สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ หารือเรื่องการยื่นเอกสารเกินกำหนดเวลา และขอให้ใช้อำนาจวินิจฉัย สมศักดิ์ ยื่นคำแปรญัตติ 57 ราย แต่ประธานชี้ว่าเป็นการยื่นขัดกับหลักการ สมศักดิ์จึงขอให้ที่ประชุมลงมติวินิจฉัยเพื่อแก้ไขปัญหานี้
ผมขออนุญาตชี้แจง ท่านผู้นําฝ่ายค้านเพื่อความเข้าใจอีกรอบหนึ่งนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมได้ชี้แจงไปแล้วครับ ทีนี้ขอเน้นย้ําซ้ําอีกสักรอบหนึ่ง มีอยู่ ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก มีผู้ยื่นเกินกว่ากําหนดเวลาที่เขากําหนดให้ยื่น ซึ่งประเด็นนี้ ชัดเจนครับในข้อบังคับชัดเจน ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านก็เห็นแล้วก็ทราบว่าต้องยื่นภายใน ๑๕ วันหลังจากที่สภามีมติให้รับหลักการ ยื่นภายใน ๑๕ วันหลังจากที่สภามีมติให้ รับหลักการ ก็คือรับหลักการในวาระที่หนึ่ง ซึ่งมีการลงมติเมื่อคืนวันที่ ๔ ตอนตีสองก็คือ วันที่ ๕ เมษายน ภายใน ๑๕ วันก็คือต้องยื่นภายในวันที่ไม่เกินวันที่ ๒๐ เมษายน ประเด็นนี้ ชัดครับ แล้วผมก็ขอใช้อํานาจตรงนี้วินิจฉัยตามนี้เลย ถือว่าวินิจฉัยแล้วนะครับ
ประเด็นที่ ๒ กรณีที่มีผู้ยื่นคําแปรญัตติ ๕๗ ท่าน ซึ่งประธานคณะกรรมาธิการ ได้ชี้ว่าเป็นการยื่นขัดกับหลักการ ในเมื่อเป็นการยื่นขัดหลักการ ไม่สามารถที่จะเสนอเข้ามา ในที่ประชุมสภาได้เลยตั้งแต่แรก ผมถึงเน้นย้ําครับ ก็เป็นความชอบที่ประธานคณะกรรมาธิการ จะใช้อํานาจตัวเอง ไม่นําเรื่องที่แปรญัตติแล้วขัดหลักการเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ได้ แต่ผมทราบครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ให้เกียรติก็นําเสนอเข้ามาเพื่อหารือที่ประชุม ที่นี้เข้ามาสู่ ที่ประชุมแล้วประเด็นนี้มันชัดเจน ขัดข้อบังคับ ข้อ ๙๖ (๓) ชัดเจนครับ ผมอ่านให้ฟังก็ได้ ข้อ ๙๖ (๓) การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่หรือตัดทอนหรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดต่อ หลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับ หลักการนั้น ซึ่งประเด็นนี้มันชัดเจนว่าขัดหลักการ เพราะฉะนั้นในเมื่อมีข้อถกเถียงกันว่าขัดหรือไม่ขัด ข้อบังคับก็มีระบุไว้ในข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ เรามีความเห็นแตกต่างนะครับ ก็หมายความว่า ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความตามข้อบังคับนี้ ให้เป็นอํานาจของรัฐสภาที่จะวินิจฉัยและเมื่อ ที่ประชุมรัฐสภาได้ลงมติวินิจฉัยโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิก ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเป็นประการใดแล้วให้ถือว่าคําวินิจฉัยนั้นเป็นเด็ดขาด ในเมื่อเรามีความเห็นแย้งว่า ๕๗ ราย ยื่นมาขัดหลักการหรือไม่ ก็ได้อภิปรายกันพอสมควร ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมครับว่าเห็นว่าขัดหรือไม่ขัด แล้วมติที่ประชุมก็จะเป็นการชี้ขาด เพราะฉะนั้นจําเป็นต้องหาข้อยุติเรื่องนี้ครับ ทีนี้เมื่อสักครู่ขยายความที่ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูด ผมไม่ได้พูดกล่าวหาท่าน ๕๗ ท่านนะครับ ที่มีเจตนาจะยื่นเพื่อให้ มันขัด แต่ผมพูดเปรียบเทียบในความเป็นจริง ถ้าจะหาวิธีขัดขวางการออกกฎหมาย ก็ให้ สมาชิกแจ้งเจตนา แกล้งยื่นให้มันขัดรัฐธรรมนูญแล้วถือโอกาสตรงนั้นขัดหลักการ ถือโอกาส ตรงนั้นเพื่อมาอภิปรายมันก็ไม่ต้องพิจารณากฎหมายแล้วครับ เพราะฉะนั้นผมใช้ดุลยพินิจ ทั้งตามข้อบังคับและตามความเป็นจริง ขอให้มีการลงมติ ผมเห็นสมควรแล้วครับ ผมขอมติ เลยครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนขอมติ ขอให้ท่าน แสดงตนก่อนนะครับ เชิญ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เรียบร้อย ส่งผลได้เลยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๖๒ ท่าน กึ่งหนึ่งคือ ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมจะขอมติเลยนะครับ เห็นด้วยว่าขัดหลักการที่ผู้แปรญัตติ ๕๗ ท่าน เห็นด้วยว่าขัดหลักการหรือไม่ เห็นด้วยหรือไม่ครับ เห็นด้วยว่าขัดหลักการหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ ยังไม่ได้เข้าวาระการประชุมเลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผล ได้เลยครับ มติ เห็นด้วยว่าขัดหลักการ ๓๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุม รัฐสภามีมติเห็นว่าขัดหลักการครับ
ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
๓.๑ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และมาตรา ๑๑๕ มาตรา ๑๑๖ วรรคสอง มาตรา ๑๑๗ มาตรา ๑๑๘ มาตรา ๑๒๐ และมาตรา ๒๔๑ วรรคหนึ่ง และยกเลิกมาตรา ๑๑๓ และมาตรา ๑๑๔) ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
ในการนี้คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือรัฐสภา ด่วน ที่ ๕๓๓๖/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๖ แจ้งต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้รัฐสภาตั้งกรรมาธิการแทนตําแหน่งที่ว่างลง ๑ ตําแหน่ง เนื่องจากนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้มีหนังสือขอลาออกจากตําแหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ เป็นเหตุให้สมาชิกภาพสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๖ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ทําให้ ขาดสมาชิกภาพแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก จึงพ้นจากตําแหน่งกรรมาธิการตามข้อบังคับ การประชุม พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๗๖ (๔) ซึ่งเรื่องดังกล่าวบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๖ ระเบียบวาระ (๖) เรื่องอื่น ๆ แต่เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวเสร็จแล้วจึงไม่ประสงค์จะขอให้รัฐสภาตั้งกรรมาธิการแทนตําแหน่งที่ว่างอีก
บัดนี้ คณะกรรมาธิการของรัฐสภาได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดนําเสนอที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาต่อไปครับ
รัฐสภายินดีต้อนรับ คณาจารย์และนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษา จังหวัดนครสวรรค์ ด้วยความยินดีครับ ท่านสมาชิกครับ โปรดอยู่ในความสงบครับ ที่นี่รัฐสภานะครับ