ธนา ชีรวินิจ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้แจงว่าข้อบังคับไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ด้วยความเคารพ ท่านสามารถลุกขึ้นชี้แจง ท่านไม่ตอบแล้วนะครับว่าข้อบังคับ ข้อ ๙๖ แต่ท่านมาตอบมาตรา ๑๕๓ ท่านอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้อํานาจในการไปตรา ข้อบังคับ ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับ ในมาตรา ๑๓๔ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีอํานาจ ตราข้อบังคับการประชุมเกี่ยวกับการเลือกและการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภา รองประธานสภา เรื่องหรือกิจการอันเป็นอํานาจหน้าที่ของกรรมาธิการสามัญแต่ละชุด การปฏิบัติหน้าที่และองค์ประชุมของคณะกรรมาธิการ วิธีการประชุม การเสนอและพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และร่างพระราชบัญญัติการเสนอญัตติ การปรึกษา การอภิปราย การลงมติ การบันทึกการลงมติ การเปิดเผยการลงมติ การตั้งกระทู้ถาม การเปิดอภิปรายทั่วไป การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และการอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง มีอํานาจตามข้อบังคับเกี่ยวกับการประมวลจริยธรรมของสมาชิกและกรรมาธิการและกิจการอื่น เพื่อดําเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ท่านเห็นไหมครับ เขาให้อํานาจไปตราบังคับ เฉพาะการพิจารณาร่างประกอบรัฐธรรมนูญกับพระราชบัญญัติ แต่ส่วนที่ท่านประธาน สามารถพูดมาตรา ๑๕๓ ท่านไม่อ่านตอนต้นล่ะครับท่านสามารถ เขาใช้ในกรณีที่อายุของ สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงครับ เขามีเงื่อนไข แต่อย่างไรก็แล้วแต่ท่านสมารถไม่ปฏิเสธ แน่นอน ข้อบังคับที่ร่างโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาไม่มีวันใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ครับ อันนี้ท่านอย่าปฏิเสธผม ท่านเป็นนักกฎหมายเหมือนผม การออกพระราชบัญญัติไปใช้ บังคับก็จะมีเขียนไว้ท้ายครับว่า กฎหมายอื่นใด กฎระเบียบ ข้อบังคับใดก็ตามที่ขัดหรือแย้ง กับพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เป็นอันไม่มีผลใช้บังคับ เห็นไหมครับกฎหมายที่มีศักดิ์ใหญ่กว่า เขาจะลบล้างกฎหมายที่มีศักดิ์น้อยกว่าทันที ท่านไม่มีสิทธิพูดข้อบังคับครับ เพราะ รัฐธรรมนูญเขาแยกเขียนมาตราในหมวดที่ ๑๕ ไว้ชัดเจนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นหมายถึงว่าเป็นการเปิดกว้างที่สุดเพื่อที่จะให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ในหมวดที่ ๑๕ ในหมวดที่ ๑๕ เขียนหลักการกว้าง ๆ เท่านั้น ท่านประธานจะเอาข้อบังคับมาจํากัดสิทธิเหนือรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภาไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อบังคับส่วนใดก็ตามที่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ข้อบังคับนั้น เสมือนหนึ่งไม่มีผลใช้บังคับเลย ถ้าข้อบังคับนั้นระบุว่าห้ามแปรขัดหลักการในการรับหลักการ วาระที่หนึ่ง ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ ก็ถือเป็นการออกข้อบังคับเหนือกว่ารัฐธรรมนูญ เป็นการจํากัดสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นไม่มีผลใช้บังคับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ละครับ เพราะท่านประธานก็จะรีบร้อนจะรีบพิจารณา ผมก็เข้าใจ ท่านประธานว่ามันมีอะไรหลายอย่างที่ผลักดันและเดิมพันสูงอยู่กับท่านประธาน แต่ผมเรียน บันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่าผมได้ท้วงติงท่านประธานแล้ว ผมหยิบยกรัฐธรรมนูญให้ ท่านประธานฟังแล้ว ผมชี้ให้ท่านประธานเห็นแล้วว่าข้อบังคับไม่ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ แต่ถ้า ท่านประธานยังดื้อดึงยังดึงดันต่อไปก็ต้องรับผิดชอบ แต่ผมยืนยันว่าสมาชิกทั้ง ๕๗ ท่าน และผมที่ได้แปรญัตติมีสิทธิที่จะอภิปราย เพราะว่าผมไม่รับหลักการตั้งแต่แรก จะบังคับ ผมให้ไปเห็นด้วยกับกรรมาธิการได้อย่างไร เพราะผมไม่รับหลักการผมไม่เห็นด้วยกับ หลักการอันนี้ ผมก็มีสิทธิที่จะเสนอความเห็นผมที่ไม่รับหลักการ ท้ายที่สุดอยู่ที่ที่ประชุม รัฐสภาจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือจะเห็นด้วยกับผม ถ้าเห็นด้วยกับผมก็ลงมติคว่ํา กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่านั้นเอง แต่ถ้าเห็นด้วยกับกรรมาธิการก็ตามร่างของ กรรมาธิการไปสิครับ ไม่เห็นมันจะผิดปกติตรงไหนเลย ผมถึงไม่เข้าใจว่าการตัดทุกมาตรา ของผมเพื่อให้เห็นว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ และเมื่อไรก็ตามที่รัฐสภา เห็นด้วยกับผมก็โหวตคว่ํารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็จบ ไม่เห็นมันจะขัดหลักการตรงไหนเลยครับ ท่านประธาน เคยมีไหมครับที่เราพิจารณากฎหมายแล้วมาพูดกันถึงประเด็นอย่างนี้ ไม่มี เพราะนี่คือสิ่งที่ท่านพยายามที่จะขัดขวางคน ๕๗ คนที่จะใช้สิทธิอภิปรายอย่างไรครับ ผมเรียนท่านประธานแล้วท่านประธานยังคิดว่าสิ่งที่ผมพูดไม่รับฟัง ท่านประธานก็รับผิดชอบ ขอบคุณครับ