เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้ท่านประธานสภาเป็นกลางในการดำเนินการ
ท่านประธานครับ กระผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า จริง ๆ ท่านคงทราบดีว่าผมและพรรคพวก อีกหลายคนนั้นอยู่สภาผู้แทนราษฎรนี้มานานมาก ผมอยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ นะครับ และมาจนถึงวันนี้ก็ต้องเรียนว่าเหตุการณ์อย่างนี้ชั่วระยะเวลายาวนานไม่มีนะครับ นี่จะเรียกว่าครั้งแรกที่สถานการณ์มีเหตุการณ์ดุเดือดรุนแรงอย่างนี้ ถามว่าเหตุการณ์ทั้งหมด อย่างนี้มันเกิดมาได้อย่างไรนะครับ ผมต้องเรียนว่าทั้งหมดทั้งหลายถ้าทุกอย่างดําเนินการไป ตามขั้นตอนทํานองคลองธรรมที่มันควรจะเป็น มันก็จะไม่เกิดปัญหานี้ครับ ที่มันเป็นอย่างนี้ เพราะมันไม่เป็นไปตามทํานองคลองธรรมนะครับ ทํานองคลองธรรมที่ว่านี้บางครั้งบางคราว มันอาจจะไม่ได้เป็นไปตามกฎตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น การตรงไปตรงมา การดําเนินการ ต่าง ๆ มันก็ไม่ตรงไปตรงมากันจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นพอเป็นอย่างนี้เข้ามาเหตุการณ์ มันสะสมกันเรื่อยมา ผมเรียนว่าที่มันมีเรื่องกันอย่างที่ว่านี้นะครับ ก็มาจากการที่การแก้ไข รัฐธรรมนูญที่ว่าตรงนี้มีการแก้ไขบอกว่าอันนี้มันผิดหลักการ มันผิดหลักการ จริง ๆ วิธี ง่ายที่สุดที่เมื่อก่อนเขาทํากันมาก็คือผิดหลักการก็เสนอเข้ามา กรรมาธิการไม่เห็นด้วยคุณก็ว่า เข้ามา ผมคิดว่าผมผิดหลักการคุณบอกคุณผิดหลักการ พวกเรานี่บอกว่าเราทําถูกก็มาถกกันไป สภาก็ตัดสินกันไป ก็ว่ากันไปอย่างนี้มันไม่ได้ยากเย็น แต่พอบอกว่าพอแยกส่วนออกมาแล้ว มาดําเนินการ พอมาถึงขั้นตอนนั้นเราจะเห็นว่าคนที่อยากจะชี้แจงว่าไม่ผิดเขาก็จะพูดจากัน ประธานคนก่อนเขาบอกว่าจะให้ชี้แจงกัน ๕๗ คน พอดําเนินการอย่างนี้มาได้ ท่านประธาน ขึ้นมา เปลี่ยนประธานก็เลยไม่มีโอกาสได้ชี้แจง ก็มีการประท้วงกันบ้างมีการพูดจากันบ้าง พอพูดจากันไปมายังไม่ได้ชี้แจงอะไรเลยครับ ต้องเรียนว่าท่านประธานก็ขอมติกันไปเลย มติอะไรก็ไม่ทราบผมก็ไม่ได้รู้ในรายละเอียด พอเป็นอย่างนั้นมันก็เกิดการขัดแย้งขัดข้อง เพราะว่าเรายังไม่ได้ชี้แจงเรายังไม่ได้พูดจากัน ทุกอย่างก็ผ่านขั้นตอนกันไปโดยมันไม่ควร จะเป็นนะครับ พอถึงไปตอนนั้นเหตุการณ์ต่าง ๆ มันก็เริ่มจะมีคนก็เริ่มทักท้วงกันมีการพูดจากันอย่างที่ว่านั้น ถ้าเป็นไปอย่างนั้นจริง ๆ ถ้าเราให้ดําเนินการกันไปให้มันถูกต้องให้มันควรจะเป็น ไม่ได้ กะเกณฑ์ ไม่ได้สรุป ไม่ได้จบกันง่าย ๆ อย่างนั้น แล้วก็ทํากันไปตามปกติมันไม่มีปัญหาอะไร หรอกครับ ชี้แจงกันไป อธิบายกันไป ว่ากันไป แต่พอมาตัดบทกันอย่างนั้นมันก็ทําให้มีปัญหา กันค่อนข้างจะเยอะอย่างที่ว่านั่น พอเป็นอย่างนั้นผมคิดว่าท่านประธานก็คิดว่าเมื่อคน ทักท้วงกันมากขึ้นก็จะเดินหน้าท่าเดียวละครับ ทีนี้การเดินหน้าท่าเดียวมันทําไม่ได้ เพราะว่า คนก็ยังไม่เห็นด้วยมันยังมีครับ เพราะฉะนั้นบางครั้งบางคราวผมต้องเรียนว่าเราคิดว่า เสียงข้างมาก เราคิดว่าอํานาจของประธานมี เราคิดว่าสามารถดําเนินการได้ จริง ๆ มันไม่ใช่ กลไกพวกนี้นั้นมันสามารถที่จะทําให้เกิดความเป็นธรรมได้ แต่พอเราทําให้เกิดความรู้สึกว่า มันไม่เป็นธรรมไม่เป็นกลางมันก็เริ่มมีปัญหา พอมีปัญหามาก ๆ ท่านก็จะตัดบทเอาว่าถ้าเกิด อะไรขึ้นมาก็เตรียมการกันไว้ เอาตํารวจเข้ามาเพื่อให้จัดการปัญหาที่มันมีกันอยู่ จริง ๆ มัน ไม่ใช่ครับ เหตุการณ์พวกนี้มันไม่เคยมีมาก่อน ในอดีตตั้งแต่เปิดสภามาตั้งแต่ตั้งสภามา ไปศึกษามันไม่มีครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านประธานบอกว่าจัดการคนที่ลุกขึ้นยืน นี่ผมสรุปให้ฟัง นะครับ จัดการคนที่ยังลุกขึ้นยืนอยู่ ผมในฐานะที่มานั่งฟังกันอยู่ ผมมีความรู้สึกว่ามันไม่ถูก ผมว่าผมก็คิดว่าอย่างนี้เราต้องลุกขึ้นยืนบ้างเหมือนกันเพื่อไปชี้แจงกับพรรคพวกว่า จริง ๆ มันไม่ถูกอย่างนั้น จะไปอธิบายให้ตํารวจพวกนั้นฟังด้วยซ้ําไปบอกว่าคุณทําอย่างนี้ ไม่ได้ เพียงแต่ว่าเขามาคว้าแขนผม ผมไม่ได้ติดใจตรงนั้นหรอกครับ แต่ติดใจจริง ๆ ก็คือว่า ทั้งหมดทั้งหลายมันเกิดจากความไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลาง ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพราะว่าเรื่องราวทั้งหมดที่มันจะเกิดขึ้นมาอย่างนี้นะครับ เรื่องมันก็ต้องเรียนว่าท่านประธาน อาจจะ ยิ่งไปเอาตํารวจข้างนอกเข้ามา นี่เป็นครั้งแรกอีกเหมือนกันครับสภาเปิดมาผมคิดว่า ไม่รู้กี่สิบปีแล้วตั้งแต่รุ่นพ่อผมมาจนถึงรุ่นผมไม่เคยมีกันนะครับ เพราะฉะนั้นต้องถือว่า ทั้งหมดทั้งหลายท่านประธานก็ต้องสร้างประวัติศาสตร์ ทําประวัติศาสตร์สภาไว้ทั้งหมด ให้คนกล่าวขวัญถึงในอนาคตด้วย ผมเรียนว่าจริง ๆ ปัญหาที่มีทั้งหลายนั้นถ้าท่านประธาน ได้ทําหน้าที่อย่างสบายใจนะครับ ถ้าไม่ได้มีใครมากําหนดหรือว่าไม่ได้ตั้งใจจะทําให้มันเกิด อย่างนั้นทุกอย่างมันก็ราบรื่นไปได้ แต่ว่าปัญหาพวกนี้ที่มันเกิดเข้ามาอย่างนี้นั้น อย่าไปโทษเลย ที่ไปชี้กันว่าผู้แทนกลุ่มนี้อย่างนั้น ๆ สําหรับผม ผมโทษท่านประธาน เพราะถ้าท่านประธาน วางให้เป็นกลาง เพื่อดําเนินการจริง ๆ ทุกอย่างสามารถจะไปได้ครับถึงมันจะเป็นอย่างไร ก็ตาม เพราะสภานี้เกิดมาตั้งนมนานครับ ประธานสภามีกันมาตั้งไม่รู้กี่สิบคนแล้วครับ ปัญหาก็ไม่ได้เกิดครับ เรื่องรุนแรงไม่ใช่ไม่มีนะครับท่าน เรื่องรุนแรงขัดแย้งกันยิ่งกว่านี้ ก็ยังมีครับ แต่ว่าเขาก็สามารถที่จะค่อย ๆ แก้ค่อยๆ แกะกันไปได้โดยสํานึกกันอย่างยิ่ง นะครับว่าคนที่เป็นประธานสภานั้นต้องถือว่าสภานี้เป็นของเรา สภานี้เป็นของพวกเรา ทั้งหมดนะครับ เพราะฉะนั้นสภานี้เป็นตัวแทน ท่านคือประมุขของพวกเรา เพราะฉะนั้น ถ้าเราทําหน้าที่กันได้อย่างเป็นธรรม เป็นกลาง ปัญหามันก็จะไม่มีครับ ผมก็ฝากท่านประธาน เอาไว้เท่านั้นนะครับว่าจริง ๆ ปัญหาอย่างที่ว่ามันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ของสภาไป ก็ฝากท่านประธานนะครับ