สุกิจ อัถโถปกรณ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแปรญัตติที่ท่านประธานตัดสิทธิของเขา และอ้างว่าตนเองไม่ผิดตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบันทึกข้อความในรายงานของสภาผู้แทนราษฎร โดยอ้างว่าข้อความที่บันทึกไว้เป็นเท็จ และขอให้ประธานสภาถอนรายงานออกและปรับปรุงใหม่
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อท่านกล่าวหาว่าผมไม่ชอบธรรม ผมก็บอกบ้างว่าท่านก็ไม่ชอบธรรมเหมือนกันในการ ปฏิบัติหน้าที่ และไม่ต้องไปนับหรอกครับ ถ้าไม่ปัญญาอ่อนนี่ดูด้วยสายตามันก็รู้ครับว่า องค์ประชุมไม่ครบอยู่แล้ว ท่านยังได้เขียนบันทึกว่า อนึ่ง ประธานคณะกรรมาธิการได้วินิจฉัย ประธานนะครับ ได้วินิจฉัยว่าคําแปรญัตติดังกล่าวขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ตามข้อบังคับการประชุม รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ ข้อ ๙๖ วรรคสาม ท่านมากล่าวหาโดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๙๖ วรรคสาม ซึ่งบอกว่าผมผิด ขัดกับข้อบังคับ ผมขออนุญาตอ่านข้อบังคับนะครับท่านประธาน เขาบอกว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอนตอนวรรคสามนะครับ อันนี้นะครับ ไม่ใช่ทั้งข้อ นะครับ เพราะท่านกล่าวหาผมแค่ตอนวรรคสาม เขาบอกว่า การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ผมว่าท่านประธานท่านอ่านแค่นี้แหละ แล้วท่านก็มาตัดสินผม แล้วก็มาสรุป แต่ที่จริงแล้ว มันยังเขียนต่ออีกนะครับ ท่านอ่านไม่หมด ท่านมาอ้างไม่หมด เขาบอกว่า เว้นแต่การแก้ไข เพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น ท่านเข้าใจไหมครับ มาตราที่เกี่ยวเนื่องกับ หลักการนั้น อย่างเช่น มาตรา ๓ ที่ท่านตัดสิทธิผมนี่ เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้นไหมครับ ผมขอเรียนถาม เพราะว่ากําหนดให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง เกี่ยวชัดเจนเลยครับ มาตรา ๓ เกี่ยวเนื่อง เพราะฉะนั้นการที่ผมแปรญัตติแล้วก็ตัดมาตรา ๓ เป็นมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการ ผมทําได้ครับ ไม่ผิดข้อบังคับแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นท่านรับฟังเถอะครับ แล้วก็แก้เสียใหม่ อันนั้นคือประเด็นหนึ่ง เป็นประเด็นที่ชัดเจนที่สุดที่ท่านไม่สามารถที่จะมาขอตัดสิทธิ ผมได้นะครับ ท่านประธานครับ ดูเหมือนว่าในสมองของท่านประธานคณะกรรมาธิการ ถูกโปรแกรม (Program) เอาไว้ว่า ส.ว. มาจากการเลือกตั้งต้องเป็นการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชนเท่านั้น ท่านดูหลักการสิครับว่าเขียนว่าเลือกตั้งโดยตรงหรือเปล่า ไม่มีหรอกครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านเปิดใจให้กว้าง ถ้าผมบอกว่า ส.ว. ที่ท่านเรียกว่า ส.ว. สรรหา ถ้าเขาไม่ตั้งชื่อแบบนี้ ถ้าเขาไม่ตั้งชื่อว่า ส.ว. สรรหาท่านจะเรียกได้ว่าเป็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมได้ไหม เพราะอะไรครับ เพราะมีกรรมการสรรหาก็จริง แต่ก่อนที่จะมาถึงขั้นตอนของคณะกรรมการสรรหาเขาได้ถูกเลือกมาจากสภาวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งเขาก็เลือกตั้งกันถูกต้องครับ เพราะฉะนั้น ส.ว. สรรหานี่ถ้าท่านไม่มีจิตใจอคติต่อเขา นะครับ ก็น่าจะเรียกว่าเป็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งในทางอ้อมได้ นี่ครับคือประเด็นที่ผม เชื่อว่าท่านประธานฟังแล้วท่านน่าจะให้โอกาสพวกผมนะครับ เพราะว่าไม่ได้กระทําผิด ไม่ว่า จะตามข้อบังคับ ข้อ ๙๖ วรรคสาม หรือหลักการ ถ้าท่านมาเล่นเรื่องหลักการ ท่านไม่ได้ เขียนนี่ครับว่า ส.ว. เลือกตั้ง เลือกตั้งทางตรงหรือว่าทางอ้อม เพราะฉะนั้นเลือกตั้งทางอ้อม ก็สามารถที่จะเข้ากับหลักการอันนี้ได้ นี่คือสิ่งที่ผมจะกราบเรียน
อีกประเด็นหนึ่งครับ ก็คือเรื่องของการบันทึกครับ ท่านบันทึกให้พวกผม เรียกว่าเสียหายนะครับ คือการแปรญัตติขัดหลักการโดยที่ไม่ขัดนี่ก็ถือว่าเป็นการบันทึก ไม่ตรงกับความเป็นจริง เป็นเท็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถึงแม้ว่าวันนี้สภาจะลงมติอย่างไรก็ตาม ท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะเขียนไปก่อนว่าพวกผมแปรญัตติขัดกับหลักการ ท่านประธานดูสิครับ ตอนแรกผมยอมได้ที่ส่วนใหญ่แล้วพอบอกว่าพวกผมขัดกับหลักการแล้ว ท่านก็บอกว่า คณะกรรมาธิการไม่เห็นด้วย แล้วก็บอกว่าประธานคณะกรรมาธิการได้วินิจฉัยคําแปรญัตติ ดังกล่าวว่าขัดหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญ ว่ากันต่อไปเลยครับ อันนี้ผมยอมรับได้ครับ ว่าเป็นความเห็นของประธานคณะกรรมาธิการคนเดียว แต่ท่านประธานครับ ช่วยมาดูตาราง ข้างท้ายข้างหลังนี่ครับ ที่มีการเอามาแยกแยะชื่อของแต่ละคนว่าแปรแล้วอันไหนถูกต้อง อันไหนขัดกับหลักการ ของผมนี่ก็โดนนะครับ ผมก็โดนอยู่หน้าหนึ่ง ท่านเขียนลงไปเลยครับ ว่ามาตราที่ขัดต่อหลักการไม่สามารถแปรญัตติได้ นี่ท่านทึกทักไปเลยนะครับ ท่านไม่มี อํานาจที่จะมาตัดสินว่าผมขัดต่อหลักการหรือเปล่า ล่วงหน้าอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการที่ท่าน มาบันทึกไว้ในรายงานฉบับนี้ ผมถือว่ารายงานฉบับนี้ขาดความชอบธรรม ไม่ถูกต้อง ท่านเขียนไปก่อนที่จะมีการวินิจฉัย แล้วท่านไม่มีอํานาจวินิจฉัย เพราะฉะนั้นเมื่อรายงาน อันนี้มันไม่ถูกต้อง ท่านประธานฟังผมครับ ต้องถอนออกไปก่อน ไปปรับปรุงใหม่ ไปแก้ไขใหม่ ถึงจะได้ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ครับที่ผมกล่าวมาก็สรุปได้ว่า อันที่ ๑ ผมไม่ได้แปรญัตติ ขัดต่อหลักการ ผมจะมีสิทธิในการอภิปรายได้เท่ากับคนอื่นทุกอย่าง แล้วอันที่ ๒ รายงานนี้ ไม่ถูกต้องครับท่านประธาน เราจะมาพิจารณารายงานที่ไม่ถูกต้องได้อย่างไร สภาผู้แทนราษฎร รัฐสภาอันทรงเกียรติ สถาบันสูงสุดของประเทศ แล้วยังทําอะไรผิด ๆ อย่างนี้ ไม่ได้ครับ ท่านต้องยอมรับและก็ถอนออกไปครับ ขอบคุณครับ