ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยพูดถึงความไม่เห็นด้วยในเรื่องการแก้ไขเฉพาะมาตรา 3 และทุกมาตราเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภา และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญคิดในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาทั้งสภาแห่งนี้ และพิจารณาผลประโยชน์ของประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดจันทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอ แปรญัตติในมาตรา ๓ และขอไปทุกมาตราเพื่อป้องกันไม่ให้เสียเวลาครั้งเดียวเลยจะได้จบ และแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และทุกมาตราที่มาของสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว. ผมขอตัดทั้งหมดในมาตรา ๓ และทุกมาตรา แก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และทุกมาตรา ที่มาของ ส.ว. เช่นเดียวกัน ตามที่คณะกรรมาธิการรายงาน พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ พุทธศักราช .... ในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ มีพี่น้องประชาชนทางบ้านถามมาเยอะมากว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้พี่น้องชาวบ้านหรือ พี่น้องคนทั่วไปทั้งชาติได้อะไรบ้าง นี่คือคําถามของพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านนะครับ ก่อนที่ผมจะลงในรายละเอียดด้วยหลักการและเหตุผลผม ขอถามท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการร่างว่าท่านคิดอย่างไร คิดอะไรจึงแก้ไขเฉพาะที่มาของสมาชิกวุฒิสภาหรือ ส.ว. เฉพาะ ท่านทําไมไม่คิดจะแก้ไขเรื่องมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๓๗ ท่านคิดแล้วท่านต้องคิดไปให้ยาวดีกว่าคิดแก้ไขเฉพาะ ส.ว. เฉพาะ นี่คืออยากจะเรียนถาม เพราะสังคมมันแคลงใจผมอธิบายสังคมไทยและสังคมโลกไม่ได้จริง ๆ ท่านคณะกรรมาธิการ ต้องคิดครับเรื่องนี้ ผมพูดด้วยความจริงใจ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผมไม่เห็นด้วยครับ ด้วยหลักการและเหตุผลที่เรียนให้ทราบตั้งแต่เบื้องต้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ หรือฉบับปี ๒๕๕๐ หรือฉบับปัจจุบันนี้ที่คนไทยใช้อยู่ในขณะนี้ครับมันมีปัญหาตรงไหน ท่านจะต้องบอก ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยว่า มันมีข้อบกพร่องอะไร มีปัญหาตรงไหน ทําไม เราต้องแก้ นี่คือสิ่งที่คนไทยทั้งชาติ คนไทยทั่วโลกต้องการอยากจะถามคณะกรรมาธิการ ผ่านประธานรัฐสภาไปยังคณะกรรมาธิการร่าง นี่คือคนไทยอยากจะถาม และสําคัญกว่านั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้ผ่านประชามติของ พี่น้องประชาชนคนทั้งแผ่นดิน ถามว่าผ่านจริงหรือไม่ เมื่อผ่านจริงเพราะอยู่ในคําปรารภว่า ได้ผ่านประชามติของพี่น้องประชาชนคนทั้งชาติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เมื่อผ่านจริง ทําไมท่านไม่สอบถามพี่น้องประชาชนอีกครั้งล่ะว่าท่านต้องการแก้ไขหรือไม่ ท่านจะต้องถาม ความต้องการของประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ เจ้าของอํานาจประชาธิปไตย อธิปไตย ที่แท้จริงว่าต้องการแก้หรือไม่ ถามคําถามสั้น ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องถามเยอะ เยิ่นเย้อ ถามสบาย ๆ ให้คนไทยทั้งชาติได้ตอบว่าต้องการแก้หรือไม่แก้ วันนี้ต้องเรียนบอกท่านประธานที่เคารพ ว่านี่คือการที่คาใจของพี่น้องในสังคมไทยและสังคมโลกครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ผ่านกระบวนการทําประชามตินะครับ หากแก้ไข ทันทีต้องแก้ให้เกิดความเป็นธรรม ให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์สูงที่สุด ถ้าแก้แล้วพี่น้อง ประชาชนไม่ได้รับผลประโยชน์สูงที่สุด ท่านประธานคณะกรรมาธิการต้องคิดนะครับเรื่องนี้ ผมไม่ได้พูดติติงอะไรมากกว่านี้ว่าพวกเราต้องคิดในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาทั้งสภาแห่งนี้ แต่การแก้ครั้งนี้ใครล่ะได้รับผลประโยชน์ ใครล่ะที่เสียผลประโยชน์ ผมเรียนบอกกันตรง ๆ ว่า ถ้าประชาชนได้รับผลประโยชน์ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง อาทิเช่น ตัวอย่างครับ พี่น้องประชาชน ชาวนามีที่นาเพิ่มขึ้น พี่น้องประชาชนมีที่สวน มีที่สวนเพิ่มขึ้น มีที่ไร่ มีที่ไร่เพิ่มขึ้น ที่ทํากิน เพิ่มขึ้น อยู่ในเขตป่าสงวน ทํากินมาสิบ ๆ ปี ๒๐ ปี เขามีเอกสารสิทธิเพิ่มขึ้น ผมเห็นด้วยครับ แก๊ส (Gas) หุงต้มลดลง จะขึ้นวันที่ ๑ กันยายน ลดลง ๆ เห็นด้วยครับ ประเทศเรามีแก๊สเยอะ ผมพูดถึงเรื่องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ ไข่ไก่ถูกลง เห็นด้วยครับ พี่น้อง ประชาชนได้รับผลประโยชน์ ยางพาราราคาเพิ่มขึ้น เห็นด้วยครับ พี่น้องประชาชนได้รับ ผลประโยชน์ ปาล์มแพงขึ้น เห็นด้วยครับ หอย ปู ปลา แพง พี่น้องได้รับผลประโยชน์ แก้เถอะครับ เห็นด้วยครับ ราคาผลไม้เพิ่มขึ้น แก้เถอะครับ นี่เป็นผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนทั้งสิ้น วันนี้ผมต้องเรียนบอกว่าเราต้องคิดรวม องค์รวมถึงปัญหาของพี่น้อง ประชาชนร่วมไปในรัฐธรรมนูญครั้งนี้ด้วย ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วผมจะได้ตอบคําถามเขาได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว แก้แล้วเพื่อที่มาเฉพาะการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาอย่างเดียว ผมยัง ไม่เห็นด้วย เพราะอะไรครับ เขามองว่าเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมือง เขาไม่ได้มอง เพื่อผลประโยชน์ของสังคม ประเทศ ของคนในประเทศ นี่คืออยากจะเรียนบอกกับท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการได้รับทราบ และเขามองลึกซึ้งไปกว่านั้นว่ามองเพื่อแทนในทางการเมือง ตอบแทนทางการเมือง หรือ แก่พรรคการเมือง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งในทางการเมือง หรือในส่วนอิทธิพลใช่หรือไม่ นี่คือชาวบ้านเขามองเลย วันนี้ต้องบอกกับท่านประธานว่าผมเป็นห่วงใยและเป็นห่วง ด้วยความจริงใจว่าถ้าคณะกรรมาธิการร่างในวันนี้สามารถตอบสังคมได้ ผมเห็นด้วย แต่ถ้า ไม่ตอบสังคมได้ผมเรียนบอกว่าด้วยหลักการและเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓ นี้ ให้ยกเลิกมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๑๒ และมาตราอื่น ๆ นี้เพื่อวิธีการได้มา ส.ว. หรือสมาชิก วุฒิสภาที่มีลักษณะเช่นเดียวกับ ส.ส. หรือที่มาเช่นเดียวกับของ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงของพี่น้องประชาชน โดยส่งเสริมหลักประชาธิปไตยหรือการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของรัฐธรรมนูญ ก็เรียนว่าเหตุผลดังกล่าวผมเห็นด้วยกับท่าน แต่ผมไม่เห็นด้วยในหลักวิธีคิด คุณสมบัติ ที่มาของสมาชิกวุฒิสภา เพราะวุฒิสภาซึ่งเป็นสภาสูง เป็นสภากลั่นกรองกฎหมาย ด้วยความสง่างาม สมเกียรติของผู้เป็นสมาชิกสภาสูง หรือสภาผู้ใหญ่นั่นเอง เป็นสภาที่เป็น พี่เลี้ยงของ ส.ส. หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องมีคุณสมบัติ รู้ไหมครับท่านประธานครับ ต้องเป็นอิสระ เป็นกลาง ไม่ถูกครอบงําและไม่อิงกับ พรรคการเมือง ผมนี่อาย ไปไหนอาย ไปประเทศอื่น ๆ เขาถามว่าเป็นสภาผัวเมียเป็นอย่างไร ผมตอบไม่ถูกครับท่านประธาน วันนี้ต้องให้คณะกรรมาธิการตอบว่าต่างประเทศเขาถามมา ลักษณะสภาผัวเมียเป็นอย่างไร สภาต่างตอบแทนเป็นอย่างไร เคยเป็นอดีต อดีตที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญแ ปี ๒๕๔๐ ผมก็อยู่ในข่ายปี ๒๕๔๙ เป็นสมาชิกวุฒิสภา โดนปฏิวัติ ผมก็ได้ กาหน้าว่าสมาชิกวุฒิสภา ปี ๒๕๔๙ สมัยนั้นเป็นสภาผัวเมีย ผมแค้นมาตั้งแต่วันนั้นจนถึง บัดนี้ที่โดนปฏิวัติ ผมบอกว่าการปฏิวัติโดยมิชอบ ไม่เห็นด้วย ผมเกลียดเรื่องการปฏิวัติ มากที่สุดในชีวิตและครอบครัวของผม และเพื่อนผมที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ปี ๒๕๔๙ รุ่นนั้น เรารักกันมาก เราห่วงใยกันมาก และเพื่อนผมต้องจากสามี ภรรยา ลูก ทั้ง ๆ ที่เคยส่ง ลูกเรียนหนังสือ สามีเคยดี นอนกอดกันต้องเลิกกัน ทิ้งกัน เพราะเรื่องปฏิวัติ ปี ๒๕๔๙ วันนี้ต้องเรียนบอกกับพี่น้องประชาชนและพี่น้องคณะกรรมการ ถึงไม่ได้ถ่ายทอดสดแต่ผมก็ ต้องบอกกับท่านทั้งหลายได้รับทราบว่า ในขณะที่ปี ๒๕๔๐ ในรัฐธรรมนูญนั้นผมและทุกคน เข้าใจว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดแล้ว และเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดและเป็นรัฐธรรมนูญ ที่ดีกว่า ๑๙ ฉบับ แต่ความจริงปรากฏว่า วุฒิสภาถูกครอบงําเกือบทั้งหมด แล้วกลายเป็นเครื่องมือของรัฐบาลในสมัยนั้น นี่คือข่าว ลงมาให้พวกเราได้รับทราบและสํานึก และองค์กรอิสระถูกครอบงํา ถูกแทรกแซง มันเลย ปฏิวัติ และผมสงสัยว่ามันครอบงําแบบไหน แทรกแซงแบบไหน องค์กรอิสระ วันนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญต้องอธิบายให้สังคมโลกได้รับรู้รับทราบ เมื่อมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เราคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ถึงไม่ดีก็เราได้ใช้ถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีข้อบกพร่อง และถ้ามีข้อบกพร่องน่าจะแก้ตรงที่ข้อบกพร่องมาตรานั้น ๆ ไปเห็นด้วยครับ แก้ที่ ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ไม่ใช่ไปแก้เฉพาะสมาชิกวุฒิสภาอย่างเดียว ที่มา อย่างเดียว ทําไมล่ะครับ เพราะกฎหมายเขียนว่าเมื่อหมดสิ้นสุดวาระ ๖ ปี คุณต้องเว้นวรรค ๑ ปี และอย่างนี้ให้เขาลงต่อ ๆ เหมือนกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเห็นด้วยหรือครับ ผมเรียนบอกกับท่านทั้งหลายว่าประชาชนเขาแคลงใจ เขาอยากจะถาม เขาถาม ส.ส. ในพื้นที่ ส.ส. ก็ตอบอ้ําอึ้ง ๆ ตอบไปไม่มีหลักที่แท้จริงว่าทําไม ส.ส. มาเลือกตั้ง แล้วตั้งเลือกตั้ง ส.ว. เลือกตั้งตลอดมันซ้ําแล้วซ้ําอีก เพราะเงินภาษีของเขาที่ต้องเสีย เงินเดือนให้กับพวกเรา มันอายตรงนี้ละครับ ท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง และคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างทุกคนด้วย ท่านต้อง อธิบายสังคมให้ได้ ผมเห็นด้วยการได้มาสมาชิกวุฒิสภามาจากเลือกตั้งส่วนหนึ่ง เห็นด้วย และสมาชิกวุฒิสภาได้มาการเลือกตั้งจากบุคคลที่มีภูมิรู้ ๆ หลาย ๆ สาขาอาชีพคละกันไป เห็นด้วย ถามว่าทําไม นี่ผมไม่ได้ใช้คําพูดว่า สรรหา ผมไม่ใช้ เพราะสรรหาได้อะไร เขาก็ มาจากการเลือกตั้ง จากทุกสาขาอาชีพ เข้าใจใช่ไหมครับท่านคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง เขาได้มาจากการเลือกตั้งจากทุกสาขาอาชีพ ผมยกตัวอย่างมาตรา ๑๐๘ เห็นไหมครับ เราได้ บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการทางสายตาที่มีความรู้มีความสามารถมาก เข้ามานั่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานสมศักดิ์ครับ ผมเรียนบอกว่า สมาชิกวุฒิสภา ต้องมาหลายสาขาอาชีพและเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดกับประเทศเราประเทศไทย เลยอยากจะ เรียนบอกกับท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ ว่าถ้าเราได้บุคคลหลายทุกสาขาอาชีพ ทุกชนชั้นอยู่แล้ว แล้วตอนนี้รัฐธรรมนูญได้อยู่แล้ว มันดีอยู่แล้ว แล้วเราแก้ไปทําไม ผมไม่เข้าใจ ท่านต้องตอบสังคมด้วยครับท่านประธาน รู้ไหม ส.ว. มีอํานาจอะไร นี่ถ้าผมพูด ย้อนว่า ส.ว. มีอํานาจอะไร มีหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย แต่งตั้งองค์กรอิสระต่าง ๆ รวมถึง การถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ ตรวจสอบ ถ่วงดุลอํานาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ผมจึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการร่างแก้ไขมาตรา ๓ และทุกมาตรา ถ้าเราตอบสังคมไม่ได้ ผมจึงขอแปรญัตติให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจํานวน ๑๐๐ ท่าน และอีก ๑๐๐ ท่านมาจากการเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพ ผมคิดว่ามันแฟร์ (Fair) ดี ผมคิดว่าสมาชิกวุฒิสภามีวุฒิภาวะ มีความรู้ ความสามารถ เชี่ยวชาญหลากหลายอาชีพ เป็นธรรมกับเขา เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน และเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในการ ถ่วงดุลอํานาจระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ส. ส.ว. และ ฝ่ายบริหารได้ดีกว่า วันนี้ผมอยากจะให้ประธานรัฐสภาได้คิด ผมอยากจะให้ประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างได้คิด พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการร่างได้คิดทุกคน ถ้าไม่เป็น อย่างนั้นแล้ว ผมไม่ทราบว่าใครเสียงดัง ตกใจเหมือนกันนะครับ ผมมันคนขี้ตกใจ เพราะ เมื่อวานนี้ตกใจไปแล้ว ผมเลยอยากจะเรียนบอกกับท่านประธานสุดท้ายครับว่า ผมมี ความเห็นว่าหากจะแก้ไขที่มาของ ส.ว. หรือสมาชิกวุฒิสภาทั้งที จะแก้ทั้งทีก็ควรแก้ให้เป็น ประโยชน์ส่วนรวมกับพี่น้องประชาชนด้วย และประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทําให้เป็นจริง เสียทีเถอะ เทวดาฟ้าดินจะให้พรเรา ทําให้เป็นจริงเสียที ไม่ใช่แก้เพื่อผลประโยชน์ต่างตอบแทน ไม่ใช่แก้เพื่อผลประโยชน์ตนเองและครอบครัว อย่างนี้ประเทศไม่ต้องการจริง ๆ นี่ผมพูด ตรง ๆ นะครับ ใครประท้วงก็ไม่เป็นไร เพราะผมพูดตรง ๆ เป็นคนพูดตรง ผมก็เหมือน ท่านประธานสมศักดิ์ ผมพูดตรง ๆ ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ให้กับผู้ที่เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือสมาชิกกําลังสิ้นสุดให้เขาเว้นวรรคไป ให้เขาได้ออกกําลังกายฟอร์ม (Form) ตัวเองให้มี ความพร้อม แล้วเขาได้ช่วยเหลือสังคม แล้วมาลงเลือกตั้งใหม่ เว้นวรรค๑ สมัย นี่เป็นการที่ เหมาะสมที่สุดและสามารถคุยกับสังคม บอกกับสังคมได้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วผมเรียนบอกว่า นี่คือการสร้างอิทธิพลทางบวกและทางลบ เป็นบวกก็ได้ ถ้าเราคิดในทางบวกว่าดี เลือกตั้ง ทั้งหมดดี เป็นบวก แต่คิดอีกทางหนึ่งเราต้องคิดสวนด้วย เผื่อด้วย มันลบละ มันย้อนศรละ มันบาดเจ็บละ มันเจ็บปวดในสังคมไทยละ คณะกรรมาธิการผมรู้ว่าเสียงข้างมากโหวต เท่าไรก็แพ้ แล้วสํานึกคิดว่าเราจะคิดอย่างไรให้ทางบวกมากที่สุดกว่าทางลบ หรือเกิดขัดแย้ง น้อยที่สุด ซึ่งเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทั่วโลกเขาไม่ทํากัน วันนี้ต้องเรียนบอกกับ ท่านประธานผ่านคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างว่าทําอย่างไรให้สมาชิกสภาของเรานี้เป็นกลาง ให้มากที่สุด ที่ไม่ถูกแทรกแซงครอบงําให้ขึ้น ทําอย่างไรต้องคิดและเขียนในกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ล้อมด้วยหนามให้หมดเลยว่าทําอย่างไรให้เขาเป็นกลางให้ได้ เชื่อเถอะ เมื่อแก้ไขที่มาได้สําเร็จ ถ้าเป็นอย่างนี้เราตอบกับสังคมได้ แต่ถ้าแก้ไม่สําเร็จ ยังตกอยู่ ใต้อํานาจของนักการเมือง ทางการเมือง ผลประโยชน์ทับซ้อนของทางการเมืองเก่า ๆ เหมือนเดิม เหมือนเดิม และเหมือนเดิม ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง และมันจะขัดต่อกฎหมาย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ