รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๖

ชลน่าน ศรีแก้ว พูดถึงการวินิจฉัยข้อบังคับของรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความเห็นแย้งในบางประเด็น และหารือเรื่องการเสนอญัตติที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ โดยเรียกร้องให้ท่านประธานใช้ข้อ 117 เพื่อวินิจฉัยกรณีนี้

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน สมาชิกรัฐสภา ต่อประเด็น ที่ท่านประธานได้ยกเอารายงานของท่านกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๑๑ และมาตราที่เกี่ยวเนื่องขึ้นมา กรณีที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้ทํารายงานและเป็นข้อหารือของท่านประธานที่จะถามต่อสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้ว่า จะมีความเห็นอย่างไรใน ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ ในกรณีที่วินิจฉัยว่าคําแปรญัตตินั้นขัดกับ หลักการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวินิจฉัยว่าไม่รับ แล้วให้สภาแห่งนี้รับทราบเพื่อจะ วินิจฉัยกรณีมีข้อขัดแย้ง ผมใช้ว่ากรณีมีข้อขัดแย้งในการวินิจฉัยข้อบังคับ เพราะฉะนั้น เพื่อนสมาชิก ๕๗ ท่านก็ยังมีสิทธินะครับที่จะอภิปรายสนับสนุนตัวเองว่าตัวเองมีความเห็น แย้งในข้อบังคับ เหมือนกับที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายในประเด็นการยื่นที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้วินิจฉัยว่าพ้นจากเวลาที่กําหนดไว้ในข้อบังคับ ท่านได้แสดง เหตุผล เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่น่าฟัง นี่ละครับคือความสวยงามของระบบรัฐสภาเราที่เราจะ มาช่วยกันวินิจฉัย แต่ถ้าผู้ที่มีความเห็นแย้งไม่ติดใจแล้วก็ผ่านไปได้ แต่ผมเชื่อว่ามีความเห็น แย้งแน่นอน เพราะฉะนั้นประเด็นของผม ผมขออนุญาตกลับมาประเด็นที่ผมจะอภิปราย สนับสนุนความเห็นของท่านประธานคณะกรรมาธิการนะครับว่า

ประเด็นที่ ๑ เรื่องของการเสนอคําแปรญัตติที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ต่อกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ การประชุมกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นกรรมาธิการสามัญ กรรมาธิการวิสามัญชุดใดก็แล้วแต่ ข้อบังคับให้ใช้ข้อบังคับ การประชุมของสภานั้น ๆ โดยอนุโลม เราประชุมกรรมาธิการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ใช้ข้อบังคับของรัฐสภา ก็ใช้ข้อบังคับของรัฐสภาโดยอนุโลมในการประชุม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ สภาแห่งนี้ได้เคยวินิจฉัย โดยถือปฏิบัติเป็นธรรมเนียมปฏิบัติและเป็นนิติวิธีอยู่ตลอดเวลา เป็นกระบวนการของการทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ก็คือสิ่งที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ เราก็ปฏิเสธตลอด ในการเสนอญัตติที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับสภาแห่งนี้ไม่เคยรับครับ ท่านประธานเองถ้าเสนอเป็นลายลักษณ์อักษร กรณีเป็นลายลักษณ์อักษรก็ไม่รับเพราะ ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ นั่นเราถือปฏิบัติกันมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านประธานสามารถวินิจฉัย ผมว่าชอบด้วยข้อบังคับ แต่ก็ให้สิทธิที่จะแย้งได้กรณีที่มีผู้ไม่เห็นด้วยในการแปลความ การวินิจฉัยว่าญัตติที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับนําเข้าไปพิจารณาเป็นประเด็นมากท่านประธานครับ ๑๕ วัน ๑๕ คืนที่เราเคยวินิจฉัย มีการประชุมเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วก็ค้างอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนั้นก็เป็นเหตุ และมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาแล้ว เพราะมีคําแปรญัตติที่ไม่ชอบด้วย ข้อบังคับแล้วนํามาพิจารณาในสภา ตรงนั้นเป็นบทเรียนที่ดีอย่างยิ่งนะครับที่จะได้ช่วยกัน แก้ไขวิธีการทํางานของพวกเราให้สอดคล้องกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และเป็นประโยชน์ สูงสุดกับพี่น้องประชาชน นั่นประการแรกสุดในเรื่องของญัตติที่ไม่ชอบด้วยข้อบังคับ

ญัตติที่ ๒ หรือประเด็นที่ ๒ เรื่องของญัตติที่เสนอที่เลยกําหนดเวลา ที่ท่านประธานสามารถได้วินิจฉัย ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ คําอภิปรายของสมาชิกที่ให้เหตุผลว่าการเสนอคําแปรญัตติโดยอ้างข้อ ๙๖ ภายหลังนะครับ ใช้คําว่า เสนอคําแปรญัตติล่วงหน้าเป็นหนังสือ ขออนุญาตอ่านนะครับท่านประธาน ต่อประธานคณะกรรมาธิการภายในกําหนดสิบห้าวันนับแต่วันถัดจากวันที่รับหลักการ แห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่สภาจะมีมติเป็นอย่างอื่น มีมติรับหลักการ อาจจะ แปลความว่าการเสนอเรื่องคําแปรญัตติภายในกี่วันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อยู่ในขั้นตอนถูกต้องครับ อยู่ในวาระถูกต้องครับ แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ไม่ได้เขียนว่าอยู่ในวาระรับหลักการ เขียนว่าถัดจากวันรับหลักการ แปลเป็นอื่นไม่ได้ครับ รับหลักการก็คือมีลงมติรับหลักการ ถึงแม้สภาจะมีเงื่อนไขอย่างไรกลับมาก็รับหลักการไปแล้ว นั่นคือการแปรญัตติที่เป็นไปตามข้อบังคับของเสียงข้างมากที่เขาเห็นอย่างนั้น ผมเชื่อว่า เป็นเสียงข้างมาก ถ้าจะวินิจฉัยด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๑๗ ก็กระทําได้ครับเพื่อจะได้ตัดสินในข้อนี้ เรื่องนี้ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ มันมีประเด็นเกิดขึ้นทําให้เกิด เหตุการณ์อย่างนั้น ผมเองเป็นจําเลยในที่สภาแห่งนี้เพราะเป็นผู้เสนอประเด็นเองว่า การเสนอญัตติให้สภาวินิจฉัยว่าเป็นอื่นว่าจํานวนวันที่เสนอคําแปรญัตตินั้นเป็นญัตติที่สภานี้ รับไม่ได้ เนื่องจากว่าในขณะนั้นองค์ประชุมในการเสนอญัตติไม่ครบ ไม่เกี่ยวกับการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เป็นขั้นตอนครับท่านประธานครับ เสนอญัตติอื่นในการพิจารณา กฎหมายกระทําได้ โดยเฉพาะประเด็นที่ข้อบังคับอนุญาตไว้ให้เสนอญัตติได้ เช่น ญัตติ การแปรญัตติ ตรงนี้เสนอได้ครับ ข้อบังคับเขียนไว้ว่าเสนอได้ แต่เมื่อเสนอแล้วต้องพูด เป็นกรณีไป ไม่เกี่ยวกับองค์ประชุมในการพิจารณารัฐธรรมนูญทั้งหมด ญัตติขณะนั้น ท่านบอกว่าจะเอา ๖๐ วัน แต่ว่าองค์ประชุมในการจะเอา ๖๐ วันไม่ครบ ญัตติ ๖๐ วันก็ตกไป แปลความนะครับ ถ้าไม่ทําอะไรเลย วันแปรญัตติต้องเป็นไปตามข้อบังคับ เพราะข้อบังคับ มันเขียนว่าอย่างนั้น ถ้าไม่มีมติเป็นอื่นก็ต้องเป็นไปตามข้อบังคับเท่านั้นเอง การที่สภา ไม่สามารถที่จะลงมติในญัตตินั้นได้ เพราะองค์ประชุมของการเสนอญัตติไม่ครบ นั่นก็คือไม่มี เหตุผลเป็นอื่นแล้วก็ต้องดําเนินตามข้อบังคับ นั่นคือการแปลความช่วงแรก แต่มีผู้ทักท้วงครับ เราก็ให้โอกาส ไม่เป็นไร ก็มาลงมติได้เพื่อให้มันชัดเจนขึ้น ไม่ได้ขัดกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือข้อบังคับใด ๆ ในประเด็นนี้ เป็นเหตุให้มีเวลา๒ จังหวะ ทําให้เกิดปัญหาในการตีความ ข้อบังคับ ก็ชอบครับที่จะมีความเห็นต่างในตรงนี้ สภาเราเป็นผู้วินิจฉัยครับ ถ้าท่านประธาน จะใช้ข้อ ๑๑๗ ผมไม่ติดใจเลยที่จะใช้ข้อ ๑๑๗ ในการวินิจฉัยกรณีมีความเห็นที่ขัดกันต่อ การตีความข้อบังคับ ตรงนี้ชัดเจนครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติมีความเห็นแย้งในเรื่องนี้ว่า มันไม่ชอบ มีความหมายเป็นลักษณะอย่างนั้นก็ต้องนับจากถัดจากวันที่ ๑๘ ไป แต่ผมเอง ผมเห็นว่าต้องถัดจากวันรับหลักการ ถัดจากวันรับหลักการตามข้อบังคับข้อ ๙๖ กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ก็ฟังสมาชิกให้ความเห็น แล้วก็ลงมติ ถ้าท่านยังยืนยันว่า จะใช้ข้อ ๑๑๗ ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ