโยชน์แก่ตนเอง อย่างโจ่งแจ้งโดยไม่คํานึงถึงความถูกต้อง ความเหมาะสม จรรยาบรรณที่ถูกต้อง แล้วยัง ขัดต่อหลักนิติธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคท้ายด้วยครับ เท่ากับเป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้ประโยชน์แก่ ส.ว. เลือกตั้ง ดําเนินการโดย ส.ว. เลือกตั้ง เพื่อ ส.ว. เลือกตั้ง โดยเฉพาะท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านประธานที่ทําหน้าที่ท่านประธานก่อนที่ท่านจะมานั้น ก็คือท่านประธานวุฒิสภา ท่านได้ประโยชน์จากตรงนี้เพิ่มเติมขึ้นโดยตรงครับ ก่อนหน้านั้น ประธานวุฒิสภาจะต้องรักษาการในหน้าที่เมื่อครบวาระนะครับ ในระหว่างที่มีการเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภาใหม่ สมาชิกวุฒิสภาใหม่ จนกว่าได้สมาชิกวุฒิสภาใหม่มาจึงทําการเลือกตั้ง